เบตง…ยิ่งกว่าโอเค เที่ยวเบตง แบบคนเบตงพาเที่ยว

เบตง ยิ่งกว่าโอเค เที่ยวเบตง แบบคนเบตงพาเที่ยว

“เบตง” พอพูดถึงที่นี่ หลาย ๆ คนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ว่ามันคือ อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนรู้จักอำเภอนี้ เพราะเคยได้ยินชื่อนี้ ในข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ใคร ๆ ก็กลัวกัน แต่วันนี้เราจะมาบอกเล่าให้รู้กัน จากมุมมองที่ได้ไปสัมผัสมา ตอนนี้บอกได้สั้น ๆ คำเดียวก่อนว่า “เมืองนี้น่ารักมาก” ส่วนจะน่ารักยังไง อ่านกันต่อได้เลย….

เบตง…ดีกว่าที่คิด

“เอ๋….สนใจจะไปเบตงมั้ย มีคนพื้นที่เค้าจะพาเที่ยว”  ประโยคแรกที่ได้ยินจากปลายสาย เป็นคำถามที่ทำให้เราอึ้งไปพักนึง

เบตง…จะน่ากลัวมั้ยหว่า ? / ที่นี่มันอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ ? / สถานการณ์ชายแดนภาคใต้มันสงบหรือยัง ?…..คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว เป็นเวลาประมาณ 1 วินาที และพอวินาทีที่ 2 ก็ตอบไปว่า…….“เอาซิ….ไป”  55+ ออกจะงง ๆ นะ แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเราอยากไปที่นี่มานานแล้ว จะไปเองก็อาจจะลำบาก มีเพื่อนไปด้วยแบบนี้ ไม่ไปตอนนี้แล้วจะไปตอนไหนหล่ะ

เบตง อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง

เบตง อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง

เนื่องจากเบตงนั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากหน่วยงานส่วนกลางพอสมควร จะเดินทางไปติดต่อราชการทีก็เสียเวลานาน ทำให้มีหน่วยงานหลาย ๆ ส่วน ที่สามารถดำเนินการกันได้เอง ไม่ว่าจะเป็นศาลจังหวัดเบตง หรืออย่าง สำนักงาน ขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง (เท่มั้ยหล่ะ ป้ายทะเบียนขนส่งของอำเภอของตัวเอง)

 

เผื่อบางคนยังนึกภาพไม่ออกว่าเบตงมันอยู่ตรงไหนของประเทศ (สารภาพว่า ตอนแรกก็ไม่รู้) เราเลยทำแผนที่มาให้ดู

ตัว อ. เบตง ตั้งอยู่ในเขตของจังหวัดยะลา (ในรูปคือที่เป็นพื้นที่สีเขียว ติดด้านขวาติดกับ จ. นราธิวาส ตัวเมือง อยู่ห่างจากพรมแดนแค่ 7 กิโลเมตร

การเดินทางไปที่ อ. เบตง จะไปได้หลายทาง โดยมีรถตู้โดยสารจากหาดใหญ่ เดินทางผ่านจังหวัดยะลาลงไป ค่าโดยสารคนละประมาณ 250 บาทต่อเที่ยว ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. (เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวหน่อย ไม่แนะนำสำหรับคนที่เมารถง่าย) แต่เราเลือกเดินทางด้วยวิธีนั่งรถยนต์ผ่านเข้าทางประเทศมาเลเซีย เหตุผลก็เพราะว่า เป็นเส้นทางที่เดินทางสะดวก ไม่ค่อยเจอโค้งเยอะ เรียกว่ารถลีมูซีน (แหม…ดูดีเชียว) นั่งได้ 4 คน ค่าโดยสาร ก็ตกคนละ 400 บาท ต่อเที่ยว ถ้าให้ไปส่งในสนามบินก็คิดเพิ่มคันละ 200 วิธีนี้เราเข้าประเทศมาเลย์ ที่ด่านประกอบ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ Passport เพื่อ stamp (หรือที่เรียกว่าจ๊อป) ทั้งตอนเข้ามาเลย์ และออกมาเลย์เพื่อเข้าไทยอีกที (ไปกลับจ๊อบไป 8 ครั้ง….เอาให้เต็มที่เลยครับพี่) ใช้เวลาพอ ๆ กัน แต่นั่งสบายกว่าครับ

เบตง อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย

 

เรามาพูดถึงบรรยากาศภายในตัวเมืองเบตงกันก่อนดีกว่า ที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ พี่น้องส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่ก็มีศาสนาอื่นอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ หรือชาวจีนมาเลย์ก็มี เราจะเห็นสาว ๆ คลุมผมด้วยผ้า “ฮิญาบ” อยู่ทั่วไป

บรรยากาศภายใน อ. เบตง

 

