วิธีการทำ Visa Online แบบกลุ่ม เพื่อไปเที่ยว New Zealand

New Zealand เป็นอีกหนึ่งประเทศที่สามารถทำวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวแบบกลุ่มได้ โดยมีเงื่อนไขและวิธีการบางอย่างที่ต้องใช้ความเข้าใจและขั้นตอนพอสมควร ในบทความนี้จะมาอธิบายและทำความเข้าใจ เพื่อช่วยให้การทำวีซ่าแบบกลุ่มง่ายขึ้น และสามารถส่งเอกสารเพื่อขอวีซ่าผ่านทางออนไลน์ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ที่จะทำให้คุณจ่ายค่าวีซ่าเพียงไม่กี่พันบาทต่อคน

บทความครั้งนี้เกิดจากประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียน ที่รวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง และได้ทำการยื่นวีซ่าจนได้ไปเที่ยวที่นิวซีแลนด์มาแล้ว แต่ก็อาจจะมีบางที่ ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคน เพราะฉะนั้นสามารถดูเป็นแนวทางได้ แต่ถ้าลักษณะของผู้ยื่นขอวีซ่าไม่เหมือนกัน กรุณาปรึกษากับเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เชี่ยวชาญโดยตรง จะดีที่สุด

การยื่นขอวีซ่าไปเที่ยว New Zealand ในครั้งนี้ เราได้ทำการยื่นในช่วง ต้นปี 2019 ผู้ร่วมทริปรวมกับผู้เขียน มีทั้งหมด 4 คน ลักษณะของผู้ยื่นขอวีซ่าทั้งหมดจะเป็นลักษณะนี้

  • ทุกคนเป็นผู้ที่เป็นพนักงานมีเงินเดือน มีองค์กรรองรับ สามารถออกใบรับรองการทำงานได้
  • แบ่งเป็น คู่สามี-ภรรยา 2 คู่
  • ทั้งหมดเดินทางไปและกลับพร้อมกัน

ข้อจำกัดของการส่งแบบฟอร์มวีซ่าออนไลน์แบบนี้จะมีอยู่เล็กน้อย เป็นคำแนะนำสำหรับคนที่จะยื่นทุกคน คือ ทุกคนสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรายได้ เอกสารทางราชการ ให้แก่ผู้ที่ยื่นเรื่องได้ ทุกคนที่ยื่นต้องเชื่อมั่นและไว้ใจผู้ยื่น เพราะจะต้องใช้ Account ของผู้ยื่นในการดำเนินการเพียง 1 Account ถ้าใครที่ไม่สะดวกให้ทำแบบนี้ แนะนำให้ยื่นผ่านตัวแทนที่น่าเชื่อถือจะดีกว่า

Flow ของการขอวีซ่าไปเที่ยวนิวซีแลนด์แบบกลุ่ม

New Zealand Visa application flow - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ภาพรวมขั้นตอนคร่าว ๆ เพื่อความเข้าใจแบบง่าย ๆ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียมใช้ในการขอวีซ่า

เอกสารที่ใช้การถ่ายสำเนา ไม่ต้องเอกสารใช้ตัวจริง ข้อมูลจากบางแหล่งบอกว่า ไม่ต้องเซ็นต์รับรองเอกสาร แต่สำหรับของเราเซ็นต์รับรองตามปรกติ โดยใช้คำว่า “Certified True Copy”

