รีวิวที่พักตลอดทริปโตเกียว 9 วัน

JAPAN our dream destination Part II
รีวิวที่พักตลอดทริปโตเกียว 9 วัน

สวัสดีอีกครั้งครับ วันนี้จะมาขอบอกข้อมูลที่พักที่น่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับหลาย ๆ คนที่มีแพลนจะไปเที่ยวกันนะครับ ส่วนใหญ่คนไทยเวลาไปเที่ยวโตเกียว จะพักย่าน Ueno กัน อย่าง Sutton Place หรือ Hotel Sardonyx จริง ๆ ผมก็อยากพักแถวนั้นเหมือนกันครับ แต่ตอนที่ผมไปนี่ต้องบอกเลยว่าช่วงพีค คนจะแน่นมาก จนทำให้ผมจองที่พักเหล่านั้นไม่ทัน ก็เลยต้องหาตามเว็บ Agency ต่าง ๆ อย่าง booking หรือ agoda โดยจะแบ่งเป็นหลาย ๆ ที่ตามที่ผมพักตามนี้นะครับ

1. K’s House Tokyo Oasis ย่าน วัด เซนโซจิ อาซากุสะ
2. Mizuno Hotel ที่ทะเลสาบ คาวากูจิโกะ ภูเขาไฟฟูจิ
3. Anne Hostel ย่านอาซากุสะบาชิ
4. Hotel MyStays Ueno Inaricho ย่าน อูเอโนะ อินาริชโช
5. Mercure Narita Airport แถวสนามบินนาริตะ

1. K’s House Tokyo Oasis ย่าน วัด เซนโซจิ อาซากุสะ

พิกัด GPS : 35.715846, 139.793555

เป็นที่พักที่เลือกเป็นที่แรกหลังจากออกจากสนามบินนาริตะครับ เพราะต้องการมาเที่ยวแถว ๆ นั้น ก่อนอีกวันที่จะไปพักแถว ทะเลสาบคาวากูจิโกะ ที่เที่ยวแถวนั้นก็จะมีวัดดังวัดเซนโซจิ, ถนนของพื้นเมืองญี่ปุ่น นากามิเซะ, สวนสุมิดะที่มีซากุระอยู่ริมแม่น้ำ และ Tokyo Sky Tree ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ณ ตอนนี้

เริ่มที่แผนที่กันก่อน จะอธิบายเส้นทางเป็นข้อ ๆ นะครับ (ขออนุญาตใช้แผนที่จาก Google Map นะครับ ไม่สะดวกจะถ่ายจริง ๆ ฝนมันตก ต้องลากกระเป๋าอีกต่างหาก T_T )

KHouse-Map

  1. ถ้าคุณเดินทางมาจากสนามบินนาริตะ เพื่อจะมาลงย่านนี้ จะมาลงที่สถานีอาซากุสะ ตามแผนที่เดินออกจากสถานีแล้วมาทางขวาครับ เดินตรงมาเรื่อย ๆ จะเจอกับทางเข้าวัดอาซากุสะ ให้เดินต่อไปจนเห็นร้านในภาพ จะมีบอกว่าถนน Asakusa 1 ให้เลี้ยวเข้าถนนทางขวามือครับ
  2. เดินจนเห็นประตูของวัดเซนโซจิ (ประตูเล็ก ๆ นะครับไม่ใช่ประตูใหญ่ ตามในรูปครับ) ก็เลี้ยวซ้ายมานิดนึง
  3. เดินมาอีกนิดเดียวจะเจอ 5 แยกครับ เลี้ยวขวาที่ขวาแรกเลย จะเห็นร้านอย่างในภาพนะครับ ไม่ยาก เดินจนสุดทาง
  4. พอมาถึงสุดทาง มองไปทางซ้ายนิดนึง จะเป็นเสาประตูแดง ๆ จะเป็นเหมือนโซนร้านขายของ เดินเข้าไปเลยครับ

เดินเข้ามาไม่ไกลจะเห็นร้าน Family Mart อยู่ด้านขวาครับ เยื้องกันนิดนึง จะมีปากซอยอยู่ เดินเข้าไปเลยครับ ประมาณ 10 กว่าเมตร จะเห็นตัวโรงแรมแล้วครับ อยู่ด้านซ้ายมือ ป้ายดำ ๆ ด้านบนนั่นแหล่ะ

KHouse-02
KHouse-03

ตัวโรงแรมดูไม่ใหญ่นะครับ มีอยู่ไม่กี่ชั้น ยังคิดในใจเลย วันนี้สงสัยต้องนอนเบียด ๆ กันซะแล้ว