รอยยิ้มของเด็ก ๆ และผู้คนที่นี่ พบหาได้ทั่วไป ไม่เหมือนความรู้สึกของเมืองที่อยู่ในสถานการณ์ความไม่สงบเลย ชาวบ้านอยู่กันปรกติ เหมือนกับหลาย ๆ เมืองที่เราเคยได้ไปในภาคอื่น เรื่องแบบนี้มันดูออกจากแววตาของผู้คนได้

สีหน้าและแววตาใส ๆ และรอยยิ้มที่สดใส ของน้อง ๆ ที่ เบตง

ขอบคุณรูปภาพจากเพจ เที่ยวผ่านเลนส์ / Forzanu Foto

 

สภาพความเป็นอยู่ภายในตัวเมืองเบตงในความคิดเราในตอนแรก เราจะคิดว่า ก็เหมือนที่เคยเห็นในข่าว ว่าอาจจะมีแนวป้องกันระเบิด หรือบังเกอร์ให้หลบ แต่พอมาถึงจริง ๆ มันแทบไม่แตกต่างจากหลาย ๆ เมืองที่เราไปมาเลย ผู้คนอยู่กันอย่างปรกติ คึกคักกว่าบางจังหวัดที่เราไปมาดวยซ้ำ จะมีนอกเหนือจากนั้นอยู่บ้างก็มีพี่ ๆ ทหาร คอยนั่งดูแลความสงบอยู่เป็นจุด ๆ

ตอนกลางคืนขนาดดึกแล้ว ก็ไม่ได้เงียบเหงาอย่างทีคิด (ในรูปคือคณะของเราที่เดินกลับโรงแรมกัน เดินกันแบบสบาย ๆ เลย)….เห็นแบบนี้ มันทำให้เราสบายใจขึ้นเยอะ ลบไปเลยภาพในหัวที่เรากังวล ขนาดได้คุยกับคนพื้นที่เอง เค้ายังบอกเลยว่า

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนะ เรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบเนี่ย ได้ยินแต่ที่อื่น แต่ที่นี่ไม่มี”

ยามค่ำคืนภายในตัวเมือง เบตง

ยามค่ำคืนภายในตัวเมือง เบตง


พักกันที่นี่….Grand Mandarin Betong Hotel

โรงแรมที่เราพักกันที่เบตงนี้ ชื่อว่า “Grand Mandarin Betong” เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ อยู่ใกล้ใจกลางเมืองมาก เดินไปวงเวียนนาฬิกาเบตง สัญลักษณ์ของเมืองนี้ แค่นิดเดียว (เราได้รูปเบตงมุมสูงจากที่นี่ด้วย)

โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel อ. เบตง โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel อ. เบตง

ตัวห้องพัก มีขนาดกว้างขวาง อยู่สบาย สภาพเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ห้องที่เราพักเป็นห้องที่มีประตู Connetction เปิดไปอีกห้องได้ด้วย (ห้องเพื่อนร่วมทริปอยู่ข้าง ๆ กันพอดี)

โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel อ. เบตง โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel อ. เบตง


Explore…Betong

ถ้าพูดถึงเบตง คิดว่าคนคงคิดถึง “ไก่เบตง” เป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ แล้ว เมืองนี้มีอะไรดี ๆ หลายอย่างอีกเยอะ ไปดูกันดีกว่าว่า เวลาแค่ 2 วัน 2 คืน ที่เราอยู่ที่เบตง เราไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง

 

วงเวียนหอนาฬิกาเบตง

วงเวียนหอนาฬิกา เบตง สัญลักษณ์สำคัญของเมืองเบตง

วงเวียนหอนาฬิกา และรถโดยสารสีเหลือง 2 สัญลักษณ์ของเมืองเบตง

วงเวียนหอนาฬิกาเบตง Landmark สำคัญของเมืองเบตง เรียกว่าเป็นจุดสังเกตสำคัญเลยก็ว่าได้ คือถ้าจะเดินไปทางไหน ก็ใช้วงเวียนนี้แหล่ะ เป็นตัวกำหนดทิศทาง ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงค่ำของวัน จะมีนกนางแอ่นมารวมตัวกันที่นี่ ไม่อยากจะนับจำนวน แต่เกาะอยู่ตามสายไฟอยู่เต็มไปหมด น่าจะหลายพันตัวเลยหล่ะ มีคนเค้าว่ามาว่า “ถ้าใครมาเบตงแล้วโดนขี้นกตกใส่ จะมีโอกาสได้กลับมาอีก” (ระวังเต็มที่ ยังโดนไปทีนึงแหน่ะ) กลายเป็นภาพที่สวยงาม แปลกตาอยู่ไม่น้อย

วงเวียนหอนาฬิกา เบตง ยามค่ำคืน เป็นที่รวมตัวของนกนางแอ่น

 

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย

 

