รีวิว 13 วัน Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ซิดนีย์

รีวิว 13 วัน Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : วันที่ 1 กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales
รีวิว 13 วัน Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : วันที่ 1 กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

Day 1 : รีวิว One day trip ในซิดนีย์ ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อบินต่อไปนิวซีแลนด์ เพราะอยากแวะเที่ยวซิดนีย์ก่อนจะออกทริปยาว ๆ ที่นิวซีแลนด์ และด้วยความไม่รู้ ก็เลยทำให้เราต้องลุ้นจนเกือบอาทิตย์สุดท้ายว่า ทริปของเราจะราบรื่นมั้ย สนุกแบบลุ้น ๆ ตั้งแต่ก่อนบินเลยหล่ะ…พร้อมแล้วก็เตรียมตัว Take off เลย

(ข้อแนะนำ : รีวิวนี้มีรูปประกอบหลายรูป เนื้อหาค่อนข้างยาว ต่ออินเตอร์เน็ทแบบ WiFi และดูผ่านคอมพิวเตอร์จะดีที่สุด / ทริปในรีวิว เป็นลักษณะทริปถ่ายรูป สถานที่และเวลา อาจจะไม่เหมาะกับทริปเที่ยวทั่วไป แต่สามารถใช้เป็น Guideline ได้)

Planning

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ก่อนเดินทาง / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ในทริปนี้ เราเดินทางกันทั้งหมด 4 คน เป็นทริปขับรถเที่ยว โดยไม่ได้ใช้รถบ้าน แต่ใช้วิธีหาที่พักในแต่ละเมืองในเส้นทาง เพราะทริปนี้เป็นทริปเน้นการถ่ายรูป การขับรถบ้านไม่เหมาะที่จะจอดแวะได้ตลอด และพอเทียบค่าใช้จ่ายแล้ว ราคาไม่ต่างกันมาก แล้วรถบ้านก็ไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ (แต่ก็อยากมีประสบการณ์สักครั้งนะ)

ก่อนบิน 6 เดือน – “เลือกเที่ยวบิน” โดยเงื่อนไขของเราคือไม่อยากเสียเวลาในการเดินทางมากนัก ไม่อยากต่อเครื่องบ่อย และเที่ยวบินที่เลือกมาก็คือ Bangkok – Sydney – Christchurch โดยเราตกลงกันไว้ว่าจะเที่ยวออสเตรเลียก่อน 1 วัน….(ยังไม่รู้อะไรเลย ตอนนั้นคือความอยากแวะเที่ยว มันบังตา) โดยเวลาต่อเครื่องโดยคร่าว ๆ คือ ถึงตอน 6 โมงเช้า แล้วบินต่อไปอีกทีตอนเกือบ 6 โมงเย็น

เมื่อได้เที่ยวบินและวันเวลาที่แน่นอนแล้ว เราก็แพลนทริป กันว่าจะไปไหนกันบ้าง จะนอนกันที่เมืองไหนบ้าง ก็จองที่พักกันล่วงหน้า พอได้แพลนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปก็คือ เริ่มหาข้อมูลเพื่อจะทำวีซ่า New Zealand กัน ซึ่งพอมาถึงขั้นนี้ ก็เริ่มมีปัญหากับกรุ๊ปของเราแล้ว เพราะเราไม่รู้มาก่อนว่า ต้องทำเรื่อง Transit Visa ที่ออสเตรเลียด้วย ตอนแรกเข้าใจว่าทำ Visa on Arrival ได้ ซึ่งสำหรับคนไทยนั้น “ไม่ได้” ก็ต้องวุ่นกันพักใหญ่ ๆ แต่ก็ผ่านมาได้แบบมหัศจรรย์ โดยวีซ่าทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเดินทางแค่ 1 อาทิตย์เอง (อ่านรายละเอียดได้จากรีวิวการขอวีซ่า)

รายละเอียดการขอวีซ่าทั้งหมด ไปอ่านได้ที่นี่ครับ

นอกจากปัญหาเรื่องวีซ่าแล้ว แพลนทริปของเราเองก็มีอุปสรรคเหมือนกัน เพราะช่วงก่อนเราจะบินไป ดันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทางขาด ทำให้ทริปที่เราวางไว้ ต้องเปลี่ยนแพลนกระทันหัน ยังดีที่เราเลือกที่พักแบบไม่ได้จ่ายเงินก่อน สามารถยกเลิกได้ทีหลัง มาดูกันดีกว่าว่าในแต่ละวันเราเดินทางกันยังไงบ้าง

