Cool 93 Outing : Cool in Ho Chi Minh

ซินจ่าว..โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) เมืองแห่งไข่มุกตะวันออกไกล

สวัสดีครับ…วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวต่างประเทศกันครับ ประเทศ “เวียดนาม” เพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC เรานี่เอง เมืองที่เราจะไปก็คือ โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) หรือ ไซ่ง่อน (Saigon)ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ด้วยความร่วมมือระหว่างสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย และ Cool FM 93 ได้จัดทริปเพื่อพาสมาชิกที่เป็นผู้ชนะในการร่วมเล่นเกม เพื่อร่วมกิจกรรม Hall of Fun 10 at Ho Chi Minh

coolouting_hochiminh_keyart

ในครั้งนี้ผมได้มีโอกาสได้ร่วมทริปในฐานะสื่อ ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ เราไปกันเป็นคณะใหญ่ครับ เฉพาะผู้โชคดีได้ร่วมกิจกรรมจาก Cool FM ก็ 50 คนเข้าไปแล้วแบ่งได้เป็น 5 ทีม การเดินทางเลยใช้เป็นบริการบริษัททัวร์ เพราะฉะนั้นผมจะบรรยายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นหลักนะครับ ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่า “ดินแดนไข่มุกแห่งตะวันออกไกล” นั้นมีอะไรให้เที่ยวกันบ้าง

เริ่มต้นเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ

เราเดินทางกันตั้งแต่ตอนเช้าครับ เวลารวมตัวที่ท่าอากาศยานดอนเมืองคือ 05.00 น. (เช้าตรู่ กลายเป็นหมีแพนด้าขึ้นเครื่องบินกันเลย) เราเดินทางด้วยสายการบิน แอร์เอเชียเที่ยวบินที่ FD650 เวลาออกเดินทางคือ 07.45 น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชม.

SaigonReview-002

บรรยากาศเช้าวันที่ไป ฤกษ์ดีกันเลยทีเดียว ฝนเริ่มโปรยปรายลงเม็ดเล็ก ๆ ให้พวกเราได้ชื่นใจ…ความรู้สึกตอนนั้นคือ เอาแล้วเดินเที่ยวกลางสายฝน จะได้รูปอะไรกลับมามั้ยเนี่ย

SaigonReview-001

ถึงแม้บรรยากาศก่อนออกเดินทางจะดูขมุกขมัวขนาดไหน แต่ผู้ร่วมทริปทุกคนก็กำลังใจดีครับ เพราะได้มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับ Cool J CJ และ Cool J Nan ก่อนขึ้นเครื่องก็ขอก่อนสักรูปนึง

SaigonReview-003

ว่าแล้วก็ขึ้นเครื่องกันเลยครับ Welcome to Thai Air Asia fly to Ho Chi Minh

SaigonReview-004

ตอนรอขึ้นเครื่องก็ยังเห็นไม่ชัดหรอกครับว่า ฝนลงเม็ดขนาดไหน แต่พอได้นั่งเท่านั้นแหล่ะ….รู้เลย (ภาวนาว่าขอแค่ที่นี่นะ น้องฝนอย่าตามไปด้วยเลย)

SaigonReview-005

เนื่องจากเราเดินทางกันเป็นไฟลท์แรกของวัน อาหารมื้อแรกก็เลยไปจัดกันบนเครื่องบินเลยครับ แล้วอยากจะบอกว่า ถ้ามีโอกาสให้ลองซะ “ข้าวเหนืยวไก่ย่าง” ของที่นี่อร่อยจนติดใจ เคยสั่งตอนบินกลับจากญี่ปุ่นทีนึงแล้ว ไม่คิดว่าจะได้กินอีกครั้ง ชอบมากเลยครับขอบอก

SaigonReview-006

นั่งกันไม่ทันไรก็ถึงซะแล้ว ระยะเวลาเหมือนเราบินลงไปทางใต้ของบ้านเราสัก ชุมพรหรือสุราษฎร์ธานี ครับ สนามบินยังใหม่อยู่เลย ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ดูสะอาดสะอ้านผิดคาดเลย

SaigonReview-007

สกุลเงินของเวียดนาม เรียกว่า “ดอง” นะครับ ตัวย่อภาษาอังกฤษคือ VND โดยอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณกับเงินไทยประมาณ 10,000 VND = 16 บาท สามารถแลกได้ที่ Counter ก่อนออกจากสนามบิน รับกระเป๋าเดินออกมาก็เจอเลยครับ มีข้อแนะนำอยู่อย่างนึงตรงเราแลกที่จุดนี้เอาแค่พอใช้เข้าเมืองก็พอนะครับ ไม่ต้องแลกทั้งหมด เพราะที่ตลาดจะมีร้านรับแลกเงินให้เรทดีกว่าที่ตรงนี้ครับ

SaigonReview-008

ออกมาตอนแรกตกใจเลยครับ คนเยอะมาก…(นึกว่าหมอชิต) สงสัยจะมารอรับญาติกัน สภาพด้านนอกกับด้านในนี่ดูแตกต่างกันพอควรเลยครับ

SaigonReview-009

รถบัสคันนี้คือพาหนะที่เราจะใช้เดินทางครับ รถที่นี่เป็นรถพวงมาลัยซ้ายนะครับ ประตูทางลงจะอยู่ทางขวา ไปถึงระยะแรกไม่คุ้นเหมือนกันเวลารถเลี้ยวหรือจอด