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์  เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย เป็นอุโมงค์สำหรับเป็นทางเชื่อมของชุมชนในแถวนั้น จากการหาข้อมูล จะเห็นอุโมงค์นี้ประดับไฟตกแต่งสวยงาม และไม่เหมือนกัน เลยกลายเป็นจุดที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หรือคนในพื้นที่ ก็ชอบมาถ่ายรูปกัน แต่ข้อแนะนำคือต้องระมัดระวังด้วยในการถ่ายรูป เพราะเป็นถนนที่ใช้สัญจร และอุโมงค์เป็นแนวโค้ง และออกมาจากอุโมงค์ก็เป็นเนินลงมาด้านล่าง ทำให้เป็นมุมอับสายตาของคนขับรถเหมือนกัน

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ที่ใคร ๆ ก็มาถ่ายรูป

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ที่ใคร ๆ ก็มาถ่ายรูป

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ที่ใคร ๆ ก็มาถ่ายรูป


ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกที่สามารถชมทะเลหมอกได้ทั้งปี ด้วยความที่สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และสภาพอากาศที่ค่อนข้างแน่นอนตลอดทั้งปี แต่จะขึ้นมากหรือน้อย ก็อยู่ที่ฤดูกาลเหมือนกัน

ทะเลหมอกที่นี่ เราเคยเห็นภาพมาก่อนหน้านี้แล้ว เป็นที่เราเคยคิดเอาไว้ว่า จะต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง สำหรับที่นี่แล้ว เวลาที่ทะเลหมอกขึ้นหนา คือแทบจะไม่เห็นยอดเขาโผล่ขึ้นมาเลย เป็นวิวที่สวยงามมาก แต่ช่วงวันที่เราไปมีแต่คนบอกว่า “วันนี้โชคไม่ดี ทะเลหมอกขึ้นน้อย….” เราคิดเลยว่า นี่ไม่น้อยนะ สวยงามกำลังดีเลย ทะเลหมอกเลียดยอดเขา และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่อาทิตย์เริ่มส่องแสง เอาเป็นว่า ดูภาพพร้อมคำบรรยายดีที่สุด

ช่วงแรกที่ไปถึง ทะเลหมอกยังไม่ก่อตัวขึ้นมาก รูปนี้พระอาทิตย์ยังโผล่ไม่พ้นขอบฟ้าเลย ทะเลหมอก็จะเห็นแค่นิดเดียว แต่เห็นว่าเริ่มก่อตัวจากทางด้านขวาแล้ว

แสงแรกที่จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

Panorama ใบแรกในทริป และเป็นช่วงแรกที่ไปถึง แสงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าเลย

แอบเสียดายที่ตอนวันที่ไป รีโมทกล้องที่สั่งมาไม่ทัน เลยไม่ได้ถ่ายเป็นคลิป Timelapse มา เห็นแล้วก็เสียดาย ภาพของหมอกที่ค่อย ๆ ก่อนตัว และไหลเอื่อย ๆ ผ่านยอดเขา มันสวยงามาจริง ๆ

ภาพทะเลหมอกที่เริ่มก่อตัวขึ้น ที่อัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

และสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริง ๆ ทะเลหมอกค่อย ๆ เพิ่มหนาขึ้น และค่อย ๆ ไหลมารวมตัวกันเมื่อแสงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า วันนี้เมฆค่อนข้างหนา ทำให้กว่าพระอาทิตย์จะโผล่มาให้เราเห็นก็สว่างจ้าแล้ว

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อแสงอาทิตย์ยิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า

 

ภาพของแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงทะลุเมฆ ลงมาที่ด้านล่าง หรือที่ภาษาของช่างภาพที่เรียกว่า “God Light” หรือ “Sunlight ray” ที่นี่สวยอย่างบอกไม่ถูก ทริปนี้ไม่เสียเที่ยวแล้ว

ภาพแสงอาทิตย์ทะลุเมฆ ที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

ทะเลหมอกมัวนตัว ที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

เดินลงมาจากจุดชมวิวด้านบนนิดนึง จะเห็นป้ายบอกระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,038 ฟุต แล้วก็เป็นป้ายที่หลาย ๆ คน มาถ่ายรูปคู่ด้วย เหมือนเป็นป้ายเช็คอินก็ได้

จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต

 

ข้อดีของจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวงก็คือ มันไม่ได้มีแค่จุดเดียว มีจุดหลัก ๆ อยู่ 2 จุด จุดแรกคือจุดด้านบน อย่างที่เราให้ดูไปแล้ว กับจุดด้านล่าง ที่เห็นทะเลหมอกเป็นวงกว้าง และที่จุดนี้ มีร้านขายของอยู่ด้วย

จุดชมทะเลหมอกด้านล่าง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

ที่จุดชมวิวด้านล่าง ตรงนี้จะมีข้อดีอยู่อย่างตรงที่ เป็นจุดที่อยู่คนละด้านกับพระอาทิตย์ขึ้น ทำให้ไม่มีแสงอาทิตย์มากวนและสีท้องฟ้าจะสวยกว่า จะเรียกว่าเป็นจุดกำเนิดทะเลหมอกก็ได้ เพราะจากที่สังเกตทะเลหมอกจะไหลจากตรงนี้ ไปที่จุดแรก

