รีวิว : Belkin 4-Port USB Charger

เคยเป็นแบบนี้มั้ย เวลาไปเที่ยวแลัวกลับมาถึงที่พัก จะนอนก็ยังนอนไม่ได้ ต้องชาร์จแบตอุปกรณ์ทุกอย่างก่อนนอน แล้วปลั๊กก็ไม่พอ แต่วันนี้ผมได้ตัวช่วยแล้ว

ปลั๊กไฟ..ของจำเป็นระหว่างทริป

หนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาที่ผมออกทริป ตอนไปเที่ยวก็สนุกดีหรอกนะ แต่พอหมดวันเวลากลับถึงที่พักต้องมานั่งชาร์จไฟอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วบางที่ก็มีปลั๊กไฟอยู่น้อย เผลอ ๆ ก็มีอันเดียว

แต่ก็ใช้วิธีหาปลั๊กพ่วงเอาขนาดที่พอจะเอาไปได้ ติดกระเป๋าไป เท่าที่ลองมาแล้วเหมาะที่สุดไม่เกะกะเกินไป ก็ได้ประมาณ 4 ปลั๊ก แต่เหมือนสุดท้ายก็ยังไม่จบนะ….ยังไง ดูที่รูปประกอบได้

ภาพรวมของอุปกรณ์ที่พกไปเวลาออกทริป

ดูจากรูปแล้วอาจจะงงเล็กน้อยว่า ไปทีต้องใช้ขนาดนี้เลยเหรอ เดี๋ยวจะลองลิสต์รายการให้ดูชัด ๆ

นี่เป็นรายการที่เวลาไปออกทริป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไปกัน 2 คน (คิดว่าไม่ต่างกับคู่อื่นที่ไปเที่ยวกัน)

  • โทรศัพท์ 2-3 เครื่อง
  • Tablet 1 เครื่อง
  • แบตกล้องถ่ายรูป 2 ก้อน
  • Power Bank 1-2 เครื่อง
  • แบตกล้อง Action Cam

และในบางทริปก็มีอุปกรณ์เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

  • กล้องถ่ายรูปใต้น้ำ
  • Pocket WiFi

แค่นับก็เกิน 4 ปลั๊กแล้ว ถ้าสังเกตได้ เกินกว่าครึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ port USB และการที่เราต้องติดเต้าชาร์จ USB ไปตามจำนวน ซึ่งยังไงก็ไม่พออยู่ดี ปลั๊กเต็ม พอถึงเวลาต้องชาร์จจริง ๆ ก็ต้องมาคอยดูว่า อันไหนเต็มแล้วก็เปลี่ยนเอาอันที่ยังไม่ได้ชาร์จมาใส่ ทำให้ไม่ได้นอนได้ทันที จนบางทริปที่เหนื่อยมาก ๆ บางอันก็ไม่ได้ชาร์จ กลายเป็นเวลาแวะทานข้าวต้องหาปลั๊กไฟเพื่อเสียบชาร์จไประหว่างกินข้าว ลำบากไม่ใช่น้อย

ตอนนี้ในต่างประเทศ โรงแรมใหม่ ๆ ก็จะเริ่มมีตัวชาร์จ USB คู่กับปลั๊กเสียบปกติแล้ว

MUIU Capsule Inn

ตัวอย่างปลั๊กไฟที่ Hostel ในไต้หวัน มี USB ให้ใช้สำหรับ iPhone / iPad

 


USB Port ตัวช่วยระหว่างเดินทาง

Family RockStar™ 4-Port USB Charger

จากปัญหาที่เกิดก็สรุปได้ว่า ที่เรามีไม่พอจริง ๆ คือปลั๊กที่จะเสียบ USB Charger ได้พอ ในท้องตลาดก็เห็นมีอยู่บ้าง แต่จะมีก็อย่างมาก 2 อัน แถมดูไม่ค่อยมาตรฐาน (เรื่องนี้จำเป็นนะครับ เพราะเราอาจจะต้องเสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน ไหม้ขึ้นมาได้ง่าย ๆ เหมือนกัน เห็นข่าวบ่อย ๆ)