SaigonReview-010

พาหนะยอดนิยมของเวียดนามคือรถจักรยานยนต์ครับ มองไปทางไหนก็เห็น ถึงจะดูไม่เป็นระเบียบแบบนี้ แต่ตั้งแต่ผมไป ไม่เห็นอุบัติเหตุสักครั้งนะครับ เพราะในเมืองหลวงเค้าจำกัดความเร็วรถทุกชนิด คือขับห้ามเกิน 40 กม. ต่อชม. ถึงจะขับกันแทบจะชนกันแต่ก็ไม่ชนนะ เค้าถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า คนขับรถด้านหลังมีหน้าที่หยุด ถึงคันหน้าจะเบรคเร็วขนาดไหนก็ตาม เรียกว่าเบรคแบบล้อใกล้ล้อเลย เหมือนว่าสะกิดกันนิดหน่อย เค้าไม่ติดใจอะไรกันนะครับ

ระหว่างการเดินทางก็จะเห็นแม่ค้าพ่อค้าขายของกันริมทางเลย บางคนก็จอดรถกินกันตรงนั้นเลย คิดดูนะขี่รถมาอยู่ดี ๆ เจอบะหมีข้างทาง ก็จอดคร่อมรถอยู่อย่างนั้นแหล่ะ โซ้ยบะหมี่เสร็จก็จ่ายตังค์ แล้วก็ขี่รถไปต่อ แล้วผมก็เห็นว่า เค้าขายลูกหมากันแบบนี้เลย (อันนี้คือไม่รู้ว่าขายเพื่อเอาไปเลี้ยงหรือ…ไม่อยากคิดเลย แต่ผมไม่เห็นหมาจรจัดเลยนะที่นี่)

SaigonReview-011

มีบริการนึงที่อยากลองนะครับ แต่ไม่มีเวลาไปลองดูคือ ที่นี่เค้าจะมีบริการนำเที่ยวด้วยรถจักรยานยนต์ ตามจุดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เป็นน้องผู้หญิงในชุด ชุดอ๋าวหย่าย ชุดประจำชาติของเวียดนาม พาเที่ยว สนนราคาเท่าไหร่ไม่รู้นะครับ แต่อยากไปลองแว้นดูบางน่าจะดี

ทำเนียบประธานาธิบดี

พิกัด GPS : 10.777289, 106.695926

แล้วเราก็มาถึงที่แรกที่เราจะเข้าไปเที่ยวกัน “ทำเนียบประธานธิบดี” ครับ ชาวเวียดนามเรียกที่นี่ว่า “ทองยัด” เป็นอาคารหลังใหญ่ที่มีสวนอยู่รอบ ๆ มองจากทางประตูใหญ่ผ่านสนามหญ้า แล้วคล้ายทำเนียบขาวของอเมริกาอยู่เหมือนกัน อาคารนี้เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการฝรั่งเศส หรือที่เรียกว่า “ทำเนียบนโรดม” ต่อมาเป็นที่พำนักของประธานาธบดีเวียดนามใต้ ก่อนจะถูกทิ้งระเบิดในปี พ.ศ. 2506 และได้มีการสร้างอาคารหลังใหม่ชื่อ “ทำเนียบอิสรภาพ” แทน ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองทุกอย่างให้เสมือนสภาพเดิมก่อนที่กองกำลังคอมมิวนิสต์จะโค่นล้างรัฐบาลเวียดนามใต้ได้สำเร็จ

SaigonReview-012

ภายในทำเนียบมีทั้งหมด 4 ชั้น (รวมชั้นใต้ดิน) ในชั้นแรกจะเป็นห้องที่ใช้ในการรับรองแขกบ้านแขกเมือง รวมไปถึงห้องประชมสัมมนาต่าง ๆ

SaigonReview-013 SaigonReview-014

ในชั้นที่สอง จะเป็นห้องทำงานของประธานธิบดี รวมไปถึงห้องวางแผนการรบ โดยมีทางลงไปยังชั้นใต้ดินจากที่นี่ได้เลย (เตรียมพร้อมสำหรับการโดนโจมตีมาก)

SaigonReview-015

ถึงแม้จะดูเหมือนทำเนียบที่อยู่ท่ามกลางสมรภูมิ แต่ก็ยังมีห้องฉายภาพยนต์ให้ใช้ด้วยนะครับ

SaigonReview-016

จากชั้นนี้เราจะมองเห็น ถนนเลหย่วน ซึ่งเป็นถนนที่มุ่งตรงมายังทำเนียบ ทำให้มองเห็นได้อย่างนึงว่า ในโฮจิมินห์นี้ ต้นไม้ต้นใหญ่มาก ไกด์ของเราบอกว่าเป็นแนวความคิดที่ประธานาธบดีโฮจิมินห์ ได้บอกเอาไว้ว่าให้รักษาต้นไม้ใหญ่เอาไว้ เพื่อความร่มรื่น แต่ละต้นอายุนนับร้อยปีเลยทีเดียว

SaigonReview-017

เมื่อขึ้นไปด้านบน จะเป็นห้องกว้าง ๆ ให้ชมวิวได้โดยรอบ และจะมีเฮลิคอปเตอร์จอดอยู่ด้านบน และวงกลมอยู่ 2 จุด วงกลมที่เห็นคือจุดที่เคยโดนระเบิดถล่มจนทะลุไปถึงด้านล่าง