  • Day 1 : Bangkok – Sydney (One day trip) – Christchurch
  • Day 2 : Christchurch – Kaikura – Christchurch
  • Day 3 : Christchurch – Dunedin – Kaka point
  • Day 4 : Dunedin – Wanaka
  • Day 5 : Wanaka (Roys peak)
  • Day 6 : Wanaka – Arrowtown – Queenstown
  • Day 7 : Queenstown – Glenorchy – Queenstown
  • Day 8 : Queenstown – Milford Sound
  • Day 9 : Milford Sound – Queenstown
  • Day 10 : Queenstown – Mount Cook
  • Day 11 : Mount Cook – Tekapo
  • Day 12 : Tekapo – Castle Hill – Christchurch
  • Day 13 : Christchurch – Sydney – Bangkok

ถ้าถามว่า “ทำไม ไม่ไปเส้น Arthur Pass ไม่ไป Fox Glacier” ก็ต้องขอบอกว่า ตอนแรกเราแพลนไว้ไปเส้นนี้แหล่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปได้สัก 2 อาทิตย์ สะพานที่อยู่แถว Franz Josef Glacier มันพังเพราะมีพายุเข้า ทำให้การเดินทางเส้นนี้ไม่สามารถวิ่งข้ามกันได้เลย เราเลยตั้งเปลี่ยนแผน และก็ต้องชื่นชมเลยว่า ในวันที่เราเริ่มบิน สะพานก็สร้างเสร็จแล้ว เสร็จไวจริง ๆ …..แต่เราเปลี่ยนที่พักไปหมดแล้ว ก็คงได้แต่เก็บเอาไว้ไปรอบอื่นแทน

ส่วนที่พักในแต่ละที่ เราพักที่ไหนกันบ้าง มีให้อ่านตรงนี้ รีวิว 9 ที่พักในทริปนิวซีแลนด์เกาะใต้ 13 วัน

Take Off

ล้วก็ถึงวันเดินทาง เที่ยวบินของเรา เริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 โมงเย็น แต่เพื่อความสบายใจ มาก่อนเวลากันตอนบ่าย 3 โมงเลย เผื่อคนเดินทางเยอะ ต่อคิว ตม. ยาว ขาดเหลืออะไรก็จะได้มีเวลาไปหาซื้อได้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / เตรียมตัวที่สนามบิน / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอได้เวลา เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกขึ้นเครื่อง (เลทเล็กน้อย) ก็ขึ้นเครื่องหาที่นั่งกันตามหมายเลย เครื่องของ Qantas เที่ยวบินนี้ เป็นเครื่อง
Airbus A330-300 (333) ที่นั่งในชั้น Economy จะเป็นแถวแบบ 2-4-2 ซึ่งเราก็ได้เลือกที่นั่งกันล่วงหน้ามาแล้ว จองแถวมาเลย 1 แถว 4 คน

ช่องว่างระหว่างแถวค่อนข้างกว้าง นั่งแล้วเข่าไม่ติดด้านหน้า แม้จะมีของใช้ใส่อยู่ในช่องเก็บของหลังที่นั่ง ส่วนอาหารก็ค่อนข้างดี เราได้ทานบนเครื่อง เที่ยวบินนี้ 2 มื้อ คือมื้อเย็น และมื้อเช้าก่อนเครื่องลง โดยจะมีเมนูมาให้เลือก 2 เซ็ท

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / เที่ยวบิน Qantas กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

บินกันมาได้ประมาณ 8 ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบิน Sydney ในตอนก่อนบินเจ้าหน้าที่ได้ถามเราก่อนแล้วว่า จะเอากระเป๋าสัมภาระออกไปด้วยมั้ย ซึ่งเราเลือกว่าไม่เอาออกมา โดยแบ่งเสื้อผ้าชุดที่จะใช้ในวันนี้ออกมาในกระเป๋าหลังของเราเรียบร้อยแล้ว

และระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงที่ ตม. เราก็เจอเครื่อง KIOS สำหรับการทำ Transit Visa ในระหว่างทาง ต้องชมเลยว่า เค้าคิดมาดี มันทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลาอะไรเยอะแยะที่ ตม. เราแค่จัดการ Scan passport จากตรงนี้กันเอง ก็ได้เหมือนใบผ่านทางคล้าย ๆ  Ticket พอถึง ตม. ก็ยื่นพร้อม passport เจ้าหน้าที่ก็ใช้เวลาแค่แป็บเดียว ก็ออกมาได้เลย

