“เกาะรอก” สวย…ถึงกับต้องไปซ้ำ

“เกาะรอก” เกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตของจังหวัดตรัง เกาะที่ยังมีหาดทรายสวย และปะการังน้ำตื้นที่ยังสมบูรณ์อยู่มากแห่งหนึ่งในประเทศไทย เกาะรอก ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งอันดามัน” ความสวยงามของที่นี่ทำให้ผมตั้งใจที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง มันสวยยังไงเดี๋ยวมาดูกันดีกว่าว่า “สวย…ถึงกับต้องไปซ้ำ” มันเป็นยังไง

เรื่องราวความประทับใจของเกาะรอก ขออ้างอิงจากทริปครั้งก่อน เข้าไปอ่านได้ที่นี่นะครับ

“เกาะรอก” สวรรค์น้อย ๆ แห่งอันดามัน แต่ครั้งนี้เราจะมาเล่าตั้งแต่เรือยังไม่ออกจากท่าเลย จนถึงการดำน้ำอีกหนึ่งจุดคือ “เกาะห้า” ที่ไม่ได้ลงดำน้ำในคราวที่แล้ว ครั้งนี้เราก็ยังไปกับเจ้าเดิมครับ “Love Andaman” บริษัททัวร์ดำน้ำที่มีแพ็คเกจดำน้ำหลากหลายเกาะให้เลือก

อุปกรณ์ที่ใช้เก็บภาพในทริปนี้ ก็จะมีตามนี้นะครับ

  • Canon EOS 6D + 24-70 (เก็บภาพบนบก)
  • Gopro Hero 4, Olypus TG-4 (เก็บภาพใต้น้ำ)

 

การไปดำน้ำที่เกาะรอก เราไปขึ้นเรือกันที่ “ท่าเรือแพแสง” ในตอนเช้า พิกัดตามนี้ https://goo.gl/maps/3RrPK5ZPgSy
สำหรับใครที่ไม่ได้มีรถส่วนตัว ก็รอที่โรงแรมก็ได้ เดี๋ยวทาง Love Andman จะมีรถตู้ไปรับ – ส่ง ที่โรงแรม

 

ที่ท่าเรือก็จะมีขนมกับน้ำดื่มให้บริการ รวมไปถึงอุปกรณ์ดำน้ำสำหรับใครที่ลืมเตรียมมา พอลงทะเบียนเสร็จก็จะได้ Wristband ที่แบ่งเป็นสีแยกตามเส้นทางที่เราจะไปดำน้ำกันครับ

 

ที่นี่เป็นท่าเรือที่จะพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำอีกหลายที่ครับ อย่างที่เกาะไม้ท่อน เกาะราชา ก็ออกเรือที่นี่ พอทุกคนมาพร้อมกันเช็คชื่อกันเสร็จแล้ว ทางไกด์ก็เรียกรวมตัวกันเพื่อทำความเข้าใจกันก่อนจะขึ้นเรือ

 

แนะนำไกด์ของเราในทริปนี้ก่อน น้องมีชื่อว่า “ไกด์นีโอ” เป็นไกด์หลักของคณะนี้ครับ (น้องดำน้ำเก่งมาก) พอขึ้นบนเรือแล้วก็มีอธิบายกันอีกเล็กน้อยก่อนที่เรือจะออกเดินทาง


แล่นเรือ โต้คลื่น…สู่เกาะรอก

เกือบ 2 ชม. ที่เรานั่งเรือโต้คลื่นสู่เกาะรอก (ความเร็วของการแล่นเรืออยู่ที่ ความแรงลม และความสงบของคลื่นนะ) ถึงแม้ว่าฟ้าวันนี้จะไม่ค่อยเป็นใจนัก เมฆจะดูหนายังไง ก็ไม่ทำให้ใจที่คิดถึงทรายนุ่ม ๆ น้ำใส ๆ ลดความตื่นเต้นลงได้ เรามาถึงกันนช่วงเช้า ยังเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่มาเยือนเกาะของวันนี้

 