  1. รูปถ่าย เป็นรูปถ่ายหน้าตรงที่ไม่ใช่รูปเดียวกับบนพาสปอร์ต ที่มีฉากหลังพื้นเรียบเป็นโทนสีเทาอ่อน หรือสีขาว แต่ไม่ใช่ขาวสว่างสุด ถ่ายเป็นไฟล์ดิจิตัล สกุล .jpg หรือ (.jpeg) เท่านั้น ในเรื่องรูปถ่ายนี้มีเกณฑ์หลายอย่าง แต่สามารถดูเป็น Guideline ได้ (รูปถ่ายสำหรับการขอวีซ่า New Zealand) ซึ่งเราสามารถถ่ายรูปเองได้ ไม่ยาก แต่ก็มีรายละเอียดนิดหน่อยที่อาจจะทำให้รูปถ่ายส่งไม่ผ่านได้ แต่ไม่ยากเกิน อ่านรายละเอียดให้ดี และทำตามจะได้ผลดีที่สุด
  2. Passport ให้สแกนหน้าที่เราได้เคยใช้งานบันทึกการเข้าออกประเทศต่าง ๆ ทั้งหมดในเล่มนั้น ให้สแกนทั้งหมด แล้วรวมเป็นไฟล์เดียว โดยที่พาสปอร์ตของคุณจะต้องไม่หมดอายุก่อน 3 เดือนหลังจากวันที่คุณวางแผนจะเดินทางไปนิวซีแลนด์ หรือ 1 เดือนหลังจากวันที่คุณวางแผนจะเดินทางออกจากนิวซีแลนด์ – หากหนังสือเดินทางของคุณออกโดยประเทศที่มีสถานทูตนิวซีแลนด์หรือสถานกงสุลที่ออกหนังสือเดินทาง (อ้างอิงจาก Website ของ New Zealand immigration) อาจจะมีการขอพาสปอร์ตเล่มเก่าได้ ถ้าพาสปอร์ตของคุณนั้นเพิ่งจะต่อเล่มใหม่ ดูแล้วมีความเสี่ยง ก็สแกนไว้เผื่อก็ดี และสามารถอัพโหลดไปพร้อมกันด้วยได้
  3. บัตรประชาชน (ID Card) ในบัตรประชาชน มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษกำกับอยู่แล้ว ถ่ายเอกสารก็ใช้งานได้เลย
  4. ใบขับขี่ (Driver license) เพราะเราต้องเช่ารถขับเพื่อการท่องเที่ยว ตรงนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องใส่ทุกคน แต่ถ้าไม่ลำบากก็อัพโหลดไปก็ได้
  5. ทะเบียนบ้าน (Household registration book) เป็นเอกสารยืนยันว่าเรามีภูมิลำเนาอยู่ประเทศต้นทางจริง ๆ เราไม่ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญา ไม่โดนตีกลับ
  6. หลักฐานแสดงเจตนาที่แท้จริง (Evidence Bona fide) ถ้าแปลตรงตัวมันก็จะดูงง ๆ หน่อยว่าคืออะไร แต่ถ้าสรุปง่าย ๆ ก็คือหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินขากลับ คือกลับแน่นอน ไม่มีเจตนาที่จะหนีวีซ่าเพื่ออยู่ต่อไม่ว่าจะกรณีไหนทั้งสิ้น
  7. หนังสือการรับรองการทำงานและการลานายจ้าง กรณีที่เป็นลูกจ้าง ต้องมีหลักฐานว่านายจ้างอนุญาตให้ลามาได้ มีช่วงเวลาที่เดินทาง ครอบคลุมระยะว่าที่จะไปเป็นภาษาอังกฤษ และควรจะมีหัวจดหมายเป็นตราของบริษัท หรือที่อยู่ของบริษัทเพื่อติดต่อได้ เป็นหลักฐานแสดงความน่าเชื่อถือของหนังสือรับรอง
  8. หลักฐานทางการเงิน (Bank Guarantee) รายการความเคลื่อนไหวของบัญชีของเรา โดยทั่วไปจะเป็นบัญชีเงินฝากที่เรามีเงินหมุนเวียนอยุ่ประจำ และสมควรจะมีตัวเงินที่มียอดคงเหลือมากหน่อย (บางคนบอกว่ามีอยู่ประมาณ 20,000 ก็พอ แต่ไม่รับประกันว่าทุกครั้งหรือเปล่า) คิดคำนวนตัวเลขที่เหมาะสมก็ควรจะมีเงินเหลือในจำนวน ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน (ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง) x จำนวนวันที่เราไปเที่ยว ไม่ถือเป็นเกณฑ์นะ แต่ก็คือเป็นเกณฑ์ที่เราใช้ประจำ และให้ทางธนาคารที่เราฝาก ออกเอกสารให้ มีค่าธรรมเนียมในการออก 100 บาท และให้เลือกหน่วยเงินเป็น NZD – New Zealand Dollar
  9. เอกสารสำหรับการเตรียมตัวท่องเที่ยว รายละเอียดในการท่องเที่ยวของเรา ไม่ว่าจะเป็น package ไปทัวร์ที่ไหน, เอกสารการจองห้องพัก, เอกสารการเช่ารถ และรวมไปถึงแพลนการเดินทางท่องเที่ยวของเรา ทำเป็นตารางง่าย ๆ ก็ได้ว่า วันแรกไปเที่ยวไหน พักที่ไหน จนไปถึงวันสุดท้าย (เป็นเอกสารว่า เราเตรียมตัวไปเที่ยวจริง ๆ นะ ไม่ได้จะหนีเข้าเมืองเค้า)