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ใบผ่านทางชั่วคราว สำหรับคนที่ทำ Transit Visa / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

การเดินทางจากสนามบิน เข้าเมืองโดยรถสาธารณะ ทำได้ 2 วิธี คือ รถบัสกับรถไฟ ซึ่งถ้าเลือกแบบวิธีประหยัดก็จะเป็นรถบัส แต่เรากลัวว่าจะเสียเวลาหาเส้นทาง และจุดที่เราจะไปในวันนี้ ส่วนใหญ่อยู่ใกล้สถานีรถไฟอยู่แล้ว ก็เลยเลือกเป็นรถไฟ ถือว่าเป็นวิธีที่สะดวก สำหรับคนที่มีเวลาน้อยอย่างเรา ก็ใช้เงินแก้ปัญหากันไป

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / รถไฟเข้าเมืองจากสนามบิน Sydney / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

แพลนการเที่ยวของเราในจุดแรกนี้ จะอยู่ในแถว ๆ Sydney Habour ที่มี Landmark สำคัญ ๆ อย่าง Opera House และสะพาน Sydney Harbour Bridge เราใช้เวลาในช่วงเช้าจนถึงกลางวันกันที่นี่ โดยพิกัดจุดสำหรับที่จะไปถ่ายรูปรอบ ๆ ไว้แล้ว แต่พิกัดนี้ จะมีการเดินข้ามสะพานกันด้วย อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเดินหนัก ๆ ถือว่าเป็นการซ้อมก่อนการไปเดินเทรลที่นิวซีแลนด์

ดูพิกัดที่เราไปเที่ยวกันวันนี้ได้ที่นี่นะ : พิกัด One Day Trip : Sydney Photospot

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / พิกัดถ่ายรูปเที่ยวในบริเวณ Sydney Habour / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

Journey Begin

เราเดินทางจากสนามบินซิดนีย์ มาลงที่สถานีรถไฟ Circular Quay ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ที่จุดนี้จะเป็นท่าเรือสำหรับการเทียบท่าของเรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ และเป็นจุดลงเรือสำหรับล่องเที่ยวในอ่าวนี้ เรือสำราญขนาดใหญ่เหมือนเกาะที่เคลื่อนที่ได้ รอจอดเทียบท่า พร้อมรอรับนักท่องเที่ยวที่ท่านี้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / เรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ที่ Circlular Quay / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

แต่ก่อนอื่น เราของไปหาอะไรรองท้องกันตอนเช้าสักนิด รอเวลาให้เมฆช่วงเช้าคลายตัวกันก่อน และอยากไปดูว่า คนที่นี่เค้ากินอาหารเช้ากันแบบไหน ? ร้านอาหารเป็นยังไง ? โดยในบริเวณรอบ ๆ นี้ จะมีร้านกาแฟตอนเช้า (จากที่เราดูจากแผนที่) เปิดให้บริการกันตั้งแต่เช้าเลย แต่ถึงเช้ายังไง เราก็ยังเช้าไม่ทันคนแถวนี้ เพราะที่นั่งนอกร้าน แบบนั่งชิล ๆ กับบรรยากาศตอนเช้าของที่นี่ ถูกจับจองกันไปหมดแล้ว

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ร้านอาหารในบริเวณ Circlular Quay / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ร้านอาหารในบริเวณ Circlular Quay / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

อาหารที่เราเลือก เป็นอาหารแบบง่าย ๆ เบา ๆ พร้อมเครื่องดื่ม ตอนที่สั่งก็คิดว่าจานไม่ใหญ่มาก แต่พอมาเสิร์ฟ ไม่เล็กเลยนะ ดีที่คิดว่าสั่งมาแบ่ง ๆ กันชิม ข้อสังเกตของร้านอาหารที่นี่คือ Services Charge จะแตกต่างกัน ในวันหยุดจะมีราคามากกว่า วันธรรมดา เรียกว่า เก็บทุกเม็ด ตามระบบ ซึ่งก็ยอมรับอยู่อย่างว่า อาหารเช้าแค่มื้อเล็ก ๆ ก็มีราคาไม่ใช่น้อย (น่าจะเพราะแถวนี้คือย่านของนักท่องเที่ยวด้วยแหล่ะ)

