“Otsu” เมืองสุดชิล ที่ห่างจากเกียวโตแค่ 10 นาที

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

เมือง “Otsu” เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่พักต่างอากาศของชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อน เคยเป็นเมืองหลวงอยู่ช่วงสั้น ๆ แต่ในปัจจุบัน ได้ขึ้นชื่อว่าเมืองที่เงียบสงบ และเหมาะแก่การพักผ่อน ที่เดินทางไม่ไกลจากเมืองใหญ่เลย ในรีวิวนี้จะพาไปสัมผัสเสี้ยวเล็ก ๆ ของเมืองน่ารัก ๆ เมืองนี้ เป็น One day trips ที่สายชิลจะชอบใจ

หลังจากที่เราได้ไปสนุกกันที่ USJ กันเรียบร้อยแล้ว (อ่านรีวิวได้ที่ ตะลุย Minion Park Universal Studios Japan) วันนี้ก็จะพาไปเที่ยวเมืองอีกเมืองนึงที่ไปง่าย ไม่ยาก แถมเป็นเมืองที่เที่ยวไม่ยากด้วย

Otsu, จังหวัด Shiga

เมือง “Otsu” (โอสึ) เป็นเมืองหลวงของจังหวัด ชิกะ (Shiga) ตั้งอยู่ตอนใต้ของตัวจังหวัด ด้านตะวันตกติดกับเมืองสุดฮิตที่ทุกคนต้องรู้จัก “เกียวโต”

ขอสารภาพว่า วินาทีแรกที่ได้ยินชื่อเมืองนี้ ก็เกิดคำถามในหัวขึ้นมาเลยว่า “เมืองอะไรหว่า….ไม่รู้จัก”

หลังจากนั้นก็เลยนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้ ก็พบว่า “เฮ้ย….มีเมืองนี้ด้วยเหรอ ทำไมถึงไม่รู้จัก” ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ใกล้เกียวโตมาก เดี๋ยวจะค่อย ๆ เฉลยนะว่าเมืองนี้เป็นยังไง ทำไมถึงกับต้องร้อง “เฮ้ย”

Otsu Map

 

การเดินทางครั้งนี้เราได้รับการสนับสนุนจากทาง JR-West และ การท่องเที่ยวเมืองโอสึ เป็นผู้ให้ข้อมูลและพาท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ

เราออกเดินทางกันจากสถานีโอซาก้า ซึ่งถ้าใครเคยมาก็จะรู้ว่าที่สถานีนี้ ค่อนข้างซับซ้อน เผลอ ๆ จะเดินหลงเอาด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ ที่สถานีนี้มีศูนย์ให้บริการที่เรียกว่า “Travel Service Center” ก็ว่าได้ เรียกว่า ไปไหนไม่ถูก มาที่ตรงนี้เลย มีข้อมูลทุกอย่าง จะซื้อพาสที่นี่ก็ยังได้ (แต่ราคาจะเป็นราคาปรกติ ไม่ได้ถูกกว่าเหมือนที่ซื้อจากเมืองไทย) หรือจะฝากกระเป๋าก็ยังได้

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

ทำฟอร์มมาให้กรอกอย่างง่ายเลย อยากได้แบบไหนก็ติ๊กเลือก เอาพาสไหน จะใช้กี่วัน มีราคาบอกให้เรียบร้อย แล้วก็เอาไปยื่นให้ที่เคาน์เตอร์ จ่ายเงิน….จบ

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 


สำหรับพาสที่ใช้ในการเดินทางไปที่จังหวัด Shiga นี้ใช้ได้หลายพาส แต่ที่แนะนำก็คือตัว Kansai Area Pass เพราะราคาถูก นั่ง express ก็ได้ (แต่นั่ง shinkansen ไม่ได้…เหมาะกับคนที่เที่ยวแบบไม่ไกล เที่ยวอยู่ในบริเวณคันไซนี้เท่านั้น)

อ่อ….Kansai Tourist Pass พาสยอดนิยม ใช้ไม่ได้นะ ต้องใช้พาสที่เป็นของ JR เท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับพาสทั้งหมด อ่านต่อได้ที่นี่นะ https://www.westjr.co.jp/global/en/ticket/pass/kansai/

 

สถานีที่เราจะไปกันคือสถานีรถไฟ “Shiga” เป็นสถานีที่เป็นชื่อเดียวกับจังหวัดเลย เราต้องนั่งรถไฟไปกันไปประมาณ 7o นาที โดยนั่งรถด่วน Thunder bird ไปต่อรถไฟธรรมดา ที่เกียวโต (แต่บอกเลยว่า ไปได้หลายสายนะ แล้วแต่ช่วงเวลาที่ไปเลย เวลาต่างกันไม่นาน)