เอกสารหลัก ๆ ก็จะมีประมาณนี้ ถ้าเอกสารมีเป็นภาษาอังกฤษได้จะดี แต่อันไหนที่ไม่มีภาษาอังกฤษ อย่างสำเนาทะเบียนบ้าน อันนี้เราก็ไม่ได้แปลไปหรอกนะ

ขั้นตอนส่วนใหญ่จะอยู่บนระบบ Online เกือบ 100% ทำให้ง่ายในการทำข้อมูลในหลาย ๆ จุดที่ต้องทำซ้ำ ๆ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ตามนี้

  1. ลงทะเบียนสมัคร RealMe
  2. กรอก Visa Application ของแต่ละคนในเว็บ New Zealand immigration
  3. สร้าง Group ของกลุ่มของเรา และระบุผู้ที่ร่วมทริป และทำการ Submit เข้าระบบ
  4. Scan Passport เพื่อยืนยันข้อมูลที่ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ ที่อาคาร ITF

คราวนี้เราจะมาลงรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนกัน

1. ลงทะเบียนสมัคร Account RealMe

เว็บไซต์ RealMe (https://www.realme.govt.nz/) เป็นบริการออนไลน์ของทางราชการของ New Zealand สำหรับการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานด้านการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) เราจะทำการเปิด Account ที่เว็บไซต์ RealMe โดยที่ใช้เพียง 1 Account เท่านั้น ซึ่งก็คือ Account ของผู้ยื่น ขอเรียกว่า Group Leader เพื่อนำ Account นี้ไปทำการยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าที่เว็บไซต์ของ New Zealand immgration อีกที

หน้าเว็บ RealMe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หน้าเว็บไซต์ RealMe เพื่อทำการสมัคร Account

คำแนะนำของเราในการเปิด Account คือให้ใช้ email ในการสมัครของ Hotmail จะดีกว่า Gmail เพราะเราในครั้งแรกเราใช้ Gmail ในการสมัคร ปรากฎว่า Account ไม่มีเมลมาให้เพื่อ Active ข้อมูลในการกรอกก็จะเป็นการตั้ง email / User Name / Password / คำถามเพื่อความปลอดภัย เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ในการสมัคร ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก จุดที่จะซับซ้อนหน่อยก็คือ ระบบ Authentication ที่จะให้เราเลือกรับข้อความทางโทรศัพท์ หรือใช้ App Google Authenticator ในการ Random รหัสมาให้ ซึ่งการใช้งานทั้ง 2 วิธีก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก สามารถทำได้ง่าย ๆ

หน้าเว็บ Authentication ของ RealMe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หน้า Authentication

 

เมื่อทำขั้นตอนนี้เสร็จแล้ว เว็บไซต์จะพาไปที่หน้าแรกของ Account RealMe ของเรา ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะการกรอกข้อมูลทั่วไปจะไว้สำหรับคน New Zealand จริง ๆ ใช้เท่านั้น เราในฐานะของคนที่ขอวีซ่า ต้องการแค่ Account ในการใช้งานเท่านั้น