จุดชมทะเลหมอกด้านล่าง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

จุดชมทะเลหมอกด้านล่าง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

ที่จุดชมวิวด้านล่าง จะมีลานกางเต็นท์ให้ด้วย (ตั้งใจว่าครั้งหน้าจะมานอนให้ได้สักคืน) และจะมีมุมนึงที่ดูแล้วคล้ายปากถ้ำ ส่วนของจริงจะเป็นยังไง ต้องขึ้นไปดูเองนะ เราไม่บอก…อิอิ

มุมถ้ำจำลองที่ ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

อย่างที่เราบอกไว้ตอนแรกว่า ที่จุดนี้มีพ่อค้าแม่ค้า มาเปิดร้านด้วย อาหารเช้าของเราก็ที่นี่แหล่ะ มีตั้งแต่โรตี ชาร้อน กาแฟร้อน โจ๊ก มาถึงแล้วต้องจัดนะ อาหารอร่อย บรรยากาศฟิน ๆ แบบนี้ เรานั่งกันจนสายเลย

โรตีขมิ้นที่ ทะเลหมอก อัยเยอร์เวง อ. เบตง

โรตีผสมขมิ้น ที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

โจ๊กยามเช้า ทะเลหมอก อัยเยอร์เวง อ. เบตง

กาแฟร้อน กับวิวทะเลหมอก อัยเยอร์เวง อ. เบตง

เจ้าถิ่น ทะเลหมอก อัยเยอร์เวง อ. เบตง

“อัยเยอร์เวง ยินดีต้อนรับ คร้าบบบบบ…”

สำหรับใครที่ตั้งใจจะมาชมทะเลหมอกที่นี่ ต้องออกกันเช้าหน่อยนะครับ จากตัวเมืองเบตง มาที่จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนี่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เราออกกันตั้งแต่ตี 5 นิด ๆ เลยแหล่ะ ช่วงที่เราไปกำลังทำถนนให้รถขึ้นได้โดยง่าย แต่จะมีระบบการจัดการให้จอดรถในระดับนึง ไม่ถึงกับขึ้นไปถึงด้านบน และมีคิวรถไปส่งคนด้านบน (ชอบมาก จะได้ไม่วุ่นวาย หลาย ๆ ที่ก็ทำแบบนี้ ลดอุบัติเหตุไปได้เยอะ)


ล่องแก่งกำนันมนเฑียร อัยเยอร์เวง

ล่องแก่งกำนันมนเฑียร อัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

ลงจากจุดชมวิว ก็มาต่อกันที่ล่องแก่ง อยู่ในบริเวณเดียวกันนี่แหล่ะครับ ลงมาไม่ไกล เป็นการล่องแก่งแม่น้ำปัตตานี ระดับของความเสียวแค่ 1-2 เท่านั้นเอง เป็นการล่องแก่งชมธรรมชาติ มีให้ตื่นเต้นเล็กน้อย

พลพรรคที่จะไปล่องแก่ง อัยเยอร์เวง อ. เบตง

โฉมหน้าผู้ไปล่องแก่ง อุปกรณ์พร้อม

ระยะทางในการล่องแก่งมีหลายระยะ แต่ก็ยาวพอสมควร มีระยะสั้น ถึงกลาง ไปจนถึงยาว ระยะทางทั้งหมดมีความยาวประมาณ 3 km. เพราะถนนยังเป็นดินลูกรังอยู่เลย เราเลยต้องเปลี่ยนไปเป็นรถ 4WD

สภาพถนนที่จะไปล่องแก่ง อัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

การล่องจะใช้เรือแคนนู นั่งลำนึงไม่เกิน 2 คน ก่อนลงนอกจากเช็คความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ก็ต้องมาฟังวิธีการล่องแก่งอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยตลอดเส้นทางด้วย

ซักซ้อมเพื่อความปลอดภัยที่จะล่องแก่งอัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

พร้อมแล้วก็ไปกันเลยจ้า ดูจากเส้นทางเอาแล้วกันว่าเป็นยังไง ด้วยความที่นี่สามารถล่องแก่งตลอดทั้งปี ไม่มีการกักน้ำเอาไว้เพื่อล่องแก่งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นน้ำจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ฤดูกาล ฤดูร้อนก็ยังล่องได้ แต่น้ำก็จะน้อยหน่อย แต่ก็พอที่จะล่องได้อยู่

ล่องแก่งแม่น้ำปัตตานีที่ อัยเยอร์เวง อ. เบตง

ล่องแก่งแม่น้ำปัตตานีที่ อัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

มีระดับความเสียวให้นิดหน่อยเป็นช่วง ๆ แต่ไม่ถึงกับอันตราย ต้องเลือกร่องน้ำดี ๆ หน่อยไม่งั้นอาจจะพายไปติดแอ่ง อาจจะต้องเหนื่อยกันนิดนึง