KHouse-04

ก่อนจะเข้าไปใน Lobby จะต้องบอกให้เจ้าหน้าที่เค้าเปิดประตูให้นะครับ เป็นประตูล็อคอัตโนมัติ (Security ใช้ได้) พอเปิดเข้าไปจะเป็นส่วนเก็บรองเท้าและที่เก็บร่ม ซึ่งทาง Hostel ก็มีร่มให้ยืมใช้ด้วยนะ เป็นปรกติของ Hostel ส่วนใหญ่ของที่นี่เลยนะครับ

KHouse-05

เข้าไปก็จะเจอ Lobby กับ Computer ให้ใช้ครับ (เสียดายถ่ายไม่ทันพนักงานต้อนรับอยู่ น่ารักเสียด้วย…รูปนี้ผมลงมาถ่ายตอนกลับเข้าที่พักอีกทีนึงแล้วนะ) พนักงานเป็นกันเองมากครับ ผมเข้ามาก่อนเวลา เพราะจริง ๆ ต้อง Check-in ตอน 16:00 (เป็นเวลาปรกติของที่ญี่ปุ่นนี่นะครับอย่าแปลกใจ) ก็ให้เอากระเป๋าไปเก็บทีห้องก่อนได้ แต่พนักงานกำลังทำความสะอาดอยู่นะ ยังเข้าพักไม่ได้ แล้วก็แนะนำที่กินในละแวกนี้ด้วยว่าตรงไหนอะไรดี (ใจดีแถมยังน่ารักด้วย…อิอิ)

KHouse-06

ด้านล่างจะมีโต๊ะญี่ปุ่นให้นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมพ์ พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ดูไม่อึดอัดเลยครับ ที่นี่มีเครื่องครัวให้ใช้ด้วยนะครับ แต่ต้องล้างเก็บด้วยนะ อ่อ…ที่นี่มี ลิฟต์ให้ใช้ด้วยนะครับ มีชั้นทั้งหมดอยู่ 4 ชั้น

KHouse-07

ที่นี่มีลิฟท์ให้บริการนะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงสำหรับคนมีกระเป๋าใหญ่ ๆ อย่างผมที่ลากกระเป๋า 28″ มาด้วย ค่อยสบายใจหน่อย

KHouse-08

ห้องที่ผมจองไว้เป็นห้อง Double Room (No Smoking) ครับ ราคา 1 คืน เป็นเงิน 9,200 เยน (ประมาณ 2,500 บาท) ครับ เป็นเตียงคู่ ไม่มีตู้เสื้อผ้าแต่มีที่แขวนผ้าให้ มี TV แล้วก็ใช้รีโมทในการเปิดปิดไฟนะครับ (ไฮเทคสมกับญีปุ่น) มีอ่างล้างหน้าให้ แล้วก็มีปลั๊กให้ใช้ค่อนข้างเยอะครับ

KHouse-09

ตอนแรกคิดว่าจะต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่ห้องนี้มีห้องน้ำให้ครับ…(ดีจุงเบย) เป็นตู้อาบน้ำและฝักบัว มีอุปกรณ์อาบน้ำและผ้าเช็ดตัวให้ใช้ด้วยครับ ผมชอบก๊อกน้ำของญี่ปุ่นจริง ๆ การปรับอุณหภูมิและสลับระหว่างก็อกน้ำกับฝักบัวดีจริง ๆ อยากหามาใช้ในบ้านเราจริง ๆ

KHouse-10

และดีงามตรงมีห้องส้วมแยกให้ด้วยครับ ห้องส้วมที่ญี่ปุ่นนี่จะมีฝารองนั่งไฟฟ้าที่อุ่นเวลานั่ง และมีที่ฉีดชำระอัตโนมัติให้ ส่วนกระดาษชำระใช้แล้วทิ้งในชักโครกได้เลยนะครับ กระดาษชำระเค้าบางแต่เหนียวมาก

KHouse-11

สำหรับ K’s House Tokyo Oasis ถือว่าเป็นโรงแรม Hostel ทีได้แค่ 1 ดาวสำหรับ Booking นะครับ แต่สำหรับผมนี่ไม่ใช่เลย ไปดูกันดีกว่าผมให้กี่ดาวกัน

ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
star_4
เพราะว่า ถ้าคิดเป็นรายคนแล้วตกประมาณ 1,300 บาท ซึ่งราคานี้คนเดียวคุณนอน Hostel ที่ต้องแชร์ จะไม่ได้สิ่งอำนวยความสะดวกแบบนี้แน่ เผลอ ๆ ราคาแพงกว่า แต่ก็ไม่ถึงกับถูกมากนักครับ