หน้าเแรกของ Account ในเว็บ RealMe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ในอีเมลของคุณจะได้เมลตอบกลับจากระบบว่า คุณลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แค่นี้คุณก็ได้ Account เพื่อไปทำการยื่นวีซ่าแล้ว ให้เก็บ User / Password นี้เอาไว้ให้ดี เพราะคุณต้องใช้ทุกครั้งในการกรอกรายละเอียด และ Account นี้จะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป เมื่อทิ้งระยะเวลาไปสักพักใหญ่ ๆ Account จะถูกลบออกจากระบบ (ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่นะ แต่ไม่เร็วจนเรากรอกวีซ่าไม่เสร็จแน่นอน)

อีเมลลงทะเบียนสำเร็จจาก RealMe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

2. กรอก Visa Application ของแต่ละคนในเว็บ New Zealand immigration

ถ้าทุกคนสะดวกที่จะกรอกฟอร์มของตัวเอง ก็สามารถทำได้ แต่ Account ที่จะเข้าไปสร้างได้ก็จะมีแค่ Account ที่สร้างมาจาก RealMe เท่านั้นโดยการกรอก Visa Application นั้นไม่จำเป็นต้องทำในครั้งเดียวเสร็จ สามารถทำแล้ว Update เป็นครั้ง ๆ ไปได้ เพราะมันมีขั้นตอนเยอะ หลายหน้า

แต่ในกรณีของเราคนที่กรอกข้อมูลเป็นคนเดียวคือ Group Leader ไปเลย เพราะจะได้ตรวจสอบความเรียบร้อยของแต่ละคนได้ ข้อมูลที่กรอกในบางส่วนจะได้ตรงกัน ไม่ต้องเสียเวลาตรวจเช็คหลายรอบ เมื่อพร้อมแล้ว ก็ไปทำเรื่องกรอกรายละเอียดกัน โดยเข้าไปที่เว็บ immigration ของ New Zealand – https://www.immigration.govt.nz/ เมื่อเข้าไปแล้วให้ทำการ Log in จะมีตัวเลือกให้เราเลือกเป็น Visitor Visa จะมีปุ่มให้เราทำการ Log in RealMe Account

หน้าเแรกของเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมื่อเข้าไปแล้ว ก็ให้ไปสร้าง Profile ก่อน ซึ่งก็คือ Profile ของ Group Leader นี่แหล่ะ เมื่อสร้างแล้ว เราจะได้เมลมาหนึ่งฉบับ เพื่อทำการ “Verify” ซึ่งเมื่อทำการยืนยันแล้ว เราถึงจะได้สร้างใบสมัครรายบุคคลกันหล่ะ

หน้าสร้างใบสมัครการขอวีซ่าในเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หน้าสร้างฟอร์มการขอวีซ่า New Zealand Immigration Online

ขั้นตอนในการสร้างใบขอวีซ่ารายบุคคลจะมีอยู่ประมาณ 13 ขั้นตอน เป็นแบบฟอร์มให้กรอกรายละเอียด ไล่ไปเรื่อย ๆ ถึงขั้นตอนจะเยอะ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องทำกันยาว ๆ เค้าให้เราทำแล้ว Save เก็บไว้ก่อนได้ กลับมาแก้ไขได้ตลอด

คำอธิบายในากรสร้างใบสมัครการขอวีซ่าในเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

สถานะใบสมัครการขอวีซ่าในเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

สถานะใบสมัครในการขอวีซ่าจะขึ้นว่า Unsubmitted กลับมาแก้ไขได้ตลอด

ค่อย ๆ กรอกไปทีละขั้นตอน รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนประกอบไปด้วย