SaigonReview-018

หลังจากนั้น ไกด์ก็พาเราลองไปที่ชั้นใต้ดิน ที่เป็นกองบัญชาการและห้องต่าง ๆ ที่ใช้ในยามสงคราม ตรงนี้ผมไม่ได้เก็บภาพมา เพราะมัวแต่ยืนดูรูปเหตุการณ์ตอนภัยสงคราม เป็นภาพถ่ายขาวดำ เป็นความโหดร้ายของภัยสงคราม นึกในใจว่า โชคดีแค่ไหนที่ประเทศไทยไม่ได้โดนสภาวะสงครามแบบนี้ ไม่ขอเก็บภาพนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่อยากเอามาเสนอให้ดูกัน ถ้ามีโอกาสอยากให้มาดูด้วยตัวเองดีกว่า ผมหาคำบรรยายไม่ได้จริง ๆ

พอเราเดินชมกันครบแล้ว ก็ได้เวลาไปทานอาหารกลางวันกันครับ ร้านอาหารอยู่ไม่ไกล สามารถเดินไปได้ ชื่อว่าร้าน “Restaurant Ngon 138”

SaigonReview-019

ภายในร้านมีอาหารให้เลือกหลายอย่าง ซึ่งถ้าใครเคยได้กินอาหารเวียดนามที่บ้านเราคงจะนึกภาพออกได้ไม่อยาก เพียงแต่รายละเอียดอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ตามวัตถุดิบ

SaigonReview-020 SaigonReview-021

เมนูที่เราทานเป็นเมนูแบบง่าย ๆ ครับ ข้อแนะนำสำหรับใครที่จะเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม ถ้าทำได้ ให้พกน้ำจิ้มแจ่ว หรือซีฟู้ดไปด้วย เพราะน้ำจิ้มของเค้าเพียว ๆ ไม่ค่อยจะถูกปากเราเท่าไหร่

SaigonReview-022

โรงละครโอเปร่า โฮจิมินห์ (Opera House Ho Chi Minh)

พิกัด GPS : 10.776389, 106.703056

หลังจากนั้นอิ่มกับอาหารกลางวันแล้ว เราก็ไปที่เที่ยวต่อไป คือ โรงละครโอเปร่า โฮจิมินห์

SaigonReview-023

โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2402 ในอดีตเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาแห่งชาติเวียดนามใต้ ปัจจุบันในการเปิดการแสดงต่าง ๆ โดยจัดผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละสัปดาห์ ตอนที่ไป มีการแสดงอยู่จริง ๆ ครับ ผมเดินเข้าไปที่ประตู กำลังจะยกกล้องถ่ายรูปก็โดน เจ้าหน้าที่เค้าห้ามเสียแล้ว “No Photo” แฮะ แฮะ… SaigonReview-024

ทางด้านฝั่งตรงกันข้าม เป็นสถานที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน สายแรกของเวียดนามครับ เป็นความร่วมมือระหว่างเวียดนาม กับ ญี่ปุ่น ยังไม่รู้นะครับว่า ทั้งสายจะวิ่งไปแถวไหนบ้าง แต่ก็น่าจะเกาะติดตามสถานที่สำคัญ ๆ

SaigonReview-025

เราใช้เวลากับตรงนี้ไม่มากครับ ไม่เกิน 15 นาที แล้วก็ขึ้นรถต่อไปที่สถานที่สำคัญอีกที่นึง ที่ถือว่าเป็น Landmark สำคัญของโฮจิมินห์เลย “โบสถ์นอร์ทเตอร์ดัม”

โบสถ์นอร์ทเตอร์ดัม (Notre Dame Cathedral, Ho Chi Minh)

พิกัด GPS : 10.779773, 106.699124

โบสถ์นอร์ทเตอร์ดัมที่โฮจิมินห์นี้ ตั้งอยู่ใจกลางของนครโฮจิมินห์ เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นมาในตอนที่เวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส โดยมีต้นแบบมาจาก มหาวิหาร Notre Dame ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี เป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในเวียดนาม ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นของพระแม่มารี

SaigonReview-026
SaigonReview-027

ตอนช่วงที่ไปถึง ยังไม่ใช่เวลาเปิดของตัวโบสถ์นะครับ เราเลยได้แต่ถ่ายรูปกันอยู่ด้านนอก แต่สถานที่อีกที่นึงที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของโบสถ์ ก็ถือเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญเหมือนกัน นั่นก็คือ “ไปรษณีย์กลาง นครโฮจิมินห์”

ไปรษณีย์กลาง นครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Posts & Telecommunications)

พิกัด GPS : 10.779830, 106.699845

เป็นอาคารไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2439 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2444 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ Gustave Eiffel สถาปนิกคนเดียวกันกับที่ออกแบบหอไอเฟล ด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตัวอาคารมีการระดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์

SaigonReview-028
SaigonReview-029

ด้วยความสวยงามในการออกแบบ ทำให้นักออกแบบสถาปัตยกรรมมากมายเดินทางมาศึกษา ดูงานการออกแบบตกแต่งอาคารแห่งนี้ ที่ไปรษณีย์กลางแห่งนี้ มีการบริการทั้งการส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสม โปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐาน

SaigonReview-030
SaigonReview-032
SaigonReview-031

สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่มักจะไม่พลาดคือการส่งไปรษณีย์กลับไปที่บ้านของเรา ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ยาก

SaigonReview-033

นอกเหนือจากนั้น ตรงด้านประตูทางเข้าทั้ง 2 ฝั่ง มีมุมที่ซื้อของฝากที่ระลึกอีกด้วย

SaigonReview-034

หลังจากนั้นเราก็ไปต่อกันที่ “ตลาดบินห์ถัน” แหล่งช้อปปิ้งที่ขาช้อปไม่ควรพลาด

ตลาดบินห์ถัน (Bến Thành Market)