ขนาดห้องพัก
star_5
อยู่สบายครับ ไม่คับแคบเกินไปนักสำหรับที่พักสไตล์ Hostel วางกระเป๋าแล้วยังเดินได้สบาย ๆ

การบริการ
star_5
ให้เต็มครับข้อนี้ อัธยาศัยดีจริง ๆ ให้คำแนะนำหลาย ๆ เรื่อง ขนาดอีกวันผมจะไปคาวากูจิโกะ ต้องไปขึ้นรถบัสที่ชินจูกุ เค้ายังแนะนำเลยว่าให้นั่งรถไปต่อตรงไหนจะสะดวกที่สุดแบบที่ App Hyperdia ไม่ได้แนะนำแบบนี้เลย แล้วก็ง่ายจริง ๆ

ตำแหน่งของโรงแรม
star_3
สำหรับข้อนี้ให้พอใช้ครับ เพราะค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน อาจจะไม่สะดวกสำหรับผู้ที่มีกระเป๋าลากใบใหญ่ ๆ (อย่างผม) เวลาฝนตกนี่จะรู้สึกเลยครับว่า ที่พักใกล้รถไฟฟ้ามันดียังไง แต่ก็ยังดีตรงใกล้ที่เที่ยวหลัก ๆ ครับประมาณเดินไปได้เลยไม่ลำบาก และยังใกล้กับร้านสะดวกซื้อด้วยประมาณว่าใกล้มาก ๆ

โดยรวมแล้วอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ถ้าต้องไปพักแถวนี้อีกก็อาจจะดูเป็นตัวเลือกแรก ๆ เลย และจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว

2. Mizuno Hotel ที่ทะเลสาบ คาวากูจิโกะ ภูเขาไฟฟูจิ

พิกัด GPS : 35.513682, 138.773616

เป็นที่พักที่จองไว้ ไม่ใช่ที่แรกนะครับ เพราะที่แรกจะอยู่ด้านในทะเลสาบกว่านี้อีก แต่มาได้ที่นี่เพราะมาเห็นวิวโรงแรมนี้จากที่มีคนเคยไปแล้วถ่ายรูปมา ประกอบกับมี Special Deal ของทาง Booking อีกต่างหาก และอยู่ใกล้กว่าที่เดิม อยู่แถว ๆ โรงแรมสุดฮิตโรงแรมนึงของคนไทยคือ New Hotel Century แต่โรงแรมนี้จะอยู่ด้านบนกว่าครับ

Mizuno-Map

โรงแรมนี้อยู่ด้านบนเป็นเนินเขา…(อาจจะลำบากถ้าจะเดินขึ้นเองแบบมีกระเป๋ามา) แต่ทางโรงแรมมีรถรับส่งนะครับ เพียงแต่ต้องติดต่อให้ไปรับเมื่อมาถึงสถานี คาวากูจิโกะแล้ว จากรูปจะมีซอยอยู่เห็นป้ายม่วง ๆ มั้ยครับ นั่นแหล่ะป้ายทางเข้า โรงแรมจะอยู่ด้านบน ในรูป ที่เป็นตัวอาคารอยู่ด้านบนซ้ายกลาง ๆ ครับ

Mizuno-02

ด้านหน้าของโรงแรมเวลาขึ้นมาแล้วครับ

Mizuno-03

ห้องที่ผมจองไว้เป็นห้อง Japanese-Style Twin Room – Smoking ราคา 1 คืน เป็นเงิน 15,120 เยน (ประมาณ 4,100 บาท) ครับ ตอนแรกก็แอบหวั่นใจครับเพราะห้องสูบบุหรี่เค้าว่ากลิ่นจะติดเยอะ บางคนไม่ชอบถึงขั้นนอนไม่ได้เลย แต่เข้ามาไม่มีกลินเลยครับ เค้ามีเครื่องฟอกอากาศไว้ให้ใช้ ที่นี่ Check-In 15:00 นะครับ รูปนี้เป็นรูปตั้งแต่ประตูเข้าห้อง จะเจอภาพแบบนี้เลย มีที่วางรองเท้าอยู่ขวามือ ประตูด้านหน้าเป็นประตูห้องอาบน้ำครับ

Mizuno-04

ห้องน้ำจะมีอ่างล้างหน้าก่อนห้องอาบน้ำครับ ในห้องอาบน้ำจะมีเป็น ฝักบัวกับ อ่างแช่ตัว รูปทรงอาจจะแปลก ๆ นะครับ แต่คนญี่ปุ่นเค้าแช่แค่นี้จริง ๆ เรียกได้ว่า หย่อนตัวคุกเข่า ได้แค่นั้นหล่ะครับ