ล่องแก่งแม่น้ำปัตตานีที่ อัยเยอร์เวง อ. เบตง

 

ถามว่าระดับ 1-2 แบบนี้ มีล่มกันบ้างมั้ย ก็ถ้าคัดท้ายไม่ดีก็มีร่วงอยู่เหมือนกันนะ แต่ระดับน้ำไม่ลึกครับ ยืนยังได้แต่น้ำจะแรงนิดนึง อาจจะเดินลำบากหน่อย เพราะฉะนั้น อะไรที่เปียกน้ำไม่ได้อย่าเอาลงมานะครับ เปียกน้ำไม่เท่าไหร่ แต่มันจะลอยไปกับสายน้ำได้ รองเท้าแตะนี่ตัวดีเลย เก็บไม่ทัน

ล่องแก่งแม่น้ำปัตตานีที่ อัยเยอร์เวง อ. เบตง

ล่องแก่งแม่น้ำปัตตานีที่ อัยเยอร์เวง อ. เบตง


อุโมงค์ปิยะมิตร

อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

อุโมงค์ปิยะมิตร เป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ในการรบของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ที่หลบหนีการปราบปรามของรัฐบาลมาเลเซีย เข้ามาเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็กลายมาเป็น ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ในปัจจุบัน ที่นี่กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แล้ว เราสามารถรับรู้ถึงสภาพในสมัยที่ยังเป็นฐานที่มันของขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์ได้ สภาพอุโมงค์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ด้วย

สภาพทางเดินไปชม อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

สถานที่ภายใน อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

ส่วนแรกที่จะไปดูกันคือ พิพิธภัณฑ์ จะเก็บข้าวของเครื่องใช้ และภาพถ่ายในประวัติศาสตร์ รวมไปถึงประวัติความเป็นมาของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีคนที่อยู่ในรุ่นผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคอยู่ด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์ อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

ข้าง ๆ กันก็เป็นทางเข้าอุโมงค์ของจริง ที่เค้าใช้อยู่กันจริง ๆ ในอดีต คือเค้าขุดอุโมงค์เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มีทางเข้าออกอยู่ 9 ทาง (ปัจจุบันเหลือ 6) เค้าจะใช้อยู่กันในตอนหลบภัย ในช่วงตอนกลางวัน แม้กระทั่งการหุงหาอาหาร ยังต้องประดิษฐ์เตาที่ไม่ทำให้ก่อให้เกิดควันไฟ ให้คนอื่นรู้ว่าตรงนี้มีฐานปฏิบัติการอยู่

ทางเข้า อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

สภาพทางเดินไม่กว้างมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด แต่ในสภาพความเป็นจริง ๆ น่าจะลำบากกว่านี้เพราะจำนวนคนไม่น้อยเลย แต่รู้สึกได้ถึงความเย็นของสภาพภายในอุโมงค์ จะเย็นชื้น ๆ หน่อย

ทางเดินภายใน อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

ทางเดินภายใน อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

ด้านในแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ และทางแยกออกไปยังทางออกเส้นต่าง ๆ คิดว่าในสมัยก่อน ตอนที่ไม่มีไฟฟ้าเหมือนสมัยนี้ น่าจะอยู่กันลำบากไม่น้อย ต้องอาศัยความเคยชินพอสมควรเลย

ทางเดินภายใน อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง

 

แล้วพอเราออกมาด้านนอก แล้วดูดี ๆ มานั่งนึกถึงสภาพในสมัยก่อนที่ไม่ได้เรียบร้อยอย่างนี้ ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงหากันไม่เจอ จากในรูปพื้นที่เราเหยียบอยู่ตรงนี้ ด้านล่างเป็นอุโมงค์ที่เราเดินมาเมื่อกี้นี้เลย

อุโมงค์ปิยะมิตร เมื่อมองจากด้านบน

 

และที่ไม่ไกลจากตัวอุโมงค์เท่าไหร่ เดินลงไปทางด้านล่าง จะมีต้นไทรยักษ์ที่ ตั้งลำต้นตะหง่าน สูงใหญ่ จนรากยกสูงขึ้นจากพื้น กลายเป็นทางเดินลอดได้ ต้นนี้ใหญ่มาก ขนาดหลายคนโอบเลย เลือกตำแหน่งรากที่จะยืนเพื่อถ่ายรูปได้สบาย ๆ ไม่ต้องแย่งกัน

ต้นไทรยักษ์ อุโมงค์ปิยะมิตร อ. เบตง


บ่อน้ำพุร้อน เบตง

บ่อน้ำพุร้อน เบตง

 

บ่อน้ำพุร้อนเบตง เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดกว้างกว่า 3 ไร่ เห็นน้ำใส ๆ แบบนี้ ห้ามลงไปเด็ดขาดเลยนครับ อันตรายมาก เราถ่ายรูปอยู่ริมบ่อยังรู้สึกร้อนเลย แอบเสียว ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็มีทำทางเอาไว้ พร้อมบ่อเอาไว้ลวกหรือต้มไข่ได้ มีไข่สดขายให้ต้มเอง หรือจะซื้อที่ต้มไว้เสร็จแล้วก็ได้