พิกัด GPS : 10.772574, 106.698059

ตลาดนี้เป็นตลาดขนาดใหญ่ใจกลางพื้นที่ของนครโฮจิมินห์ มีสินค้าประเภทหัตถกรรมพื้นเมือง, สิ่งทอ, ของที่ระลึก ไปจนถึงอาหารสด, อาหารพื้นเมือง และเครื่องเทศต่างๆ อ่อ ที่นี่จะมีร้านแลกเงินที่ให้เรทดีกว่าที่สนามบินนะครับ อยู่ตรงข้ามกับตลาด ด้านขวามือของตลาด

SaigonReview-035

ตัวตลาดโดนแบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ ๆ คือส่วนที่อยู่รอบนอก จะเป็นร้านค้าที่ควบคุมดูแลโดยรัฐบาล ราคาที่ตั้งไว้เป็นราคาที่ขาย ห้ามต่อรองราคา จะมีสินค้าพวก ของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เราสามารถหาชุดอ๋าวหย่ายสวย ๆ เป็นของฝากติดมือกลับบ้านได้

SaigonReview-036

โซนด้านในจะมีสินค้าหลากหลายให้ได้เลือกซื้อ อันนี้ใครมีความสามารถในการต่อรอง ก็ได้เปรียบครับ หลายร้านแม่ค้าสามารถพูดภาษาไทยได้นะครับ ดูจากสินค้าแล้วก็คิดถึงตลาดตันหยง หาดใหญ่บ้านเรา แต่ตัวตลาดเค้าค่อนข้างกว้างมาก มีร้านค้าและร้านอาหาร สไตล์ฟู๊ดคอร์ทตลาดนัดให้ได้ลองไป ยอง ๆ เหลากันได้ด้วย

SaigonReview-037
SaigonReview-038

หลาย ๆ ครั้งที่ผมอยากจะยกกล้องถ่ายรูปชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่นะครับ แต่บางทีก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ คนที่นี่ ถ้าเค้าไม่อยากให้เราถ่ายรูปเค้า เค้าจะเบือนหน้าหนี ไม่ก็ชักสีหน้านิดหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าบางคนที่เค้าให้เราถ่ายเค้าจะเต็มใจนะครับ เพราะหลังจากถ่ายแล้ว คุณอาจจะโดนเค้าเหล่านั้นใช้ทริคบางอย่างทำให้เราเสียเงินก็เป็นได้ ขอเล่าเหตุการณ์ของเพื่อนร่วมทริปให้ฟังแล้วกัน

ประมาณว่า เราไปถ่ายรูปเค้า เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกด้วยซ้ำว่า “Photo Free!!!” พอรู้ว่าถ่ายได้ก็ถ่ายใหญ่เลยครับ แต่สรุปพอถ่ายเสร็จเค้าก็ยื่นของมาให้เรา ประมาณว่าขายของว่างั้นเหอะ นั่นไงหล่ะ แล้วขอบอกเป็นข้อควรจำไว้เลยนะครับว่า ถ้าคุณคิดจะซื้อสินค้าหรือต่อราคาของเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณไม่มีไกด์ที่พอจะคุยได้ หรือไปซื้อของคนเดียว ให้รับของก่อนจ่ายเงิน ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเงินมากกว่าที่ตกลงนะครับ

พอช้อปปิ้งกันเรียบร้อยแล้ว ก็ประมาณบ่าย 3 โมงเย็น เราก็กลับเข้าที่พักกันแล้ว ที่พักของเราชื่อว่า Oscar Saigon Hotel ครับ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Ho Chi Minh Square เลย เป็นโรงแรม 4 ดาวครับ ดูราคาจากเว็บจองโรงแรมแล้ว ราคาไม่แพงครับ คืนละประมาณ 1,000 กว่าบาท ห้องกว้างขวาง อยู่ในเกณฑ์ดีเลยครับ

SaigonReview-039
SaigonReview-040
SaigonReview-041

พอเราเก็บของเสร็จเรียบร้อย ก็รอเวลาที่จะไปทานข้าวเย็นครับ ที่ Ho Chi Min Square เป็นพื้นที่สาธารณะที่ทอดเป็นแนวยาวโดยมีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่หน้าศาลาว่าการเมือง พอแดดร่มลมตกหน่อย ผู้คนก็จะออกมาพักผ่อนหย่อนใจกัน มีช่างภาพหลาย ๆ คนออกมาถ่ายรูป รวมไปถึงรับจ้างถ่ายรูปด้วยครับ

SaigonReview-042

เวลาในช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้คนออกมาผ่อนคลายกันเยอะมากครับ ถือเป็นแหล่งรวมคนทุกเพศทุกวัย หลาย ๆ ครอบครัวก็พากันออกมาถ่ายรูป ถามจากไกด์แล้ว เค้าจะอยู่กันถึงเกือบ ๆ 4 ทุ่มกันเลยทีเดียว

SaigonReview-043
SaigonReview-044

ผมหล่ะชอบบรรยากาศแบบนี้จริง ๆ เลยครับ ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

พอได้เวลาเราก็ไปทานอาหารเย็นกันครับ ที่ร้าน “Mandarine” เป็นร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น มองแล้วเหมือนร้านอาหารจีน แต่มีผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสด้วย

SaigonReview-045

อาหารก็เป็นอาหารเวียดนามที่ตกแต่งได้สวยงามตามสไตล์ฝรั่งเศสครับ

SaigonReview-046
SaigonReview-047
SaigonReview-048

หลังจากนั้นเราก็กลับเข้าที่พักครับ แต่ก่อนนอน ผมขอออกมาเก็บบรรยากาศตอนกลางคืนกันอีกสักนิด ดูเอาแล้วกันนะครับว่าคนเยอะขนาดไหน