Mizuno-05

อีกฝั่งจะเป็นห้องส้วมครับ

Mizuno-06

ถัดจากนั้นเดินมาอีกทางนึงจะเป็นฉากกั้นห้องนอนครับ

Mizuno-07

ห้องนี้เป็นทั้งห้องนั่งเล่นในตอนกลางวัน และห้องนอนในตอนกลางคืนครับ พื้นเป็นสื่อทาทามิ เดินแล้วก็ดูแน่นเท้าดี พอมาถึงพนักงานก็อธิบายถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ แล้วก็ชงชาเขียวร้อนให้ดื่ม จะบอกว่าถ้าฟ้าไม่ปิดขนาดนี้จะเห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็ม ๆ ตา ฟินกันเลยครับ

Mizuno-08

ประตูด้านซ้ายมือในภาพ จะใช้เป็นที่เก็บที่นอนที่จะมีพนักงานมาปูให้ก่อนค่ำ ส่วนตู้ด้านขวาจะเป็นที่เก็บเสื้อผ้า และเครื่องใช้อาบน้ำครับ

Mizuno-09

มีอุปกรณ์อาบน้ำกับชุดยูกาตะให้ใช้ครับ

Mizuno-10

วิวตรงระเบียงครับ จะมีให้ชมวิวทั้งด้านในและด้านนอก เพราะเวลาอากาศหนาวนี่ ต้องปิดหมดจริง ๆ ครับไม่งั้นหนาวแย่ ถ้าฟ้าไม่ปิดเราจะเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลังทิวเขาในภาพครับ อันนี้เรียกได้ว่า ไม่ได้ขี้อายครับ เรียก “ลักพาตัว” เลยดีกว่า

Mizuno-11

ตู้เย็นจะอยู่ด้านนอกนะครับ มีน้ำให้ 2 ขวด

Mizuno-12

ความพิเศษของที่นี่คือมีออนเซ็นกลางแจ้งให้ใช้บริการด้วยครับ จริง ๆ จะมีที่อาบน้ำรวมให้ใช้ฟรีที่ชั้น 2 (แต่ผมไม่ได้ใช้เพราะเห็นคนไทยมาพักกันพอสมควร ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะไม่อายเลย แต่นี้มองไปแล้วรู้ว่าคนไทย…มันเขินจริง ๆ)

ออนเซ็นกลางแจ้งที่นี่มีค่าใช้จ่ายนะครับ สนนราคาก็ 1,100 เยนต่อครึ่งชั่วโมง มีทั้งหมดอยู่ 2 ห้อง และต้องแจ้งเวลากับทางเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการครับ เค้าจะจองเวลาไว้ให้ จะมีตู้ล้างตัวให้ก่อนลงแช่ครับ อุณหภูมิขณะนั้นเย็นมากประมาณ 10 องศา แต่น้ำก็ร้อนมากเช่นกัน ตอนลงแช่ต้องระวัง ๆ หน่อยนะครับอย่ารีบลงอันตราย ถึงหนาวก็ต้องทน อ่างใหญ่ครับ แช่ได้ 2 คนสบาย ๆ

Mizuno-13

และตรงนี้เป็นวิวที่มองเห็นจาก ออนเซ็น ถ้าฟ้าไม่ปิดจะเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็ม ๆ ครับ…T_T

Mizuno-14

สำหรับ Mizuno Hotel แล้วน่าจะเป็นโรงแรมเก่าแก่เหมือนกันครับดูจากสภาพแล้ว แต่ไม่โทรมนะครับ เค้าดูแค่ค่อนข้างดีเลย

ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
star_4
สำหรับโรงแรมในระดับนี้ และสถานที่แบบนี้ผมให้ความคุ้มค่าค่อนข้างดีครับ เพราะที่พักที่ผมจองไว้ตอนแรกขนาดแชร์ห้องน้ำ ยังคืนนึงตก 3,000 กว่าบาทเลย และราคาที่ผมให้อีกก็ในเรื่องวิวครับ สวยจริง ๆ นะครับถ้าอากาศไม่ปิดแบบนี้