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / อาหารเช้ามื้อแรกที่ออสเตรเลีย / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

หลังจากรองท้องกันเสร็จแล้ว ก็เริ่มไปที่จุดแรกกันเลย การได้มาที่ใหม่ ๆ มันทำให้คนเรารู้สึกแปลกใหม่ไปทุกอย่าง เห็นมุมสวย ๆ ระหว่างทางก็ขอถ่ายไปตลอดทางเลย แต่ก็ยอมรับว่า เค้ารักษาอาคารบ้านเมืองเค้าไว้ในสภาพดีมาก

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / จุดแวะถ่ายรูปสวย ๆ ระหว่างทาง / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

Sydney Opera House

จุดแรกที่เราไปถ่ายรูปกัน จุดแรกเรียกว่า Campbells Cove Lookout เป็นจุดที่เราจะถ่ายรูปคู่กับ Sydney Opera House ได้มุมที่สวย และในตอนเช้า พระอาทิตย์จะขึ้นทางด้านข้างของโรงละคร แต่จะเป็นด้านหน้าเฉียงไปทางด้านซ้าย ของมุมที่เราถ่าย ได้ภาพบรรยากาศตอนเช้าอย่างที่ต้องการ

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / Campbells Cove Lookout มุมถ่ายรูปคู่กับ Sydney Opera House / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / Campbells Cove Lookout มุมถ่ายรูปคู่กับ Sydney Opera House / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

Sydney Habour Bridge

ใช้เวลาไม่นานนักกับจุดนี้ แต่ก็ได้รูปที่สวยถูกใจกันไปพอควร จุดต่อไปที่เราจะเดินไปถ่ายรูป เป็นจุดที่เราจะถ่ายรูปคู่กับสะพาน Sydney Habour Bridge เรียกว่า Hickson Road Reserve กับ Dawes Point Reserve ต้องชมว่าเค้าจัดการพื้นที่โดยรอบได้ดีมาก ทางเดินตลอดทาง มีชาวออสเตรเลีย วิ่ง jogging ตลอดทาง เป็นมุมที่สวยตลอดทางเดิน เห็นภาพสะพานกับแม่น้ำที่สวย ถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ เลย

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / มุมถ่ายรูปกับสะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / มุมถ่ายรูปกับสะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / มุมถ่ายรูปกับสะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เราถ่ายรูปกันพักใหญ่ ๆ เลย เพราะวันนี้แสงสวยมาก ฟ้าตอนแรกที่มีเมฆเยอะ เริ่มกระจายตัวหายไปหมดแล้ว พอได้รูปกันสมใจ เราก็เริ่มที่จะไปจุดต่อไปคือ การเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งนึงครับ โดยเราต้องเดินย้อนไปทางตีสะพานกันก่อน ซึ่งใต้สะพานที่เราเดินไป ก็ทำเป็นสวนสาธารณะ ร่มรืน ต้นไม้แต่ละต้นสูงโปร่ง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ เห็นแล้วก็อยากให้บ้านเรา มีแบบนี้บ้าง

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / สวนสาธารณะใต้สะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ระหว่างที่เดินไปก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนด้านบน กำลังเดินเลาะโครงสะพานไป กิจกรรมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวชอบมา คือการเดินบนสะพาน โดยมุมที่เดินไปจะอยู่สูงขึ้นไปตามโครงของสะพานด้านบน คนละระดับกับทางเดินข้ามปรกติ โดยจะมีไกด์เป็นคนนำทริป ถ้าเรามีเวลาก็อยากจะลองไปสักครั้ง คงจะได้มุมที่สวย และเสียวดีเหมือนกัน

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / กิจกรรม BridgeClimb บนสะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ระยะเวลาในการเดินข้ามสะพานจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 45 นาที ถ้าเป็นเมืองไทย การเดินข้ามสะพานแบบนี้ในช่วงเวลากลางวัน คงเป็นการทรมานตัวเองมาก แต่ที่นี่ ถึงแม้แดดจะแรง แต่ไม่ได้รู้สึกร้อนเลย มีลมเย็น ๆ พัดมาตลอด (แบบนี้แหล่ะ ที่ทำให้ตัวดำไม่รู้ตัว) และตลอดระหว่างทางจะมีกล้องวงจรปิด และ Security อยู่ประจำเป็นระยะไปจนถึงปลายสะพานอีกด้านนึง