SaigonReview-049

แล้วก็เข้าโรงแรมเพื่อนนอนพักเอาแรงเพื่อไปลุยต่อพรุ่งนี้ครับ โดยกะไว้ว่าจะตื่นเช้า ๆ หน่อยเพื่อออกไปดูบรรยากาศตอนเช้าซะหน่อย

สรุปว่าลืมไปครับว่าไม่ใช่บ้านเรา พระอาทิตย์ขึ้นก่อน 6 โมง ตอนแรกดูสถานที่ไว้แล้วว่ามันเดินไปที่ท่าเรือใกล้ ๆ ได้ พอไปถึง พระอาทิตย์ก็ขึ้นไปสักพักแล้ว

SaigonReview-050

สถาพการจราจรของบ้านเมืองเค้าก็ไม่ต่างจากเราเท่าไหร่ครับ ผู้คนตื่นเช้า จะต่างกันก็ตรง รถส่วนตัวไม่ค่อยจะเห็นสักเท่าไหร่ จะมีก็จักรยานยนต์ที่เยอะหน่อย

SaigonReview-051

จริง ๆ ที่พักตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับอาคาร Bitexco Financial Tower อาคารที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศเวียดนาม ตัวอาคารมีทั้งหมด 68 ชั้น มีชั้นสำหรับดูวิวเมือง Ho Chi Minh ที่เรียกว่า Saigon Skydeck ที่ชั้น 49 เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ขึ้น เพราะเวลาไม่ลงตัวครับ เลยได้แต่ถ่ายตัวอาคารที่สะท้อนแสงแดดตอนเช้าแทน

SaigonReview-052

โปรแกรมของเราวันนี้วิ่งออกไปนอกเมืองโฮจิมินห์ กันหน่อยครับ เราจะเดินทางไปกันที่ Mekong Delta ซึ่งอยู่ทางใต้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จริง ๆ ระยะทางแค่ประมาณ 75 กิโลเมตรครับ แต่ที่ใช้เวลานานขนาดนี้ เพราะที่เวียดนามนี้เค้าจำกัดความเร็วครับ ขนาดวิ่งในทางด่วนยังใช้ความเร็วได้แค่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเอง

SaigonReview-054

กิจจกรรมที่เรามาทำกันในว้นนี้ คือมาเที่ยวแบบสไตล์บ้าน ๆ กับชุมชนที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง โดนนั่งเรือข้ามไปยังเกาะ Unicorn Island ที่เห็นในภาพด้านล่างนี่แหล่ะครับ ตอนแรกยังมองภาพไม่ออก เห็นแม่น้ำก็ยังคิดว่าแม่น้ำโขงนี่ไม่ใหญ่นะ พอ ๆ กับเจ้าพระยาเลย แต่พอมาลองดูแผนที่แล้ว เพิ่งถึงบางอ้อว่า ไอ้ที่เห็นมันแค่ส่วนเดียวของแม่น้ำ เราแค่ข้ามไปเกาะที่อยู่กลางแม่น้ำเองนะ

SaigonReview-053

จุดแรกที่เราไปดูกันคือ การทำขนมลูกกวาดจากมะพร้าว ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คล้าย ๆ กาละแมแหล่ะครับ แต่เค้าใช้มะพร้าวกะทิมาทำ

SaigonReview-055

วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากครับ ก็เคี่ยวมะพร้าวกระทิให้ได้ที่พอเหนียว ๆ แล้วก็เอามาเทลงในรางเป็นเส้น ๆ รอให้เย็นตัว แล้วก็เอามาตัดเป็นเม็ด ๆ ที่ทึ่งคือ ตอนที่ตัดเป็นเส้นจนถึงบรรจุหีบห่อ นี่ใช้แรงงานคนนะครับ ตัดได้เสมอกันมาก ห่อก็เร็วมากด้วย ราคาก็ขายไม่ต่างกับขนมบ้านเราเท่าไหร่ถูกกว่าบ้านเราเล็กน้อย ซื้อ 5 แถม 1 ครับ

SaigonReview-056

หลังจากนั้นก็เตรียมตัวลงเรือแจวท้องถิ่นของที่นี่เข้าไปด้านในของเกาะ โดยเรือลำนึงนั่งกันได้ 4 คน อารมณ์เหมือนเราล่องเรือเข้าไปในคลอง ในตลาดน้ำบ้านเราหน่ะครับ

SaigonReview-057 SaigonReview-058

หลังจากเราล่องเรือเข้าไปจนถึงปลายทางแล้ว ก็ขึ้นไปนั่งพักดื่มชา ชิมผลไม้ท้องถิ่น พร้อมฟังดนตรีพื้นเมือง พร้อมกับมีสินค้าและผลไม้ท้องถิ่นจำหน่ายครับ แต่บอกเลยว่าผลไม้บ้านเรากินขาดครับ

SaigonReview-059

หลังจากนั้นเราก็เดินต่อไปเพื่อไปที่ฟาร์มผึ้ง เพื่อไปชิมชาผสมน้ำผึ้งสด ๆ กับส้มจีนลูกเล็ก ก็ชุ่มชื่นคล่องคอดีครับ ผึ้งที่นี่เป็นพันธุ์ที่ไม่ดุ ขนาดถือมาโชว์กันแบบไม่ต้องใส่เครื่องป้องกัน เข้าไปถ่ายรูปได้ใกล้ ๆ เลยครับ

SaigonReview-060

หลังจากนั้นเราก็ลงเรือกลับมาที่ฝั่งครับ เพื่อจะไปที่แวะเที่ยวที่ต่อไปของเรา

เจดีย์วินห์ตราง (Vinh Trang Temple)