ขนาดห้องพัก
star_5
No Comment เลยครับ ดีที่สุดในทริปนี้แล้วครับ

การบริการ
star_3
เรื่องการบริการถือว่าพอใช้ครับ ตามมาตรฐานไม่ได้พิเศษเแต่อย่างใด

ตำแหน่งของโรงแรม
star_3
ถ้าเป็นวิวผมให้ชนะเลิศนะครับ แต่ถ้าสำหรับการเดินทางผมว่าลำบากในการเดินขึ้นลง ถึงแม้จะมีรถให้ใช้บริการก็ตาม แต่ก็ไม่คล่องตัวเท่าไหร่ ทางเดินขึ้นเนินชันระดับนึงเลย และถนนค่อนข้างแคบขับรถสวนกันไม่ได้

คะแนนโดยรวมแล้วอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากครับ ผมให้คะแนนนี้เพราะวิวเลย คิดว่าถ้าจะกลับมาซ่อมเพื่อเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิอีกที ก็จะพักที่นี่ครับ

3. Anne Hostel ย่านอาซากุสะบาชิ

พิกัด GPS : 35.698875, 139.789249

เป็นที่พักที่ผมจองไว้หลังจากกลับจากคาวากูจิโกะครับ จริง ๆ แล้วอยากจะจองที่พักอีกที่นึงยาว ๆ เลยครับแต่จะบอกว่าที่พักที่ญี่ปุ่นไม่ต่างกับไทย ตรงที่ถ้าเป็นคืนศุกร์เสาร์ จะราคาแพงกว่าปรกติ ผมลองไปจองตกคืนนึงเกือบ 3,000 บาท ตลอดทั้งทริปเลย คืนศุกร์-เสาร์ผมเลยต้องหาที่พักเป็น Hostel เหมือนเดิมครับ จะกลับไปพักที่เดิมก็ห้องไม่ว่างเสียแล้ว หาไปหามาตรงนี้ก็ค่อนข้างโอเคครับ

Anne-01

1. ผมนั่ง JR มาลงที่สถานีอาซากุสะบาชิ ครับ แล้วเดินออกมาถึง 4 แยก ก็เดินไปทางซ้ายก่อน จนถึงทางข้าม ก็ข้ามมาอีกฝั่งครับ แล้วเดินตรงไป จนเห็นร้านอาหารจีนสีแดง ๆ ในรูปครับ แล้วเดินเลี้ยวขวาเข้าไปเลย

2. เดินเข้าไป 2 บล็อค มองเข้าไปจะเห็นอาคารเขียว ๆ เหมือนในรูปเดินเข้าไปเลยครับ แล้วก็เลี้ยวขวาเดินเข้าไปนิดนึงจะเห็นศูนย์ส่งสินค้าแมวดำอยู่ด้านซ้ายถัดไปนิดนึงก็จะเห็น Anne Hostel อยู่ตรงนั้นเลยครับ

Anne-02

ห้องที่ผมจองไว้เป็นห้อง Twin Room (No Smoking) ครับ ราคา 2 คืน เป็นเงิน 14,800 เยน (ประมาณ 4,000 บาท) ครับ ห้องจะเป็นเตียง 2 ชั้น มีโต๊ะทำงานให้ 1 ตัว ส่วนที่แขวนเสื้อจะเป็นไม้แขวนให้ ปลั๊กไฟมีไม่เยอะครับ

Anne-03

ขนาดห้องไม่ใหญ่ครับ คือจากภาพบน อันนั้นผมถ่ายจากอีกฝั่งเลย ส่วนภาพนี้ก็สุดทางอีกด้านนึง

Anne-04

ห้องอาบน้ำจะอยู่ด้านนอก เป็นห้องน้ำรวมครับ ของผู้ชายและผู้หญิงในแต่ละชั้น จะมีอย่างละ 2 ห้อง และห้องส้วมอีกอย่างละ 2 ห้องครับ ด้านนอกมีอยู่อีก 1 ห้อง

Anne-05

สำหรับ Anne Hostel นี้ผมไม่ค่อยจะปลี้มเท่าไหร่ครับ เพราะความที่มันเป็น Hostel ข้อดีของห้องนี้คือมันไม่ได้นอนรวมกับใคร ส่วนการเข้าพักจะมีข้อระเบียบค่อนข้างจุกจิกพอควร แต่เพราะเหมือนการอยู่โดยรวมกับคนอื่น อาจจะต้องมีกฏระเบียบเพิ่มขึ้น แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้กับที่ K’s House Tokyo Oasis นะครับ

ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
star_2
ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ครับ ถึงแม้ราคาจะไม่แพง แต่ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่านี้หน่อย

ขนาดห้องพัก
star_2
เล็กและคับแคบครับ แต่ถ้าใครที่เคยพักสไตล์ Hostel น่าจะพอรับได้ครับ

การบริการ
star_3
คนดูแลพูดจาดีครับ แต่สอบถามข้อมูลอะไรก็คุยได้ครับ แต่ไม่ค่อย friendly เท่าไหร่