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

มาแล้ว รถด่วน Thunder Bird มาตามเวลาเป๊ะ 8:10

ภูมิทัศน์ระหว่างทาง จะออกเป็นสีเขียว ๆ แล้ว เพราะได้ผ่านช่วงซากุระไปเรียบร้อย เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิอย่างแท้จริง โชคดีที่วันนี้ฟ้าเป็นใจ ไม่มีฝนมากวนใจ เพราะถ้ามาเที่ยวแบบนี้แล้วเจอฝน คงต้องเรียกว่าเศร้ากันเลย

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

หลังจากที่เรานั่งรถไฟไปลงที่เกียวโต แล้วนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Katata มาต่อรถไฟ Local เพื่อไปลงที่สถานี Shiga ซึ่งรถไฟ Local สายนี้ ดูภายนอกก็ดูเก่า ๆ หน่อยนะ แต่สภาพดีชะมัด (นี่ขนาดรถไฟที่เค้าใช้วิ่งบริการการระหว่างเมืองนะ ดูแล้วยังใช้ได้อีกนาน)

 

ระหว่างที่รอขึ้นรถไฟ ก็เห็นพนักงานทำความสะอาดของสถานี กำลังเก็บใช้ที่คีบเก็บขยะ คีบเศษไม้เก็บอย่างช้า ๆ ยิ่งดูแล้วยิ่งทำให้รู้สึกถึงความเอาใจใส่ แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

ยิ่งพอได้เข้ามานั่งในรถแล้ว รู้สึกได้เลยว่า สะอาดสะอ้านมาก อันนี้ต้องขอชมคนที่ดูแลเลย ของทุกอย่างยังเป็นแบบเดิม ๆ ดูคลาสสิก แต่ใช้งานได้ทุกอย่าง สภาพดีมาก ๆ

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

รถไฟสายนี้เป็นสายที่ได้ชมวิวสวย ๆ แบบไม่รีบร้อน ด้านซ้ายมือจะเป็นทิวเขา ส่วนขวามือ จะเป็นวิวทะเลสาบ บิวาโกะ (Biwako Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีขนาดกว่า 3,174 ตารางกิโลเมตร

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 


Aoki’s Bean Cafe

จุดที่เราจะไปกัน หลังจากลงรถไฟที่สถานี Shiga แล้ว เรียกว่า Biwako Valley แต่จุดแรกที่เราแวะกันก่อนระหว่างรอรถบัสมารับ คือร้านกาแฟ ที่อยู่ไม่ไกลกัน เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Aoki’s Bean Cafe

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

นอกจากกาแฟที่ชงสด ๆ แล้ว ก็มีขนมขึ้นชื่อของที่นี่ที่เรียกว่า Dorafuru หน้าตาก็เหมือนกับโดรายากิ ขนมของโปรดของโดราเอมอน ตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบในวัยเด็ก แต่เอามาทำในรูปแบบของ Waffle (เหมือนจะดูง่ายนะ) แต่ความพิเศษของเจ้า Dorafuru นี่คือไส้ด้านใน จะเป็นถั่วนานาชนิด ที่บางชนิด ก็หายาก ต้องสั่งมาจากทางฮอกไกโดด้วยซ้ำ

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

หน้าตาของไส้ถั่วที่เอามาให้ดูกันครับ ชื่ออะไรบ้างนั้น….จำไม่ได้แล้ว 55+

 

และที่ดีไปกว่านั้นคือ ด้านหลังของร้าน ติดกับทะเลสาบ นั่งชิล ๆ จิบกาแฟ กินขนมไปด้วย ฟินมาก….

Otsu City 10 miniutes from Kyoto

 

Aoki’s Bean Cafe (青木煮豆店)

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 am. – 6:00 pm. (ปิดวันอาทิตย์)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/5MtbKPL2Pi52
เว็บไซต์ : http://www.aokinimame.com/
Facebook : https://www.facebook.com/aokinimameten/

 


Biwako Valley

เป็นสถานที่ชมวิว ที่อยู่ด้านบนภูเขาที่มองแล้วเห็นวิวของทะเลสาบ กับเมือง Otsu ได้ทั่ว เรียกว่าเป็นวิวหลักล้านก็ว่าได้…

จากสถานี Shiga มีรสบัสคอยรับส่งให้บริการให้เป็นรอบ ๆ ประมาณ 40 นาทีต่อรอบ คนละ 330 เยน เด็กคนละ 170 เยน ดูเวลารอบรถได้ตามตารางเลย