ก่อนลงจากเรือก็ขอเก็บภาพกับเพื่อน ๆ ก๊วนใหม่ที่รู้จักกันบนเรือนิดนึง ข้อดีของการมาเที่ยวแบบนี้คือการได้เพื่อนใหม่ไม่ซ้ำหน้ากันนี่แหล่ะ

 

วินาทีแรกที่เท้าเราจุ่มน้ำแล้วเดินขึ้นมาบนพื้นทราย ยังรู้สึกนุ่มและละเอียดของทรายอยู่เหมือนเดิม เราจะลงพักกันไม่นานครับ แล้วจะไปดำน้ำกันต่อ ขอเดินสำรวจกันนิดนึงว่า เกาะรอกในวันนี้เป็นยังไง

 

ซากกิ่งไม้ขนาดใหญ่ ที่เปรียบเสมือน landmark ของเกาะนี้ไปแล้ว ยังอยู่เหมือนเดิม เหมือนคอยต้อนรับแขกผู้มาเที่ยวเกาะ พร้อมกับเป็นจุดให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปคู่เก๋ ๆ

 

เดินเล่นกันพอหอมปากหอมคอ ก็ไปเตรียมตัวกันที่จะไปดำน้ำกันครับ จุดที่จะไปดำน้ำกันก็ไม่ได้อยู่ไกลมาก ออกจากชายหาดไปทางเกาะรอกน้อย เพื่อไปดำน้ำตื้นกัน


Deep into the Blue

รูปนี้เป็นตัวพิสูจน์ว่า ปะการังที่นี่อยู่ตื้นมาก ดำน้ำแล้วเห็นปะการังง่าย บางจุดจะเห็นได้ใกล้ ๆ เลย ปะการังที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทปะการังก้อนรูปสมอง (ที่ดูเหมือนก้อนหินนี่แหล่ะ จริง ๆ คือปะการังนะ)

 

ให้ดูกันอีกนิดว่า ปะการังมันอยู่ไม่ลึกเลยนะ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราลอยตัวอยู่ในแนวตั้ง ต้องระมัดระวัง ให้งอขาเล็กน้อย และอย่าอยู่ใกล้ปะการังมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ปะการังเสียหายได้ และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากคลื่นซัดเข้าไปกระแทกปะการังจนเกิดแผลได้

 

ก็ไม่ใช่ว่าแต่จะมีแต่ปะการังอย่างเดียว พวกดอกไม้ทะเล (Sea Anemones) ก็มีให้เห็นอยู่เป็นหย่อม ๆ ซึ่งดอกไม้ทะเลพวกนี้ จะมีพระเอกที่ใคร ๆ ก็อยากเจอ พวกปลาการ์ตูน ซึ่งก็มักจะขี้อายอยู่พอสมควร ว่ายหลบอยู่ในกอดอกไม้ทะเล ต้องอดใจรอแป็บนึง

 

ถ้าตาดีหน่อย ก็จะได้เห็นสัตว์น้ำแปลก ๆ อย่างปลาดดาวหนาม หรือหอยมือเสือที่ซ่อนอยู่ในดงปะการัง และที่ชื่นชอบของที่นี่อยู่อย่างคือ จำนวนหอยเม่นมีไม่มากครับ ดำน้ำได้ค่อนข้างสบายใจนิดนึง

 

ตลอดเวลาที่เราดำน้ำเล่นกันในแทบนี้ ยอมรับว่ามันแปลกกว่าครั้งก่อน น้ำใสกว่าเดิมและเจอปลาฝูงมากขึ้น น่าจะเป็นเพราะช่วงที่ดำน้ำ ไม่ใช่ช่วงที่น้ำขึ้นหรือลง ทำให้กระแสน้ำนิ่งพอจะเห็นอะไรได้ชัด ๆ