ตำแหน่งของโรงแรม
star_4
ตรงนี้ได้เรื่องตำแหน่งที่พักนี่แหละครับ ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าทั้ง JR หรือ Metro แต่ไม่มีบันได้เลื่อนหรือลิฟต์นะครับ แถมร้านสะดวกซื้อก็ไม่ไกล ร้านค้าร้านอาหารก็มีให้อยู่พอควรครับ

คะแนนโดยรวมแล้วผมไม่ค่อยปลื้มครับ ถ้าใครจะมาพักแถว ถ้าใช้แค่เป็นที่นอนเฉย ๆ ก็ได้อยู่ แต่ที่อื่นน่าจะดีกว่าครับ

4. Hotel MyStays Ueno Inaricho ย่าน อูเอโนะ อินาริชโช

พิกัด GPS : 35.711696, 139.785126

เป็นโรงแรมที่อยู่ในเครือ MyStay ครับ เป็นที่พักที่จริง ๆ อยากจะพักตั้งแต่กลับมาจากคาวากูจิโกะครับ แต่ด้วยราคาที่คร่อมศุกร์-เสาร์แล้วแพงเลยทำให้ต้องแบ่งวันออกไป (คราวหน้าไม่แบ่งแล้วครับยอมจ่ายแพงแล้ว จะได้ไม่ต้องลำบาก) โรงแรมนี้ถือว่ามีข้อดีหลาย ๆ จุดเลยครับ ตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้ง ห่างจากสถานี Ueno มีแค่สถานีเดียว เดินไม่ไกลจากรถไฟฟ้า และร้านสะดวกซื้อเพียบ มีร้านข้าวหน้าเนื้อราคาประหยัด Yoshinoya อยู่อีกด้านของถนน และฝั่งเดียวกันก็มี Sukiya ร้านข้าวหน้าเนื้ออีกร้านนึง

การเดินทางไม่ยากครับ ขึ้นจากรถไฟฟ้า แล้วเดินต่อไปจนเห็นอาคารอย่างในรูปแล้วเลี้ยวเข้าถนนไปเลยครับ ตัวโรงแรมอยู่ด้านขวามือ

Inaricho-01

ตัวโรงแรมเป็นเหมือน Apartment ครับ มีทั้งหมด 9 ชั้น Check-In 15:00 Lobby อยู่ชั้นล่าง และมีห้องซักผ้าอยู่ชั้นใต้ดินครับ พวกชากาแฟหรือไม้สำลี สามารถมาหยิบได้ที่ Lobby ได้เลยครับ

Inaricho-02
Inaricho-03

แต่ละชั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 8 ห้องครับ ผมได้พักชั้นที่ 2 เป็นห้องริมสุดเลย

Inaricho-04
Inaricho-13

ตัวห้องเป็นระบบ Key Card ครับ

Inaricho-05

ห้องที่ผมพักเป็น Stadard Double Room with Small Double Bed-Non Smoking ราคา 3 คืน เป็นเงิน 21,500 เยน (ประมาณ 5,900 บาท) ครับ ตัวห้องอาจจะดูไม่กว้างครับประมาณ 13 ตรม. แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครันครับ

Inaricho-06

จริง ๆ ที่นี่ถือเป็น Business Hotel ที่คนไทยมาพักค่อนข้างเยอะนะครับ นอกจากเตียงนอนแล้วก็มีโต๊ะทำงานให้ 1 ตัว ปลั๊กไฟมีใช้พอเพียงเลยครับ ที่นี่มี WiFi ให้ใช้เป็น Modem เลยนะครับ

Inaricho-07
Inaricho-08

ที่นี่ค่อนข้างมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครับ มีส่วนเตรียมอาหารให้ด้วยนะครับ Microwave ก็มีให้ และที่หนักกว่านั้นคือมีแม้กระทะ เตาไฟฟ้า ให้ใช้ด้วยครับ ส่วนเครื่องครัว สามารถไปยืมได้ที่ Lobby ครับ แต่บางรายการอาจจะต้องเช่าครับ

Inaricho-09
Inaricho-12

ห้องน้ำที่นี่ ดูเหมือนแคบแต่จริง ๆ สะดวกสบายในการใช้นะครับ อ่างอาบน้ำนี้ไม่ต้องถึงกับนั่งขด แค่ชันเข่าขึ้นนิดหน่อย อ่อ…ที่นี่จะไม่มีบริการจัดห้องให้ทุกวันนะครับ ผมอยู่ 3 วันก็ไม่มีมาทำห้องให้ แต่สามารถไปเบิกผ้าเช็ดหัวได้ที่ Lobby ครับ