ก็เลยได้ข้อสรุปว่า ต้องหา USB Port มาใช้ ก็ลองค้นหาดูหลายยี่ห้อ มาติดใจอยู่ที่ตัวนี้ครับ “Family RockStar™ 4-Port USB Charger” ตัวนี้ราคาสูงกว่าตัวอื่น ๆ ในท้องตลาด แต่มันมีเหตุผล เดี๋ยวบอก เราไปแกะกล่องดูกันก่อนนิดนึง

ภายในกล่อง ก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรมาก มีตัว USB Port ที่จะใช้ตั้งพื้นหรือติดผนังก็ได้ และสายต่อที่ยาว 3 เมตรแบบมีตีนตุ๊กแกไว้ใช้รัดสายไม่ให้เกะกะ สเปคของตัวนี้ก็คือ ในแต่ละช่องสามารถจ่ายไฟได้ 2.4 Amps ได้ทุกช่อง แต่จ่ายไฟรวมได้ที่ 5.4 Amp ไม่งงนะ

คือถ้าเวลาชาร์จไฟ ตัวสายชาร์จที่จ่ายไฟได้ 2.4 Amp ก็จะสามารถจ่ายไฟได้เต็มที่ ไม่ต้องเลือกว่าช่องไหน ได้ทุกช่อง แต่ถ้ามีการต่อพ่วงอุปกรณ์เต็มช่อง อัตราการจ่ายไฟทุกอุปกรณ์จะอยู่แค่ที่ 5.4 Amp (ไม่ต้องตกใจไป เพราะทุกวันนี้ สายชาร์จไฟของ iPhone ก็จ่ายไฟแค่ 1 – 1.5 Amp เท่านั้นเอง ที่เค้าบอกว่ามีสาย Fast Charge ก็คือสายที่จ่ายไฟได้มากว่าปกตินั่นแหล่ะ แต่มากน้อยเท่าไหร่ ได้ไม่เท่ากันแล้วแต่ยี่ห้อ และคุณภาพการผลิต) ไปดูภาพประกอบได้

ภาพคำอธิบายการใช้แบบง่าย ๆ

ดูเหมือนใหญ่นะ แต่เอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปกว่า Power Bank สักเท่าไหร่ ถอดสายใส่กระเป๋าเดินทางได้สบาย ๆ และหลังจากผ่านการใช้งานจริงมาแล้วจากทริปล่าสุด ก็เลยเอามาเขียนได้ เพราะมันทำให้ไม่ต้องคอยสลับสายชาร์จแล้ว เสียบเสร็จก็ไปนอนได้เลย และจากข้อสังเกตตอนเช้าคืออุปกรณ์ที่ชาร์จไม่ร้อนนะครับ แปลว่าตัว  USB Charger มีการควบคุมการจ่ายไฟได้ดีเลย

เพิ่มมาตัวเดียว….ช่วยได้เยอะ

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า เจ้าตัวนี้ราคาค่อนข้างสูงกว่ายี่ห้ออื่นหน่อย คือราคาอยู่ที่ 1,890 บาท แต่ราคานี้มาพร้อมกับ “การประกันความเสียหายที่เกิดจากการชาร์จสูงสุด 2,500$ หรือประมาณ 80,000 กว่าบาท” รับประกันนาน 2 ปี (โดยมีเงื่อนไขนิดนึงคืออุปกรณ์ที่ใช้ชาร์จต้องไม่มีปัญหา ได้มาตรฐานนะ) เอาจริง ๆ ยี่ห้ออื่นก็ไม่ได้ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง แถมไม่มีการรับประกันด้วย อย่างมากก็ประกันตัวชาร์จ ถ้าดูกันในระยะยาวแล้วคิดว่าตัวนี้คุ้มค่ากว่า ผมถึงเลือกที่จะซื้อตัวนี้มาใช้

สำหรับใครที่อยากดูข้อมูลลึก ๆ ของที่ชาร์จตัวนี้ก็สามารถ ดูได้ที่ เว็บข้อมูล Family RockStar™ 4-Port USB Charger

และถ้าใครอยากจะสั่งซื้อ ก็สามารถสั่งได้ที่ Lazada ซึ่งเป็นช่องทางที่ผมสั่งซื้อ หรือเข้าไปดูช่องทางจำหน่ายทั้งหมดได้ที่นี่ครับ : ช่องทางการจำหน่าย

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

5 + 1 =