พิกัด GPS : 10.361944, 106.373333

วัดนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาเป็นศิลปะที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันออกและตะวันตก อยู่ด้วยกัน โดยที่ด้านนอกจะออกแบบสไตล์ฝรั่งเศส ส่วนพระพุทธรูปและการตกแต่งด้านในเป็นแบบจีน

SaigonReview-061
SaigonReview-062
SaigonReview-063

ด้านนอกเป็นปฏิมากรรม ขนาดใหญ่ แต่ออกแบบได้อ่อนช้อยสวยงามทีเดียว

SaigonReview-064
SaigonReview-065
SaigonReview-066

หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปกินข้าวกลางวันก่อนกลับเข้าที่พักครับ โดยจริง ๆ แล้ว ในตอนเย็นเราต้องไปกินข้าวเย็นต่อ แต่เนื่องจากวันนี้อากาศดี ฟ้าสวยมาก ผมกับเพื่อนเลยตกลงที่จะไปเดินเก็บภาพในจุดที่เราเล็ง ๆ เอาไว้อยู่ ซึ่งแต่ละที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักสักเท่าไหร่ ครับ

ก่อนถึงเวลานั้น หลังจากที่กลับเข้าที่พักแล้ว เราก็ลงมาเดินเก็บภาพที่ลานด้านล่าง รู้สึกว่าวันนี้หนุ่มสาวเวียดนามจะออกมาเดินกันมากกว่าเมื่อวาน น่าจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันหยุด (วันเสาร์)

SaigonReview-067

แอบเก็บภาพตำรวจหญิงเวียดนามมาให้ดูภาพนึง ได้เคยถามกับไกด์ทำให้รู้ว่า ตำรวจของที่นี่จะใส่ชุดแตกต่างกันตามแผนกที่สังกัด ชุดนี้น่าจะเป็นเป็นตำรวจจราจรครับ

SaigonReview-068

สังเกตได้ว่าวัยรุ่นที่นี่ให้ความสนใจในการถ่ายรูปมาก ถึงขนาดเตรียมชุดมาเปลี่ยน บางกลุ่มถึงกับเตรียมอุปกรณ์เหมือนกองถ่ายย่อย ๆ เลย

SaigonReview-069 SaigonReview-070

พอได้เวลาที่เรากำหนดไว้ ผมกับเพื่อนก็เดินไปเก็บภาพที่ต้องการครับ จุดแรกที่เราไปกันคือ “โบสถ์นอร์เตอร์ดัม” และก็โชคดีอย่างมากที่เรามาถึงช่วงเวลาที่เปิดด้านในประกอบพิธีการพอดี ทำให้เราเข้าไปเก็บภาพด้านในกันได้

SaigonReview-071 SaigonReview-072

หลังจากนี้ก็ไม่ขอบรรยายอะไรมากครับ ไปดูกันเลยแล้วกันว่าเราเก็บภาพอะไรมากันได้บ้าง แต่บอกเลยว่าคุ้มมาก

SaigonReview-073

Ho Chi Minh City Posts & Telecommunications

SaigonReview-074

รูปนี้จริง ๆ ตัวอาคารมันไม่ได้โค้งอะไรนะครับ แต่ผมอยากเก็บภาพตัวอาคารได้ทั้งหมด เลยถ่ายเป็น Panorama แล้วเอามาต่อกัน

SaigonReview-999

Opera House Ho Chi Minh & Hotel Continental Saigon โรงแรมแห่งแรกของ โฮจิมินห์

SaigonReview-075

Ho Chi Minh statue & Ho Chi Minh City Hall

SaigonReview-076

ผมเพิ่งมารู้หลังจากหาข้อมูลเพิ่มว่า รูปปั้นนี้เพิ่งจะเอาตั้งใหม่ แทนรูปปั้นเดิมที่เป็นรูปลุงโฮนั่งคู่กับเด็ก

Ho Chi Minh City Hall & Vincom Center

SaigonReview-077

หลังจากท้องฟ้าเริ่มเข้าสู่ช่วง Twilight ก็ราว ๆ 1 ชั่วโมงแหล่ะครับ ที่วิ่งรอกเก็บภาพกัน เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ มื้อเย็นเราก็เลยฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้อแถว ๆ นั้น หาได้ไม่ยากครับมีหลายร้าน เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสชิมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเวียดนาม จนติดใจ เดินกลับลงไปซื้อเพื่อเอากลับมาไทยอีก 2 ถ้วยแหน่ะ ถือเป็นการจบโปรแกรมของวันที่ 2 หล่ะครับ

เช้าวันที่ 3 ผมรีบตื่นมาแล้วเดินไปเพื่อจะเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น กะจะไม่ให้พลาดเหมือนตอนเช้าเมื่อวานครับ แต่สรุปว่า วันนี้ฟ้าปิด มองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเลย ก็เลยถ่ายรูปอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำมาแทน ก็ไม่ถึงกับเสียเที่ยวครับ เพราะอาคารเหล่านี้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยสมกับที่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเลย ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสมัยนี้ก็ตาม

SaigonReview-078

อาคารนี้สวยสะดุดตาดีครับ ตอนแรกไม่ทันเห็น คิดว่าสวยดี พอมามองอีกที่ เห็นตรงคำว่า 9oth Aniversay… 90 ปีมาแล้วแต่อาคารยังดูดีดูสวยอยู่เลย