Inaricho-10

ที่นี่ไม่มีตู้เสื้อผ้าให้นะครับมีเป็นที่แขวนเสื้อให้ พร้อมกับไม้ปัดฝุ่นน่าจะไว้ใช้กับพวกเสื้อสูท

Inaricho-11

สำหรับ Hotel MyStays Ueno Inaricho สำหรับผมแล้วถือว่าพอใจที่สุดสำหรับทริปนี้เลยครับ ในหลาย ๆ ด้าน เสียดายที่ไม่ได้จองที่นี่ตั้งแต่แรก

ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
star_5
ตกคืนละไม่ถึง 2,000 เลยด้วยซ้ำ กับห้องแบบนี้ ผมให้เต็มเลยครับ

ขนาดห้องพัก
star_4
ถือว่าขนาดอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ก็อยู่สบายครับ อาจจะลำบากเวลาจัดของหน่อย

การบริการ
star_5
พนักงานดูแลดีจริง ๆ ครับ ตอนเข้าพัก ผมจองเอาไว้ 4 คืน ในราคา Special Deal เช่นกัน (เพราะคำนวณวันผิดไปหน่อย) แต่พอขอลดเป็น 3 คืน เค้าก็คิดเรทเดิมนะครับ ไม่ได้บวกเพิ่ม และมีอยู่คืนนึงผมกลับเข้ามาแบบตากฝน เค้าเห็นเค้ารีบเอาผ้ามาให้เช็ดหัวก่อนเลยน่ารักจริง ๆ ครับ และก่อนจะกลับผมฝากกระเป๋าเอาไว้เพราะจะไปซื้อของฝากก่อนกลับ แล้วค่อยกลับมาเอากระเป๋า เค้าก็ยินดีครับ ทั้ง ๆ ที่ผม Check-Out ออกไปแล้ว ได้ใจไปเลย

ตำแหน่งของโรงแรม
star_5
ดีกว่าทุก ๆ ที่ ที่พักมาเลยครับ ทั้งใกล้ และร้านค้าต่าง ๆ ก็มีให้ช้อปสะดวกจริง ๆ

พอใจมาก ๆ เลยครับ แนะนำเลยสำหรับที่นี่ถ้าใครต้องการที่พักที่สะดวกแบบนี้นะครับ แต่ก็อาจจะลำบากอยู่นิดเดียวตรง ถ้าใครใช้กระเป๋าใหญ่ (ของผม 28″) จะลำบากขึ้น – ลงสถานีหน่อยเพราะไม่ใช่สถานีใหญ่ครับทำให้ไม่มีบันไดเลื่อน หรือลิฟท์ครับ

5. Mercure Narita Airport แถวสนามบินนาริตะ

พิกัด GPS : 35.776703, 140.314708

โรงแรมสุดท้ายที่พักแล้วครับ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ผมมาพักก่อนจะบินกลับในเช้าวันรุ่งขึ้นครับ เพราะผมกลับเที่ยวบินเวลา 9:15 ครับ ถามว่าจะเดินทางจากโตเกียวมาเลยจะได้มั้ย ของตอบว่าได้ครับ แต่ผมไม่อยากพลาด เพราะการเดินทางใช้เวลาประมาณ 1 ชม. นิด ๆ แต่เราต้องคิดเผื่อเวลาในการ Check-In กับที่ต้องผ่าน ตม. ด้วยครับ เพราะไม่ใช่เราคนเดียวที่กลับ คนไทยอีกมหาศาลช่วงนั้นก็กลับด้วย และผมอยากจะมีเวลาไปซื้อของฝากที่สนามบินอีกด้วยครับ

ก็เลยตกลงกับภรรยาไว้ว่าเราจะไปค้างที่แถว ๆ สนามบินและเช้าก็ไปเลยครับจะได้ใช้เวลาไม่นานและก็ดีแล้วที่คิดแบบนี้ เพราะสุดท้ายต้องแบบกระเป๋า 2 ใบ 1ใหญ่ 1 เล็ก และกล่องขนาดเท่ากระเป๋า 28″ อีก 1 กล่อง ถ้ามารถไฟอย่างที่บอกนี่ขลุกขลักน่าดู

โรงแรมที่เลือกไว้คือ โรงแรมนี้แหล่ะครับ เพราะผมเดินทางมาลงที่สนามบินนาริตะด้วย Skyliner แล้วมีรถรับส่งจากสนามบินมาที่โรงแรมด้วย ส่วนตัวโรงแรมก็ใกล้สถานีรถไฟฟ้า เรียกได้ว่าใกล้มากทั้งสาย JR และสาย Keisei ดูจากแผนที่เลยครับ เรียกได้ว่า โรงแรมโดนขนาบด้วยรถไฟฟ้าเลย