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / บรรยากาศระหว่างเดินข้าม สะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เดินมาได้สักระยะนึงจะมีจุดให้เราแวะออกไปถ่ายรูป Sydney Opera House กับวิวเมืองซิดนีย์ เป็นมุมมหาชนมุมนึงที่เห็นได้บ่อย เมื่อจะลองหารูปของ Sydney Opera House ซึ่งถ้าเราใช้วิธีนั่งรถไฟฟ้าข้ามมา ก็จะไม่ได้เห็นภาพมุมนี้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ภาพ Sydney Opera House ถ่ายจากบนสะพาน Sydney Habour Bridge / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

Beulah St Wharf / Lookout to the opera house

ถ้าอยากได้ภาพมุมกว้างของ Sydney Opera House กับสะพาน Sydney Habour Bridge จะต้องมาที่ 2 จุดนี้

จุดแรกที่เราจะไปถ่ายคือตรง Beulah St Wharf จะเป็นท่าเรือ ที่สามารถมองเห็นภาพได้มุมกว้าง เห็นทั้งคู่แบบหน้าตรง อยากที่ต้องการเลย เสียแต่ที่ตรงท่าเรือนี้โคลงเคลงเพราะคลื่นซัดตลอด ไม่สามารถถ่ายแบบ Long exposure ได้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ภาพ Sydney Cityscape Panorama/ จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมื่อเก็บภาพมุมนี้พอใจแล้วก็เดินย้อนไปที่อีกจุดนึง Lookout to the opera house ที่จุดนี้ ทำเลดีกว่า ถึงแม้มุมจะใกล้สะพานไปนิด แต่เป็นจุดที่มั่นคงกว่า เสียดายวันนี้มีเมฆมากไปหน่อย ถ้าฟ้าใส ๆ จะสวยกว่านี้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ภาพ Sydney Cityscape Panorama จากมุม Lookout of the opera / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ภาพ Sydney Cityscape Panorama จากมุม Lookout of the opera / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

Hyde Park

เสร็จจากตรงนี้ ก็ได้เวลาเปลี่ยนจุดกันแล้ว คราวนี้เราจะเข้าไปในเมืองกันซะหน่อย จะเป็นย่านการค้าและสวนสาธารณะ Hyde Park

 

เราเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Milsons Point เพื่อไปที่ลงที่สถานี Town hall เพื่อไปที่ตึกที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ที่อยู่คู่กับเมืองนี้มานานแสนนาน ตึก Queen Victoria ที่ตรงนี้นอกจะเป็นอาคารเก่าแก่แล้ว ก็ยังเป็นห้างที่มีร้านค้าหลายร้าน และเป็นห้างที่ตกแต่งภายในได้สวยมาก

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ห้าง Queen Victoria Sydney / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ภายในจะมีร้านค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ทั้งแบรนด์ที่เราเคยเห็นและแบรนด์ Local ที่เป็นของออสเตรเลีย แต่ก็โชคดีอยู่หน่อยตรงที่ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาทั่วไป ไม่ได้มีส่วนลดมากนัก (คุณเธอไม่ค่อยชอบใจสิ่งนี้เท่าไหร่)

มุมที่แนะนำให้ขึ้นไปถ่ายรูปก็คือ มุมชั้นบน ประมาณกลาง ๆ ห้าง จะมีจุดที่ให้เรายืนถ่ายรูปคู่กับนาฬิกาโบราณ Royal Clock

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / มุมถ่ายภาพคู่กับ Royal Clock ภายในห้าง Queen Victoria Sydney / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ภายในห้างนี้ตกแต่งได้สวยงามด้วยกระจกสีสไตล์โบราณ ซึ่งถ้าไปถูกช่วง ถูกเวลา จะทำให้เราได้ภาพสวย ๆ ได้ไม่ยากนัก

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / การตกแต่งด้วยกระจกสี ภายในห้าง Queen Victoria Sydney / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