SaigonReview-079

สิ่งที่ชอบจริง ๆ สำหรับเมืองนี้ คือต้นไม้บ้านเค้าใหญ่ดีครับ ดูแล้วก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่ละต้นมีหมายเลขกำกับ จากข้อมูลที่ได้รู้จากไกด์มาคือ แต่ละต้นจะมีคนคอยดูแล คล้าย ๆ กับมีสัมปทานสำหรับดูแลต้นไม้พวกนี้ครับ ดีจังเลยง่าย ๆ และชัดเจนดี ไม่ต้องคอยตัดต้นไม้ทิ้งเวลาที่มันจะเกี่ยวสายไฟ อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้บ้างจัง

SaigonReview-080

การที่ผมได้ออกมาเดินยามเช้าแบบนี้ ทำให้ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนที่นี่ในตอนเช้า ร้านขาย “เฝอ” แบบนี้มีให้เห็นทั่วไปตามริมถนน ตอนแรกก็อยากจะลองนั่งกินดูบ้างครับ แต่รู้มาว่าวันนี้จะได้ออกไปกินอยู่แล้ว ก็เลยได้แต่ขอเก็บภาพแล้วกัน

SaigonReview-081

แต่เดินเลยมาสักหน่อย ก็เห็นแม่ค้าขายขนมปังฝรั่งเศส นั่งขายอยู่พอดี ก็เลยต้องขอลองสักหน่อยหล่ะ ไม่รู้นะครับว่าราคาเท่าไหร่ ลองเสี่ยงดวงดู สรุปราคาไม่แพงเลยครับ 13,000 VND ตีเป็นเงินไทยประมาณ 21 บาทเอง ชิ้นก็ไม่เล็ก ขนาดพอ ๆ กับ Subway ไซส์เล็ก 6 นิ้วครับ

SaigonReview-082

ส่วนประกอบก็มีหลายอย่าง ไม่ได้ถามมาหรอกครับ (ก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน) แต่อร่อยดี โดยเฉพาะพริกเค้า รสชาติดีครับ จัดจ้านดี

SaigonReview-083

ให้ดูกันแบบใกล้ ๆ เต็มชิ้นเต็มคำมาก มาขายที่ไทยนี่น่าจะขายดีถล่มทลายเลย

SaigonReview-084

หลังจากนั้นก็กลับเข้าโรงแรม กินอาหารเช้าที่โรงแรมและก็เก็บกระเป๋าเพื่อ Check-out แล้วหล่ะครับ วันนี้เราต้องกลับกันแล้ว แต่เราจะแวะเที่ยวกันในขากลับกันก่อน

วัดเทียนหาว (Thien Hau Temple)

พิกัด GPS : 10.753260, 106.661174

วัดเทียนหาว หรือ วัดเจ้าแม่สวรรค์ วัดนี้อยู่ในย่าน China Town ครับ เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นที่เคารพสำหรับชาวเวียดนามเชื้อสายจีน วัดนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่ผู้คุ้มครองชาวเรือ

SaigonReview-085

เมื่อเดินเข้าไปภายในจะมองเห็นธูปเป็นวง ๆ อยู่ด้านบนเหนือหัวของเรา ธูปที่เห็นใช้จุดเพื่อสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยจุดครั้งนี้จะสามารถอยู่ได้ทั้งหมด 7 วัน

SaigonReview-086

ตรงหลังคาด้านบน จะเห็นเป็นปฏิมากรรมรูปตุ๊กตาจีน ที่มีอายุราว ๆ 300 ปีตามอายุของวัด ที่ทำให้น่าทึ่งคือ สีสันของตัวตุ๊กตา ไม่ซีดจาง เพียงแต่จะดำตามสภาพสภาวะอากาศเท่านั้น

SaigonReview-087 SaigonReview-088

ตัววัดไม่ได้มีขนาดใหญ่มากครับ เราไหว้พระกันสักพักก็ออกไปด้านนอกครับ เพื่อนั่งรถสามล้อของเวียดนามที่เรียกกันว่า “ซิโคล” เป็นสามล้อที่คนนั่งจะนั่งอยู่ทางด้านหน้า สูงเหมือนกันครับ ตอนขึ้นตอนแรกหวิว ๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอขึ้นไปแล้วก็นั่งสบายครับ

SaigonReview-089

เส้นทางที่เรานั่งเป็นก็จะเป็นย่าน China Town ลัดเลาะไปตามทางย่านตลาดของเวียดนาม ทั้งตลาดขายของทั่วไป และตลาดสด (น้อง ๆ จากทีมของ Cool FM เพื่อเพิ่มความเป็น China Town กันสักนิดครับ)

SaigonReview-090

จุดหมายปลายทางของเราคือตลาดสำหรับการซื้อของฝากอีกที่ครับ

ตลาดบิณห์เทย์ (Bình Tây Market)

พิกัด GPS : 10.749789, 106.651020

ตลาดนี้จะแตกต่างกับที่แรกอยู่หน่อยตรง ที่นี่เหมาะสำหรับซื้อในปริมาณมาก ๆ เพราะจะต่อรองราคาได้ถูก แต่ถ้าซื้อแค่ 1 – 2 ชิ้น ราคาอาจจะไม่แตกต่างเท่าไหร่ เหมาะที่จะมาละลายเงินดองที่อยู่กับตัวให้หมดที่นี่ครับ เพราะเก็บไว้ไปแลกที่สนามบินก็คงจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่

SaigonReview-091

สินค้าก็มีตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป จนไปถึงเสื้อผ้า กระเป๋าในแบบต่าง ๆ ครับ