ที่ต้มไข่ บ่อน้ำพุร้อน เบตง

 

ไม่ไกลจากตรงบ่อหลักเท่าไหร่ จะมีสระขนาดใหญ่ เอาไว้ใช้ให้นักท่องเที่ยวมาแช่ขา เพื่อผ่อนคลาย (แต่ก็แอบเห็นมีคนแช่ทั้งตัวเลยนะ แต่ไม่น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว)

บ่อแช่ขา บ่อน้ำพุร้อน เบตง


Street Art เบตง

Street Art เบตง

 

จุดเริ่มต้นของ Landmark แห่งใหม่ของเบตง ที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของ ทีมนักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดขึ้นมาในงานครบรอบ 111 ปี เมืองเบตง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเบตง เนรมิตรงานศิลปะ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถึชีวิต และสัญลักษณ์ของเมืองเบตง รอบเมืองเบตง 11 จุด

เบตงที่รัก Street Art เบตง

กบภูเขา Street Art เบตง

กบภูเขา สิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเบตง

แมว สัญลักษณ์นึงใน Street Art เบตง

มุมอาร์ต ๆ ใน Street Art เบตง

มุมสวย ๆ ในเมืองนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

Street Art เบตง

Street Art เบตง

สตรีทอาร์ต อีกมุมนึงในย่านตลาดของเบตง

Street Art เบตง

Street Art เบตง

Street Art เบตง

ที่เห็นอยู่คือส่วนหนึ่งของ Street Art ที่เราเก็บภาพมาได้ ไม่ใช่ทั้งหมด แค่ส่วนเดียวเท่านั้น แค่นี้ก็ใช้เวลาพักใหญ่ ๆ กันเลยนะ


ชมเมืองเบตงในมุมสูง

เบตงในมุมสูง

 

เมืองเบตงเอง เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก หลุดจากเขตของเมือง ก็เป็นภูเขาแล้ว แนวเขาที่อยู่โดยรอบก็เป็นแนวเขาสันกาลาคีรี สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ก็มีทั้งในเมืองและนอกเมือง (นอกเมืองซะส่วนใหญ่) และด้วยความอนุเคราะห์ของคนในพื้นที่ ทำให้เราได้มีโอกาสขึ้นไปเก็บภาพเมืองเบตงจากด้านบนโรงแรม Grand Mandarin Betong

เมืองเบตง ในมุมสูง ยามพระอาทิตย์ตก

 

เมืองเบตงในยามค่ำคืน ที่พอได้มองแล้ว มีแสงสีและสีสันสวยงามไม่ใช่น้อย อย่างที่เคยบอกไว้ตอนต้นว่า เราผิดคาดที่เมืองนี้เป็นอย่างนั้น เพราะเราเคยไปบางเมืองตอนกลางคืน เงียบและมืดกว่าที่นี่อีก

สีสันเมืองเบตงยามค่ำคืน ในมุมสูง

 

ตอนที่ถ่ายในตอนแรก ไม่แน่ใจว่าคืออะไรเห็นดูโดดเด่น ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน แต่พอมาหาข้อมูลดูอีกทีถึงได้รู้ว่า เป็นอาคารที่ทำการไปรษณีย์เบตง และเป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วยนะ (แท่งสีแดง ๆ กลางภาพหน่ะ)

ที่ทำการไปรษณีย์ เบตง

 

และนี่แหล่ะคือเบตงในยามค่ำคืน สีสันไม่น้อยหน้าเมืองไหนเหมือนกัน ยิ่งอาคารที่อยู่ใกล้ ๆ กับวงเวียนหอนาฬิกาที่สีสันสดใส ที่ตอนที่เราอยู่ข้างล่าง กลับมองไม่เห็น แต่พอขึ้นมาแล้วก็เป็นอาคารที่สีแปลกตาดีอยู่ไม่น้อย

สีสันเบตงยามค่ำคืน


กินอะไรดี….ที่เบตง

พูดถึงที่เที่ยวไปแล้ว แต่ของเด็ดจริง ๆ สำหรับที่เบตงคือ “ของกิน” ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ไก่เบตงนะ จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันแต่ละร้านเลยดีกว่า

ครัวต่วน

ครัวต่วน อ. เบตง

 

เป็นร้านอาหารมุสลิมร้านที่เราได้ไปกินเป็นร้านแรก เป็นร้านอาหารทั่วไปและรับจัดเลี้ยงอีกด้วย อาหารก็มีมาให้ลองหลายอย่างครับ สลัดผักอาเซียน, ยำผักน้ำเบตง, แกงมัสมั่นเนื้อที่กินกับข้าวเหนียวขาวผสมข้าวเหนียวดำ ซึ่งขอบอกว่าจานนี้อร่อยมาก กินกันจนเกลี้ยง จนอยากจะขอต่ออีกจานด้วยซ้ำ