เหลือเวลาอีกไม่มากครับ เลยขอเก็บภาพน้องปลาการ์ตูนที่แหวกว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลให้สะใจซะหน่อย เวลาน้อง ๆ เค้าแหวกว่ายโผล่หน้าออกมาให้เห็นนี่น่ารักจริง ๆ แต่ข้อแนะนำคืออย่าพยายามจับตัวเค้านะครับ ดูแต่ตาพอ เพราะบางทีการที่เราไปจับตัวเค้า มันทำให้เมือกที่เคลือบตัวเค้าอยู่มันหายไป แล้วคราวนี้จะงานเข้า จะพาลตายเอานะครับ เพราะฉะนั้น อย่าทำนะ…

 

ก่อนจะขึ้นเรือก็เจอปรากฎการณ์แปลก ๆ ด้วยนะ เจอพายุงวงช้าง อยู่ไกล ๆ กลางทะเลเลย ถือเป็นครั้งแรกที่เห็นชัด ๆ และถ่ายภาพได้ครับ หวังว่ากระแสลมแถวนั้นจะไม่มาแถวนี้นะ


ขึ้นจากเรือก็ตรงมาที่ซุ้มของกินเลย หิวมาก นอกจากข้าวกลางวันแล้ว ก็มีซุ้มขนมนี่แหล่ะ ที่วนได้เรื่อย ๆ เติมพลังงานหลังจากที่ไปใช้ตอนดำน้ำมา โดยเฉพาะบลูโซดาเนี่ย จัดไป 2 แก้วเลย

 

หลังจากตรงนี้ก็เป็น Free time หล่ะครับ จะเล่นน้ำ ถ่ายรูป หรือนอนเล่น รอเวลาขึ้นเรือ ไปที่จุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งคือ “เกาะห้า” ก่อนที่จะกลับเข้าฝั่งที่ภูเก็ต จะเห็นได้ว่า มีท่องเที่ยวหลายประเภท จริง ๆ ที่เกาะนี้ ถ้ามาจากทางตรังก็จะใช้เวลาไม่นานครับ เลยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากับเรืออื่นด้วย แต่ปริมาณก็ไม่หนาแน่นมากครับ ถ้าเทียบกับหาดอื่น ๆ นะ (ขออนุญาติเบลอหน้านักท่องเที่ยวนะครับ)


หลังจากเดินเล่นกันพักใหญ่ ๆ ถ่ายรูปกันหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาที่คณะเราต้องขึ้นเรือไปที่จุดต่อไปแล้วครับ ที่ “เกาะห้า” ที่อยู่ในเขตของหมู่เกาะลันตา ที่นี่เป็นเป้าหมายหลักอีกที่นึงที่หมายมั้นปั้นมือว่าจะต้องมาให้ได้ หลังจากที่คราวที่แล้ว สภาพอากาศไม่เป็นใจ ทำให้ได้แต่มองอยู่บนเรือ หลาย ๆ คนที่มาทีหลัง ก็ถ่ายรูปไปยั่วตลอด

เราวิ่งย้อนเส้นทางกลับมาทางที่เรามา ไม่นานครับก็ถึงจุดำน้ำแล้ว ตรงนี้เรือจะจอดผูกเรือกับทุ่นไว้ แล้วให้เราลงน้ำกัน ไม่ได้ขึ้นหาดนะครับ และก็โชคก็เข้าข้างเราพอสมควรเลย เพราะฟ้าเริ่มเปิดแล้ว เมฆมีแบบบาง ๆ เวลาดำน้ำแล้วเจอฟ้าแบบนี้มันเยี่ยมมาก เพราะเวลาถ่ายรูปใต้น้ำมันก็จะสวยขึ้นมาก

 

ไม่อยากรอช้าครับ โดดติดอุปกรณ์พร้อมก็โดดลงน้ำเลยแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ แดดดี ๆ แบบนี้ น้ำใสมาก ปลาเล็กปลาน้อยเพียบ เจอปะการังก้อนเหมือนกับที่เการอกเลย แต่ที่นี่จะหนาแน่นเป็นจุด ๆ แต่ที่เห็นเยอะมากคือปลานกแก้วครับ มีเป็นฝูงเลย กำลังรุมกินอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้

 