Narita-01

ห้องที่ผมพักเป็น Standard Double Room-Hotdeal CCPrepaid no Refund ราคาคืนละ เป็นเงิน 10,400 เยน (ประมาณ 2,900 บาท) ครับ เป็นโรงแรมที่จอง Agoda เพราะใน Booking ก็ต้องจ่ายก่อนอยู่ดี โรงแรมอื่นเราสามารถจองไว้ ถ้า Cancel ก่อนถึงกำหนดไม่ต้องเสียอะไร แต่ที่นี่ไม่ใช่ครับ ตัวห้องกว้างขวางตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไปครับ

Narita-02

มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ให้ครบครัน และข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือ มีเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้ใช้หน้า Lobby ด้วยนะครับ

Narita-03

ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำแล้วก็ฝักบัวให้ครับ ขนาดห้องน้ำไม่ใหญ่ตามสไตล์ญี่ปุ่น

Narita-04

ไม่มีตู้เสื้อผ้าให้ แต่มีที่แขวนผ้าค่อนข้างกว้างให้นะครับ โดยส่วนใหญ่โรงแรมนี้จะเป็นโรงแรมที่ใช้ประโยชน์ไว้สำหรับพักก่อนจะบินตอนเช้า หรือหลังจากออกจากสนามบินในตอนดึกเพราะมันใกล้สนามบินมาก ๆ ครับ

Narita-05

รูปนี้เป็นรูปที่มองจากหน้าต่างห้องจะเห็นว่า สถานีรถไฟสาย Keisei อยู่ด้านล่างเลยครับ (ตรงหลังคาทีเห็นเป็นแถบ ๆ นั่นแหล่ะครับ) ผมก็ใช้เส้นนี้แหล่ะ วิ่งไปสนามบินนาริตะในตอนเช้า

Narita-06

สำหรับ Mecure Hotel Narita เป็นโรงแรมที่สะดวกสำหรับต่อไปสนามบิน หรือพักเวลาออกจากสนามบินในไฟลท์ดึก

ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
star_3
ราคาถ้าเทียบกับราคาโรงแรมทั่วไปไม่ถือว่าแพงมากครับ ถือว่าซื้อความสะดวกสบายครับ

ขนาดห้องพัก
star_5
ใหญ่ได้มาตรฐาน เพียงพอเวลาที่จะใช้จัดกระเป๋าได้สบาย ๆ เลยครับ

การบริการ
star_3
เรื่องการบริการถือว่าพอใช้ครับ ตามมาตรฐานไม่ได้พิเศษเแต่อย่างใด แต่ต้องขอชมที่เลือกห้องพักให้ไกลจากกรุ๊ปทัวร์นะครับ เพราะตอนผมมานี่ทัวร์จีนมาลงพอดี

ตำแหน่งของโรงแรม
star_5
สะดวกมาก ๆ สำหรับการไปต่อรถไฟฟ้า และยังมีร้าน Lawsons ให้ใช้บริการอยู่ด้านหน้าโรงแรมเลย ผมไปซื้อหมูสไลด์ มาลวกกับน้ำร้อนทานกับมาม่าเป็นมื้อเย็นเลยครับ สะดวกมากจริง ๆ และโรงแรมเองก็มีรถรับส่งสนามบินนะครับ แต่เที่ยวแรกจะประมาณ 7 โมงกว่านิด ๆ

คะแนนโดยรวมแล้วอยู่ในเกณฑ์ดีเลยครับ เป็นตัวเลือกสำหรับใครที่จะมีแพลนเหมือนผม ชอบตรงมีเครื่องชั่งให้ด้วยนี่แหล่ะครับ

ก็หมดแล้วครับสำหรับโรงแรมทั้งหมดที่ผมไปพักตลอด 9 วัน ไม่แนะนำให้ใครทำตามนะครับ (ผมเข็ดแล้ว คราวหน้าของเปลี่ยนโรงแรมน้อย ๆ แล้วกัน) รีวิวนี้ถือเป็นข้อมูลสำหรับโรงแรมที่ไม่ค่อยได้เห็นใครรีวิวสักเท่าไหร่ เป็นข้อมูลทางเลือกนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ นะครับ

ถ้าใครอยากสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลโรงแรมที่ผมไม่ได้ลงไปก็สามารถถามได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

8 + 8 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.