หลังจากเดินกันจนเบื่อแล้ว (เพราะซื้ออะไรไม่ได้..) ต่อไปจะเป็นสถานที่ ๆ อยู่รอบ ๆ มีประมาณ 2-3 ที่ เราสามารถเดินไปได้ง่าย ๆ จุดแรกที่ไปต่อ จะอยู่ในบริเวณ Hyde Park มีชื่อว่า The Anzac Memorial หรือ อนุสรณ์สถานสงครามแอนแซก แต่เราไม่ได้เข้าไปดูประวัติของสงครามออสเตรเลียหรอกนะ เราเน้นไปถ่ายรูป ซึ่งจุดที่เราถ่ายนั้นมีชื่อเรียกว่า “Pool of Reflection” เป็นเหมือนสระน้ำที่อยู่ด้านหน้าอนุสรณ์สถาน ซึ่งถ้าเราถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และใช้ ND filter จะทำให้ได้ภาพที่นิ่งราวกับกระจก เป็นอีกหนึ่งมุมที่มาได้ง่าย และมาถ่ายได้ไม่ยาก

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / Pool of Reflection / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ต่อไปเราก็ไปที่จุดสุดท้ายของวันนี้ เดินต่อไปอีกประมาณ 550 เมตร ไปที่ มหาวิหารเซนต์แมรี่ (St Mary’s Cathedral) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในนครซิดนีย์ และเป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย เป็นวิหารขนาดใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกที่มีความสวยงาม แอบเสียดายนิดตรงที่ช่วงนั้นมีพิธีด้านใน เราเป็นคนนอกก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน ซึ่งพอได้ดูรูปจากในเน็ตก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / St Mary’s Cathedral Sydney / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอถ่ายรูปตรงนี้กันเสร็จแล้วก็เดินทางกลับสนามบิน โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี St James Station เราเผื่อเวลาไว้เล็กน้อยในการกลับไปที่สนามบิน เผื่อจะได้เดินดูของภายในสนามบินและหาอะไรทานกันด้วย (ทริปนี้เดินถ่ายรูปกันเพลิน จนไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย กินน้ำกินขนมกันคนละนิด ๆ หน่อย ๆ เอง)

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ภายในสถานี St James Station / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

พวกเราผ่าน ตม. มาได้ปรกติแบบไม่มีปัญหาอะไรเลย ยื่น Passport พร้อมกับ Ticket ก็กลับเข้ามาด้านในสนามบินได้สบาย ๆ เลย แต่จะมีขั้นตอนการตรวจของที่ละเอียดหน่อย สอบถามเค้าว่า เค้าตรวจอะไร ยาเสพย์ติดเหรอ ? เจ้าหน้าที่บอกว่า ตรวจระเบิด (แต่ไม้ตรวจมันแปลก ๆ นะ เหมือนตรวจยาเสพย์ติดมากกว่า)

และสังเกตได้อย่างนึงตรงที่ ที่สนามบิน Sydney นี้ ส่วนใหญ่มีแต่ของสายการบิน Qantas ซะส่วนใหญ่เลย จะมีสายการบินอื่นอยู่ไม่กี่สายการบินเอง (ตั้งใจจะถ่าย Timelapse VDO เอาไปใช้ซะหน่อย มีอยู่สายการบินเดียว เซ็งเลย) ก่อนจะไปขึ้นเครื่อง ก็พอจะได้ภาพ เครื่องบินกับ Sydney Tower Eye ที่เป็นหอชมวิวเมือง Sydney แบบ 360 องศา จริง ๆ ก็อยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟที่เราขึ้นกลับมานี่แหล่ะ แต่เวลาไม่พอจะเที่ยวกันต่อ ก็เสียดายอยู่เหมือนกัน

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / สนามบิน Sydney Airport / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางต่อไปที่สนามบิน Christchurch ด้วยสายการบินเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเครื่องลำเล็กลง เป็นเครื่อง Boeing 737-800 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. นิด ๆ ก็ถึงแล้ว

ข้อควรระวังตอนผ่าน ตม. New Zealand

///// ไม่มีรูปประกอบเพราะอยู่ที่พื้นที่ห้ามถ่ายรูปนะครับ /////

หลาย ๆ คนเคยบอกเราเรื่องการผ่าน ตม. ที่ New Zealand ว่ามีมาตรการค่อนข้างละเอียด และโทษปรับค่อยข้างสูง ซึ่งก็จริงนะ แต่พอถึงที่สนามบินจริง ๆ ก็ไม่ได้เยอะมากนัก ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ออกจะเป็นมิตรด้วย