  • Identity and Contact – จะเป็นข้อมูลส่วนตัว, Passport, ที่อยู่ ส่วนสำคัญที่อยู่เกือบสุดท้ายคือ Group Application จะเป็นการถามว่า แบบฟอร์มนี้จะส่งเป็นกลุ่มพร้อมแบบฟอร์มอื่นมั้ย ให้ติ๊กเลือกไปว่า “yes”
  • Visit Details – หน้านี้จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าประเทศของเค้าว่าเค้าไปทำอะไร ในส่วนตรงนี้ ในข้อแรกที่มีให้เลือกประเภทการเข้าประเทศ ให้เลือกเป็น “Group Visitor Visa not described above” ตรงนี้จะมีผลในการคำนวนค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย (ตอนเราทำตอนแรก ไม่มีให้เลือกด้วย จนต้องอาศัยโทรคุยกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ว่าเลือกยังไง)
  • Additional Applicant Details – ข้อมูลเพิ่มเติมของผู้สมัครคนอื่น (ที่อยู่ในปกครองของเรา อย่างเช่น ลูก หรือภรรยา ที่ไม่มีรายได้ เป็นแม่บ้าน) ตรงนี้เราตอบ No เพราะไม่มี ถึงแม้เราจะเดินทางพร้อมภรรยาก็ตาม แต่ภรรยามีรายละเอียดวีซ่า เป็นพนักงาน มีเงินเดือนปรกติ กรอกแยกได้
  • Principal Applicant’s Health Details – ข้อมูลสุขภาพของเรา เป็นการสอบถามเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพของเรา ถ้าเราไม่มีก็ให้ตอบ No ไป แต่อย่าตอบไม่ตรงกับความจริง เพราะจะมีสิทธิ์ถูกกเพิกถอนวีซ่าได้ ถ้าตรวจพบทีหลัง และอาจจะพาลทำให้เพื่อน ๆ ของเราเดือดร้อนไปด้วย
  • Principal Applicant’s Character – เป็นข้อมูลประวัติส่วนตัวของเรา ถ้าเราไม่เคยมีการทำผิดใด ๆ ตามที่ถามมา ก็ให้ตอบ No ทั้งหมด
  • Partner’s Details – รายละเอียดคู่สมรส ถ้าไม่มีก็ตอบ No แต่ถ้ามี ก็ควรต้องใส่ ถึงแม้คู่ของเราจะเดินทางไปด้วยกันกับเรา และยื่นเหมือนเราก็ตาม
  • Other Contacts – รายละเอียดผู้ติดต่อที่อยู่ใน New Zealand ในกรณีของเราคือมีเพื่อนอยู่ที่นั่นด้วย เราก็กรอกไปตามความเป็นจริง จะเป็นข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร. อีเมล
  • Apply on Behalf / Assist – ตรงนี้คือรายละเอียดผู้ที่ช่วยเราในการกรอกแบบฟอร์ม รวมไปถึงผู้ที่แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษให้เรา ถ้าเราทำเอง ไม่ได้ใช้ผู้ช่วยก็ให้ตอบ No ทั้งหมด
  • Upload Documents – ขั้นตอนที่ให้เราทำการอัพโหลดเอกสารของเราที่เตรียมมาในตอนแรกเข้าระบบ แนะนำว่า ก่อนที่จะ Upload ให้เราทำการ Save รายละเอียดที่เรากรอกมาตั้งแต่แรกทั้งหมดก่อนสักรอบนึง ป้องกันการมีปัญหา เพราะจากที่เราได้ทำ การกรอกเอกสาร ต้องใช้เวลาในการ Upload ค่อนข้างนาน อยู่ที่ขนาดเอกสารที่เราเตรียมไว้ บางครั้ง Upload ขึ้นไป ค้างส่งไม่ไปก็มี และในส่วนของรูปถ่าย ก็อาจจะต้องมีการ ถ่ายใหม่ด้วย ถ้าทางระบบเช็คแล้ว ไม่ผ่าน
  • Declaration – เป็นคำยินยอมข้อตกลงในการทำวีซ่า ให้ติ๊ก I agree
  • Payment – การชำระเงิน จะเป็นการตัดบัตรเครดิต แต่ถ้าเรายื่นเป็นกลุ่ม จะยังไม่จ่ายเงินที่ขั้นตอนนี้ จะจ่ายอีกที ตอนที่เรา Submit เป็นกลุ่ม โดยถ้ายื่นเดียว จะอยู่ที่คนละประมาณ 150 NZD ตอนที่เราไปจะอยู่ที่ตกคนละ 4,500 กว่าบาท แต่พอเป็น Group วีซ่าจะอยู่ที่คนละ 65 NZD อยู่ที่ประมาณคนละ 1,500 บาทเอง
  • Finish – ในขั้นตอนนี้จะเป็นการให้เรา Confirm ว่าพร้อมที่จะ Submitted Application แล้วนะ ซึ่งการที่เรากดยืนยันไปในครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าจะกลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้อีก มันจะเปลี่ยนสถานะของฟอร์มนี้จาก Unsubmitted เป็น Ready for Group