ครัวต่วน อ. เบตง

 

และปิดท้ายด้วยขนมหัวล้าน ขนมของทางใต้ เป็นลักษณะคล้ายบัวลอยแต่เป็นลูกใหญ่ ด้านในใส่ใส้เสิร์ฟพร้อมน้ำกระทิ มาเที่ยวใต้แล้วได้กิน แปลว่ามาถึงแล้ว

ครัวต่วน อ. เบตง


ร้านอาหาร บ้านคุณชาย

ร้านอาหารบ้างคุณชาย ร้านอาหารดังของเมืองเบตง ที่นี่แหล่ะ ที่เราได้กินไก่เบตงของแท้ ซึ่งรสชาติของไก่เบตงแบบ original เนี่ย เนื้อไก่จะมีลักษณะที่แน่น กัดแล้วเด้งสู้ฟันนิด ๆ ซึ่งพอรู้วิธีเลี้ยงแล้วถึงรู้ว่าทำไมถึงได้ไก่รสชาติแบบนี้ เพราะเค้าเลี้ยงปล่อยให้โตตามธรรมชาติ ไม่มีการเร่งด้วยอาหาร กว่าจะกินได้ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ไก่จะเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติมาก ไก่ได้ออกกำลัง จะเรียกว่าไก่ลีนก็ได้นะ

ต่อมาคือปลาซึ่งคราวนี้เราได้มีโอกาสได้กินปลาพลวงชมพู ปลาที่หาทานได้ยาก ไม่ได้หาทานกันง่าย ๆ ทำให้มีราคาต่อกิโลสูงถึงโลละ 3,000 บาทเลยทีเดียว และวิธีการปรุงนั้นก็ถือว่าแปลกเลยก็ว่าได้ เพราะเค้าจะปรุงให้ทานทั้งเกล็ด…ก็คือกินได้ทั้งเกล็ดนี่แหล่ะ

และที่นี่ก็เป็นที่แรกที่เปิดประสบการณ์การกินกบครั้งแรก ธรรมดาจะไม่กล้ากินเลย แต่พอได้กินแล้วมันก็คล้ายเนื้อไก่นะ คือถ้าทำดี ๆ ดูไม่ออกว่าเนื้อไก่หรือเนื้อกบเลย

ร้านอาหารบ้านคุณชาย อ. เบตง

 

และอาหารอีกอย่างที่อยากนำเสนอ ก็คือ “ปลานิล” ความพิเศษของที่นี่คือ ปลานิลที่นี่จะเลี้ยงในน้ำไหล ทำให้ไม่มีกลิ่นสาบของดินเลย ปลานิลตัวนึงขนาด 4 กิโลเลยทีเดียว ทำอาหารได้ 3 อย่าง อย่างในรูปก็มี ทำแบบลวกจิ้ม, แกงส้มดอกดาหลา, และอีกจานคือเอาไปใส่ในราดหน้าเส้นทอดรวมไปกับเนื้อปลาหมึกและกุ้ง จานนี้ก็ไม่ค่อยได้หากินได้ง่าย ๆ แล้วเหมือนกัน ส่วนรสชาติของปลาลวกจิ้มนั้น ผมว่าไม่แตกต่างจากปลากระพง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกันเลยทีเดียว

ร้านอาหารบ้านคุณชาย อ. เบตง


บ่อตกปลานพดล (Noppadol Fishing)

ร้านนี้ให้บริการเป็นร้านอาหารพร้อมบ่อตกปลา และเมนูที่เราได้มาลองก็ทำให้รู้สึกประหลาดใจมาก ทุกเมนูมี “ปลานิล” เป็นวัตุดิบหลัก ไม่ว่าจะเป็น ปลานิลทอดราดสมุนไพร, ปลานิลเผาเกลือ และที่รู้สึกชอบมากก็คือ เกี๊ยวปลานิลทอด กัดไปคำแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคือเนื้อปลานิล ไม่มีกลิ่นคาวปลาสักนิด แปลก ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน และอีกจานคือ ไข่เจียวปลานิล ไข่เจียวฟู ๆ สอดไส้เนื้อปลานิล อันนี้ก็ไม่เคยกินที่ไหนเหมือนกัน

Noppadol Fishing อ. เบตง

 


ร้านอาหารต้าเหยิน

ร้านนี้เป็นอาหารจีนเก่าแก่ เคยเจอแต่ที่หาดใหญ่ มาถึงต้นตำรับ ต้องมาลองสักครั้ง ดูด้านนอกก็เหมือนร้านอาหารทั่ว ๆ ไป แต่ที่แปลกคือ คนแน่นร้าน นั่งกันเกือบเต็มทุกโต๊ะ (วันแรกเดินผ่านก็คนแน่น) เมนูแนะนำก็มี ผัดหมี่เหลืองทะเล, หมูเคาหยก, ผัดผักน้ำ, ปลาจีนบุรีนึ่งซีอิ๊ว, ผัดถั่วฝักยาว (เหมือนธรรมดา แต่รสชาติดีมาก), ไก่เบตง, แกงจืดลูกชิ้นปลาหมึก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านนี้ใคร ๆ ก็ต้องมาเวลาที่มาเบตง