ถ้าจะถามหาว่าสัตว์เจ้าถิ่นที่นี่คืออะไร ผมขอยกให้กับเจ้าตัวนี้ครับ “ปลาดาว” มีให้เห็นเพียบเลย ตามกองหิน แทบจะทุก ๆ ระยะที่ดำ ก็จะเจอเจ้าตัวนี้เป็นเพื่อนเสมอ

 

สำหรับคนที่ใส่เสื้อลอยตัว ไม่อยากเหนื่อยก็ลอยคอแล้วเกาะกลุ่มกันไป ทางไกด์ก็จะพาไปที่จุดที่จะเห็นปะการัง หรือสัตว์น้ำแปลก ๆ หรือกัลปังหา (Sea Fan) ที่นี่ก็มี แต่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก (แต่อยู่ลึกเหมือนกันนะ)

 

ถ้าแดดดี ๆ เวลาเราดำน้ำก็จะเห็นเป็นริ้วของแสงที่ทะลุผิวน้ำลงมาแบบนี้ครับ เวลาที่แสงทะลุน้ำลงมาก็จะโดนคลื่น แล้วทำองศาเหมือนแสงแดดเต้นระบำได้

 

ในส่วนของสัตว์น้ำและปะการังที่นี่ ก็สมบูรณ์และสวยไม่แพ้ที่เกาะรอกเหมือนกันครับ ดีใจที่คราวนี้ได้แวะลงดำน้ำได้ (เจอปลากระพงว่ายอยู่นิ่ง ๆ ด้วย แต่ลงไปถ่ายไม่ไหว มันอยู่ลึกไปนิด)

 

และแน่นอนสำหรับพระเอกของเรา เจ้าปลาการ์ตูน ที่นี่ก็พอมีอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่มีเวลาว่ายสำรวจเลย เจออยู่นิดหน่อยก็เวียนถ่ายจนพอใจเอา เราจอดเรือที่นี่ไม่นานครับ ดำกันพอหอมปากหอมคอ ถึงจะไม่นานแต่ก็เป็นเวลาที่มีความสุขมาก ๆ

 

ทริปนี้ถือว่าสมบูรณ์ครับ เพราะคราวที่แล้วได้ดำแค่ที่เกาะรอกอย่างเดียว ที่เกาะห้าไม่ได้ลง ที่สำคัญคุณแฟนก็ไม่ได้ลงทั้งคู่เพราะ วันนั้นของเดือนก็มา มาคราวนี้ได้ลงคู่กันเลย และที่สำคัญ ครั้งนี้เราดำได้สนุกขึ้นเพราะไปเรียนดำน้ำ SkinDive กันมาแล้ว (เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะเขียนถึงเรื่องนี้อีกทีนะครับ) มันทำให้เราดำน้ำได้สนุก และปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม เข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น และยังได้รูปเก๋ ๆ มาฝากเพื่อนอีกด้วย

 

เราเองทั้งคู่ยังไม่เคยได้ไปที่เกาะตาชัย ที่เค้าว่าหาดทรายละเอียดมาก และมีสัตว์ทะเลแปลก ๆ อย่าง ปูไก่ (กำลังจะวางแผนไป แล้วเค้าประกาศปิดเกาะพอดี) แต่ที่เกาะรอกนี้ผมว่า มีหลาย ๆ อย่างที่พอจะทัดเทียมเกาะตาชัยนี้ได้เหมือนกัน

“เกาะรอก” สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มาพักผ่อนหย่อนใจ แต่สำหรับเราแล้ว “เกาะรอก” เปรียบเสมือนเพื่อนที่ได้รู้จักกัน รู้สึกคิดถึงเสมอ อยากจะมาหา และดีใจที่กลับมาเยี่ยมเพื่อน แล้วเพื่อนของเรายังสบายดีอยู่ และอยากให้ทุกคนได้ลองมาที่นี่ดูสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักเกาะรอกเหมือนเรา….ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วเจอกันในรีวิวหน้านะครับ

 

ฝากคลิปสั้น ๆ จาก GoPro ที่ถ่ายมาได้ครับ

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

8 + 5 =