กรอกฟอร์มของทุกคนให้เรียบร้อย เช็คความเรียบร้อยในขั้นตอนสุดท้าย

3. สร้าง Group ของกลุ่มของเรา และระบุผู้ที่ร่วมทริป และทำการ Submit เข้าระบบ

หลังจากที่เราสร้าง Application Form ของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว ก็มาสร้าง Group Application กัน วิธีการไม่ยาก ก็แค่กดปุ่ม Group Application ในหน้า My Profile พอสร้างกลุ่มแล้ว ก็ทำการดึง Visa Application ของแต่ละคนเข้ากลุ่ม เหมือนเลือกไฟล์เข้า folder เดียวกัน ตรงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญแล้ว เพราะหลังจากนี้เราจะใกล้ไปถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะ Submitted กลุ่มแล้ว หลังจากขั้นตอนสุดท้าย ข้อมูลจะไม่มีการแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว ถ้าเป็นข้อมูลสำคัญ อาจจะมีผลทำให้วีซ่าล่าช้าได้ เพราะอาจจะต้องการเอกสารเพิ่มเติม หรืออาจจะทำให้วีซ่าไม่ผ่านได้ ต้องเช็คทุกอย่างให้เรียบร้อย เลขที่ Passport, ชื่อ, นามสกุล เป็นต้น

หลังจากนั้นจะไปที่หน้า Payment ก็คือหน้าการชำระเงิน โดยวิธีการชำระเงิน จะจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เพียงอย่างเดียว โดยยอดรวมทั้ง 4 คนจะอยู่ที่ 260 NZD (ในตอนแรกยอดไม่ใช่เท่านี้ จนเป็นเหตุที่เราต้องโทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ จนทำให้เราต้องไปแก้ประเภทของการยืนวีซ่า) เมื่อจ่ายเงินเสร็จแล้ว ก็ถือว่า ขั้นตอนทุกอย่างเรียบร้อย

Remark : ในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่าไปเล็กน้อย ตอนนี้ (ปี 2020) ค่าธรรมเนียม Group Visa อยู่ที่ 100 NZD ที่เพิ่มขึ้นมา 35 NZD เป็นค่าธรรมเนียมการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (IVL) ซึ่งในการยื่นเดี่ยว ก็มีบวกค่าธรรมเนียมตรงนี้เหมือนกัน

อ้างอิง
https://www.immigration.govt.nz/new-zealand-visas/apply-for-a-visa/tools-and-information/tools/office-and-fees-finder

หน้าชำระเงิน ในขอวีซ่าแบบกลุ่มในเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมื่อทำการจ่ายเงินเรียบร้อย จะมีเมลจาก New Zealand immigration ส่งมาที่อีเมลของเรา ซึ่งถือว่าฟอร์มนี้ถูกส่งเข้าระบบแล้ว แต่มันยังไม่เรียบร้อย เพราะเราต้องไปทำการยืนยันข้อมูลที่ศูนย์รับเรื่องยื่นคำร้องขอวีซ่าฯ พร้อมกับ Passport