ต้าเหยิน อ. เบตง

ต้าเหยิน อ. เบตง


เซ้ง ติ่มซำ

ร้านติ่มซำที่เราได้ทานก่อนเดินทางกลับ ร้านเปิดตั้งแต่เช้ามืด ตี 5 กว่า ๆ ก็เปิดแล้ว เป็นร้านติ่มซำนึ่งสด นอกจากติ่มซำแล้วก็มีก๋วยเตี๋ยวหลอด ที่ไม่เคยกินแบบนี้ที่ไหน เป็นแค่เส้นก๋วยเตี๋ยวสอดไส้บาง ๆ ราดน้ำซอสธรรมดา ๆ แต่อร่อย ร้านนี้หาง่าย ตั้งอยู่ใกล้ ๆ วงเวียนนาฬิกาเลย เปิดตั้งแต่เช้ามืด ประมาณเที่ยงก็ปิดแล้ว

เซ้ง ติ่มซำ อ. เบตง

เซ้ง ติ่มซำ อ. เบตง


เบตง…ยิ่งกว่าโอเค

และนี่คือสิ่งที่เราได้ไปสัมผัสมาในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เข้าใจเหมือนกัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เป็นเมืองที่น่าสนใจมาก ธรรมชาติยังสมบูรณ์อยู่มาก ผิดกับภาพที่เราเคยได้รับรู้ตลอดมา เป็นเมืองที่อยากให้ใคร ๆ หลายคนได้มาลองดูสักครั้ง ไอ้คำที่ว่า “บ้านเรามีของดีอยู่มากมาย ไม่ต้องไปแสวงหาที่ต่างแดน” มันใช้ได้กับที่นี่จริง ๆ คำว่า “โอเคเบตง” หรือว่า “เบตงยังคงโอเค” เป็นคำที่เราเคยได้ยิน ให้ความรู้สึกถึงความสบายใจ ที่มาเยี่ยมเยียนที่นี่ แต่ในทริปนี้ พวกเราที่ได้ไปด้วยกันคิดว่า คำนี้มันน้อยไป มิตรภาพ ความประทับใจ และสิ่งที่ได้รับกลับไปมันให้ความรู้สึกดี ๆ กับเรามาก จนขอเปลี่ยนมาใช้คำว่า “เบตง…ยิ่งกว่าโอเค”

ขอบคุณที่ติดตามกันมาถึงตรงนี้ ยอมรับว่ารีวิวเบตงครั้งนี้ของเรายาวมาก ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่า เราไปแค่เวลาสั้น ๆ (ถ้าจะนับเวลากันจริง ๆ ก็แค่ 2 วัน 2 คืนเท่านั้น) แต่ได้อะไรมามากมาย และที่เบตงนี้ ยังมีอะไรให้เราได้ค้นหา ได้ท่องเที่ยวอีกมาก อย่างเช่น ป่าบาลาฮาลา ที่เพื่อน ๆ ร่วมทริปของเราได้ไปกันหลังจากที่เราได้กลับไปแล้ว ได้เห็นแล้วรู้สึกว่า เสียดายมาก จนคิดว่า ต้องหาเวลากลับไปอีกครั้งให้ได้ และที่เราทำรีวิวมาได้ขนาดนี้ ก็น่าจะเพราะความตั้งใจจริงของเรา ที่อยากให้ทุกคน ได้รู้ถึงสิ่งดี ๆ ที่อาจจะไม่มีใครได้เห็นมาก่อน และเราก็สัญญาไว้ว่า เราจะกลับไปอีกครั้ง ก่อนสนามบินเบตงจะสร้างเสร็จให้ได้ (ถ้าเสร็จก็คงมาอีก)

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ โกเอ็กซ์ ที่ได้ชักชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ให้มาเที่ยวเบตง และเป็นคนประสานงานทุก ๆ อย่างในครั้งนี้ โกเอ็กซ์เป็นคนเบตงที่รักบ้านเกิด และอยากจะนำเสนอภาพของเบตงให้เหมือนกับเบตงที่โกเอ็กซ์รัก

และสำหรับใครที่อยากจะมาเที่ยวเบตง ก็สามารถติดต่อกับทางโกเอ็กซ์ได้เลยที่เบอร์ 0616541519 (โกเอ็กซ์ไม่ใช่ทัวร์นะครับ เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่รักเบตงและอยากจะให้เบตงเป็นที่รู้จักในนามของเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของไทย)

ขอยืนยันว่า “เบตง…ยิ่งกว่าโอเค” นะครับ

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

7 + 9 =