SaigonReview-092 SaigonReview-093

สินค้าที่แนะนำให้ลองซื้อไปชิมกันดู ก็คือ กาแฟสำเร็จ (3 in 1) No. 7 ครับ เห็นหลาย ๆ คนซื้อกลับไปกัน สอมถามจากผู้ที่ซื้อกลับไปลองแล้ว รสชาติโอเคเลย

SaigonReview-094

หลังจากนั้นเราก็ไปกินอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหาร “Monsoon” เพื่อมาทานอาหารส่งท้ายทริปด้วยอาหารเวียดนามแนวฟิวชั่นครับ และที่ไม่พลาดเลยคือ “เฝอ” ในแบบของเวียดนาม

SaigonReview-095 SaigonReview-096

หน้าตาของเฝอ ดูแล้วของบ้านเราน่าจะแซ่บกว่านะ ยิ่งมองแล้วยิ่งเหมือนก๋วยเตี๋ยวไก่นะ รสชาติดีเลย ไม่ต้องปรุงรสอะไรมาก

SaigonReview-097

อ่อ…ข้อควรระวังนิดนึงของการกินอาหารที่นี่คือ กาแฟเย็นของที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรานะครับ เรื่องก็คือ เราสั่งเครื่องดืมปิดท้ายกัน ก็โดยปรกติก็จะเป็นชา กาแฟ ผมก็สั่งกาแฟเย็น สำหรับที่นี่แล้ว กาแฟเย็นของเค้าคือ กาแฟชงเพียว ๆ ใส่น้ำแข็งครับ ไม่ใส่นม หรือผสมน้ำเพิ่มเติม เราต้องมานั่งรอน้ำแข็งละลาย และที่สำคัญ ขมตาเหล่เลยนะ ทางที่ดีของน้ำเชื่อมหรือ syrup มาด้วยก็ดีครับ

หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับกันแล้วหล่ะครับ ไปทางเรื่อง Check-in กันที่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันตอนบ่าย 3 โมงนิด ๆ ถึงกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 4 – 5 โมงเท่านั้นเอง

SaigonReview-098

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ จาก Cool FM ที่ช่วยประสานงาน รวมไปถึงคอยดูแลพวกเราตลอดทั้งทริปครับ

SaigonReview-100

สำหรับผมแล้วการมาเที่ยวโฮจิมินห์, เวียดนามในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ดีมาก ถึงแม้จะไม่ได้ไปในจุดที่เรียกว่าไฮไลท์นอกเมืองมากนัก เพราะจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่รู้มาสำหรับการมาเที่ยวโฮจิมินห์ คือการไปดูพิพิธภัณห์ หรือสถานที่ ที่เกี่ยวกับสภาวะสงครามตอนมหาสงครามเอเซียบูรพา แต่ก็ยังพอมองเห็นได้อยู่เหมือนกัน จากร่องรอยบางจุดที่เราพอจะมองเห็นอยู่บ้าง

ก่อนจะไปเที่ยวที่ไหนผมจะค่อนข้างทำการบ้านมาพอสมควร ด้วยการดู Street view จากใน Google Maps ก็เห็นว่า บ้านเมืองเค้าดูแล้วก็ยังโทรม ๆ อยู่ แถมสภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ต่างจากจังหวัดตามต่างจังหวัดบ้านเรานัก แต่พอมาเห็นของจริงก็ผิดคาดไปมากเหมือนกันครับ บ้านเมืองเค้าก็ไม่ได้ด้อยกว่าเรามากนัก ห้างดี ๆ ขายของบางแบรนด์ที่เมืองไทยยังไม่มีก็มี สภาพถนนหนทางในเมืองโดยทั่วไปในบางจุดถือว่าดีกว่าเรา ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ ผมไม่เห็นสุนัขจรจัดที่นี่เลย หรือแม้แต่การขายของในจุดห้ามขายเพราะถ้ามีใครเผลอมาขาย จะมีตำรวจมาไล่ การจอดรถในที่ห้ามจอดก็เหมือนกัน ไม่มีอะลุ่มอล่วยนะครับ แถมคนทั่วไปที่ได้พบเห็นกัน ยังรู้ภาษาอังกฤษค่อนข้างเยอะ พูดกันได้ชัดถ้อยชัดคำ และถึงแม้จะพูดไม่ได้ เค้าก็ฟังเราออกอยู่เหมือนกันนะ (อันนี้ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวเหมือนกันสำหรับการเปิด AEC สำหรับบ้านเรานะครับ) ประเทศนี้กำลังเจริญขึ้นจากสภาวะสงครามจริง ๆ ครับ

แต่บ้านเรายังได้เปรียบเค้าอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะวัฒนธรรม หรือทรัพยากร แต่เรื่องพวกนี้ก็อย่าประมาทครับ ทางที่ดีคืออะไรที่ดีก็ควรจะรักษาไว้ อะไรที่ต้องแก้ก็รีบแก้ไข เพราะถ้าเราไม่มองเห็นตรงนี้ สักวันประเทศเพื่อนบ้านอาจจะแซงพวกเราก็ได้นะครับ

SaigonReview-099

จบทริปแล้วหล่ะครับ ฝากรูปสุดท้ายด้วย เมฆรูปทรงแปลก ๆ กับฟ้าสีสวย ๆ ในตอนกลับเหนือน่านฟ้าประเทศไทย ไว้ตรงนี้เลยนะครับ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาโดยตลอดนะครับ สำหรับใครที่มีข้อคิดเห็นหรืออยากสอบถามอะไรตรงไหน สามารถถามมาได้เลยนะครับ

เจอกันอีกทีในรีวิวหน้านะครับ ขอบคุณครับ

Comments

comments

1 Comment

Comments are closed.