4. Scan Passport เพื่อยืนยันข้อมูลที่ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ ที่อาคาร ITF

วิธีการไปยืนยันข้อมูลมี 2 วิธีคือ

  1. ส่งเอกสาร Passport ของทุกคนและหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมออนไลน์ ไปที่ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่าที่ อาคาร ITF ถ. สีลม โดยวิธีนี้ จะเป็นเหมือนการส่งไปรษณีย์ จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่คนละ (550+50) จะเป็นค่าดำเนินการ และค่ารับ-ส่งไปรษณีย์ที่จะส่งเอกสารของเราไปกลับ ก็คือ ไปกี่คน ก็เอาจำนวนคน x 600 เข้าไป โดยเราต้องโอนเงินเข้าไปก่อน โดยสอมถามเลขที่บัญชีกับทางศูนย์ฯ อีกที
  2. เข้าไปยื่นเองที่ ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่าฯ ซึ่งเราเลือกวิธีนี้ เพราะประหยัดค่าส่ง และไม่ต้องเอา Passport ค้างไว้ที่ศูนย์ด้วย เจ้าหน้าที่จะใช้ Passport แค่สแกนเก็บข้อมูลเข้าระบบเท่านั้น ยื่นเรื่องเสร็จก็รับคืนได้เลย เมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมทุกอย่างเรียบร้อย ก็ถือเป็นการจบวิธีการขอวีซ่า

หลังจากที่เรายื่นเรื่องเรียบร้อย ก็ถือเป็นการจบวิธีการขอวีซ่า ซึ่งเวลาที่จะได้วีซ่า จะมีระยะเวลาที่จะได้มาก – น้อยขึ้นอยู่กับปริมาณการขอในช่วงนั้น ๆ มีตั้งแต่ 10 กว่าวัน ไปจนถึง 45 วัน เลยด้วยซ้ำ (ตอนไปยื่นแล้วเห็นตัวเลขนี้ก็ใจเสียเลย) โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 34 วัน

อาคาร ITF Building ที่ตั้งของศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ (TT Services)

อาคาร ITF Building ถ. สีลม ที่ตั้งของศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ (TT Services) – Screen shot จาก Google Street view

ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ TT VISA SERVICE CENTRE

40/41 (19D) ตึก ITF Tower ชั้น 19
ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500.
Tel : 02-236-7138
เวลาทำการศูนย์รับยื่นวีซ่า : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.00 น.

Website : Click to Website

วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า : นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานี ช่องนนทรี แล้วเดินย้อนมาทางสี่แยก ถ.นราธิวาสฯ ตัดกับถนนสีลม (เดินย้อนรถไฟฟ้าขึ้นไป) ตัวอาคารจะอยู่ตรงมุมสี่แยกพอดี

Google Map : Click to open map

Timeline ในการยื่นของวีซ่าของเรา

Timeline ในขอวีซ่าแบบกลุ่มในเว็บ New Zealand immigration - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

อันนี้เราจะยกมาเป็นตัวอย่าง คือถ้าเป็นไปได้ อย่าให้ช้าเหมือนของเรา เพราะเอาเข้าจริง ๆ เราเองก็ไม่ได้มีเวลาที่จะจัดการทำวีซ่าได้ในทีเดียว ใช้เวลาว่างหลังทำงาน และทำได้ตอนกลางคืนก่อนจะนอน พวกเรามีสิทธิ์ที่จะอดบินได้หลายกรณีมาก ไม่ว่าจะเป็นด้วยความชะล่าใจ ที่ทำให้การเริ่มกรอกฟอร์มช้าเกินไป, การมารู้ทีหลังว่า เที่ยวบินที่เราเลือกนั้นต้องทำ Transit Visa เพราะมีการต่อเครื่องเกิน 8 ชม. (อันนี้เพิ่งรู้จริง ๆ ), การยืนยันข้อมูลในช่วงเวลาที่ใกล้ฤดูท่องเที่ยวทำให้มีสิทธิ์ได้วีซ่าช้ากว่ากำหนด