เค้าจะตรวจเป็นขั้นเป็นตอน โดยจะมีจุดให้ทิ้งของตลอดทาง ประมาณว่า ทิ้งซะตอนนี้ก่อนจะตรวจเจอ พอถึงด่านของเจ้าหน้าที่ ก็จะสอบถามเราเล็กน้อย ขอเปิดกระเป๋านิดหน่อย ซึ่งเราเตรียมของที่คิดว่าจะเป็นปัญหาที่อาจจะต้องตรวจเอาไว้กระเป๋านึงเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารสำเร็จรูปประเภทพร้อมทานอย่างพวก Rosa Prompt, มาม่า, เครื่องปรุง เราก็เตรียมรายการไปให้เค้าตรวจ แต่พอเปิดกระเป๋าเค้าก็แหวกดูนิดหน่อย ก็ถามว่าอะไร ซึ่งพอตอบไปเค้าก็ พยักหน้า เหมือนเข้าใจดี ไม่ได้ตรวจอะไรเยอะมาก แต่ก็ถามขั้นตอนสุดท้ายว่า มีของสดมั้ย มีอะไรต้องห้ามหรือเปล่า ถ้าไม่มี เค้าก็ปล่อยผ่านไปเจอด่านสุดท้ายได้

รีวิว Road trip เกาะใต้นิวซีแลนด์ : กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ / ของที่เตรียมเอาไว้ไปใช้ทำอาหารที่นิวซีแลนด์ / จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

อาหารแห้งและอาหารพร้อมปรุงที่เราเตรียมมาจากเมืองไทย ทำ list รายการพร้อมจำนวน เอาไว้อธิบายเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อย

และด่านสุดท้าย ก็คือน้องหมาที่คอยตรวจเช็คนักท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง เพราะเห็นนั่งอยู่เฉย ๆ แต่ก็เจอดีจนได้ เพราะมี นักท่องเที่ยวคนนึง กำลังจะออกจากจุดนี้ไปแล้ว น้องหมาก็ลุกพรวด แล้วตรงดิ่งไปดมที่นักท่องเที่ยวคนนี้เลย พอเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาตรวจเช็คก็พบว่า เจอกล้วยลูกนึง เป็นกล้วยที่แจกบนเครื่องบินในมื้ออาหารเย็น ในกระเป๋าสะพายหลัง แหม…จมูกดีจริง ๆ

หลัก ๆ แล้วการระวังตัวก็ไม่มีอะไรมาก จากประสบการณ์ที่เจอ ขอรวบรวมเป็นข้อ ๆ ไว้ให้อ่านตามนี้

  • ห้ามเอาเนื้อสัตว์ หรือของแปรรูปที่เป็นเนื้อสัตว์ รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์พีชเข้าประเทศ น่าจะเป็นเพราะประเทศนี้อยู่ในกลุ่มของ CPTPP
  • อาหารแห้งและเครื่องกระป๋องที่เรานำเข้าไป เพื่อความปลอดภัย ไม่ต้องโดนทิ้ง ต้องมีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ อ่านได้ชัดเจนว่าคืออะไร นับจำนวนและเขียนคำอธิบายไว้ให้เรียบร้อย (แต่เราไม่โดนถามนะ)
  • ของทุกอย่างต้องอยู่ในหีบห่อที่ไม่ฉีกขาด และเป็นหีบห่อที่ดูแล้วไม่เหมือนการถูกเปิดออกมาก่อน
  • สมุนไพรที่เป็นเครื่องต้มยำ เอาเข้าได้ ถ้า package มีอธิบายไว้ชัดเจนว่า มีส่วนผสมของอะไร เป็นภาษาอังกฤษชัดเจน
  • รองเท้าพื้นต้องไม่เลอเทอะจนเกินไป เพราะเค้าจะอ้างได้ว่า อาจจะมีเมล็ดพันธุ์พืชติดมา จะให้เราทำการล้างรองเท้า ที่ตรงนั้นเลย และมีค่าล้างด้วยนะ ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่แพงน่าดูเหมือนกัน
  • การนำของสดเข้ามา และไม่ได้ทิ้งก่อน จนถูก เจ้าหน้าที่พิเศษ (น้องหมา) ตรวจเจอ จะต้องเสียค่าปรับ จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่อยู่ที่ประมาณ 20,000 กว่าบาท

และนี่คือบทสรุปวันแรกนับจากวันที่เดินทางออกมาจากกรุงเทพฯ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องราวของการ Road Trip ที่นิวซีแลนด์เกาะใต้แบบเต็ม ๆ กันแล้ว รอติดตามด้วยนะครับ

Comments

comments

1 Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

3 + 3 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.