รายละเอียดการขอวีซ่าของเราเป็นไปตามนี้

  1. รวบรวมเอกสารแปลงเป็น Digital files – 18 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. – 27 ก.พ.
  2. กรอกข้อมูล Visa Application Online – ใช้เวลาประมาณ 8 วัน 28 ก.พ. – 5 มี.ค. ในช่วงที่ทำคนแรก ๆ ขลุกขลักพอสมควร เพราะต้องกรอกไปเช็คความถูกต้องไป หลังจากนั้นคนหลัง ๆ ก็ใช้เวลาเร็วขึ้น ติดปัญหาหลัก ๆ เลยคือ รูปถ่าย ต้องแก้กัน 2-3 รอบก็มี
  3. ยืนยันการส่งข้อมูลและรอวีซ่า – 17 วัน ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้ว และถ้าเกิดมีปัญหาต้องส่งเอกสารเพิ่มหรือต้องส่งใหม่ ก็คงจะไม่ทันแน่ ๆ ถือว่าโชคดีมาก ๆ สำหรับพวกเรา
  4. กรอกข้อมูล Transit Visa ของ Australia – 17 วัน จริง ๆ แล้วกรอกข้อมูลได้เร็วมาก ง่ายกว่าของ New Zealand เยอะ แต่กรอกเสร็จก็ยังส่งไม่ได้ เพราะต้องได้หลักฐานเป็น Visa ของ New Zealand เอามาประกอบเสียก่อน (จะอธิบายละเอียดในอีกบทความ)
  5. นัดเก็บข้อมูล Biometrics – 1 วัน ตรงนี้ก็นับว่าเป็นปัญหาเรื่องเวลาเช่นกัน เพราะเราต้องทำเรื่องจองคิวเพื่อเข้าไปเก็บข้อมูลเสียก่อน และต้องนัดวันให้ตรงกัน ซึ่งน้องอีก 2 คนที่ไปกับเราด้วย ต้องบินขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูล เพราะศูนย์ข้อมูลมีแค่ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เท่านั้น และเรามารู้อีกว่า เวลาในการอนุมัติ Transit Visa อยู่ที่ 15 วัน ซึ่งถ้านับแล้วก็จะพอดีกับวันที่เราบินพอดี หลังทำเสร็จก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลย
  6. รอ Transit Visa Australia – 1 วัน เป็นสิ่งที่ประหลาดใจมากที่เราได้ Transit Visa ในวันถัดไปเลย ความเป็นไปได้ก็น่าจะเป็นที่เรา Submitted ข้อมูลไปก่อนล่วงหน้าสักระยะแล้ว กับ Transit Visa มันจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะเราแค่ใช้เป็นทางผ่านเท่านั้น

ซึ่งถ้าดูภาพรวมแล้ว เราจัดการเรื่องวีซ่าทั้งหมด ได้ก่อนที่เราจะบินแค่ 1 อาทิตย์เอง ถ้าเกิดมีปัญหาระหว่างขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แล้วต้องแก้ไข และรอเวลาใหม่ อาจจะทำให้เราพลาดที่จะได้ Visa เลยก็ได้ ภายหลังเรารู้มาว่า เค้าให้เวลาในการขอวีซ่าก่อนที่จะบินไปประมาณ 3 เดือน ซึ่งถ้ามาดูแล้วเราใช้เวลาจริง ๆ ประมาณเกือบ 2 เดือนในขั้นตอนทั้งหมด ถ้าขอก่อนหน้านี้ตามเวลา ก็จะไม่ต้องลุ้นกันจนถึงวีคสุดท้ายขนาดนี้…..ถือว่าเป็น Case study ให้ทุกคนได้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ เพราะก็มีเหมือนกันของเพื่อน ๆ ที่อยู่ในกลุ่มข่าวสารเรื่องวีซ่านี้ ที่กว่าจะได้ก็นาทีสุดท้าย รวมไปถึงหลายคนที่ได้ไม่ทันก็มี

หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์พอสมควรในบทความนี้นะครับ จริง ๆ ยังมีในเรื่องการขอ Transit Visa ของ Australia แต่ถ้าให้อยู่ในบทความนี้ มันจะยาวมากเกินไป ขอยกไปใส่ในบทความหน้านะครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วเจอกันในบทความหน้านะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีการทำ Transit Visa ของ Australia

Comments

comments

2 Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

9 + 1 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.