Biwako Valley

เวลาตามตารางนี้เป็นช่วงหน้าร้อนจนถึงหน้าฝนนะ ส่วนของหน้าหนาว ต้องรอดูทาง Biwako Vallery ประกาศอีกที

การจะขึ้นไปที่ Biwako Valley จะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนครับ เป็นกระเช้าขนาดใหญ่ ขึ้นได้เที่ยวนึงเยอะอยู่ ประมาณ 20 คนสบาย ๆ และอย่างที่รู้ ๆ กัน ญี่ปุ่นเค้าจะแข่งความเป็นที่ 1 กัน สำหรับที่นี่เค้าบอกว่าเป็น “กระเช้าที่เร็วที่สุดในญีปุ่น” (มันน่าภูมิใจมั้ยเนี่ย) ก็เร็วจริง ๆ หล่ะนะ แต่ไม่เสียวเลย

Biwako Valley

Biwako Valley

 

พอกระเช้าไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ เราก็จะพอมองเห็นละครับว่า วิวที่จะเห็นเป็นยังไง มันกว้างมาก ๆ สมแล้วกับที่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นมุมที่เห็นทั้งเมืองและทะเลสาบได้ทั่วเลย

Biwako Valley

Biwako Valley

 

สำหรับที่ Biwako Valley จะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือส่วนของพื้นที่กิจกรรม ในฤดูหนาว จะเป็นลานสกีที่อยู่ใกล้เกียวโตที่สุด (ถ้าเป็นที่โตเกียว ก็จะมี Gala Yuzawa ที่อยู่ใกล้ที่สุด อ่านรีวิวได้ที่นี่ GALA Yuzawa Snow Resort ในวันฟ้าใส) กับส่วนที่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นที่นั่งพักผ่อนที่บอกเลยว่าวิวอลังการมาก มองเห็นทะเลสาบเป็นวิว Panorama เจ้าหน้าที่บอกว่า ในหน้าหนาว ตรงนี้เป็นที่ชมวิว พร้อมกับจิบกาแฟอุ่น แต่เมนูยอดนิยมของที่นี่คือ เจลาโต้ชาเขียว ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลูกกันในแถบนี้

Biwako Valley

Biwako Valley

 

“Biwako Terrace Cafe” เป็นชื่อของคาเฟ่ที่บอก เรียกว่าเป็นคาเฟ่ที่ดูเรียบหรู เหมือนบ้านพักบนยอดเขาหรู ๆ เหมือนอย่างที่เคยได้ดูในหนังเลย มีทั้งเครื่องดื่ม และอาหาร รวมไปถึงไอศกรีม Gelato ให้เลือกทานได้ให้บริการตั้งแต่ 9:40 – 16:00 (ในส่วนของอาหารสั่งได้ถึง 15:30) รายละเอียดสามารถดูได้เพิ่มเติมจากลิงค์นี้ครับ http://www.biwako-valley.com/terrace/cafe/

Biwako Valley

Biwako Valley

 

ในส่วนของพื้นที่กิจกรรม ในฤดูหนาว จะเป็นลานสกีโล่ง ๆ ซึ่งดูจากพื้นที่และคำอธิบายของเจ้าหน้าที่แล้ว น่าเล่นมากครับ ไลน์สวยแล้วก็กว้างกว่าที่ Galayuzawa ที่ผมเคยไปมา แต่ในช่วงหน้าร้อนที่หิมะละลายแล้ว ก็จะเป็นส่วนที่ปรับปรุงทำเป็นลานสำหรับกิจกรรม Adventure เรียกว่าเที่ยวได้ตลอดปีกันเลยทีเดียว

Biwako Vallery

Biwako Vallery

 

อาจจะมีหลายคนสงสัยนะครับว่า ทำไมไม่มีคนมาใช้บริการเลย…..ขอบอกว่า วันที่พวกผมไปกันเป็นวันที่เค้าปิดให้บริการเพื่อเตรียมตัวที่จะเปิดให้บริการในช่วงฤดูร้อน ก็เลยดูเหมือน exclusive มาก มากันอยู่แค่กลุ่มเดียว แล้วก็กลายเป็นว่า อดชิม Gelato ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย (อยากจะร้องไห้…) เห็นแล้วยิ่งเสียดาย หิมะก็ละลายหมดแล้ว ลานกิจกรรมก็ยังเพิ่งเริ่มปรับ ได้แต่มองตาปริบ ๆ แต่ผมก็คุยกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อขอรูปในบรรยากาศตอนที่เค้าเปิดบริการมาให้ทุกคนได้ดูนะครับ และนี่คือรูปที่ได้มาครับ เห็นแล้ว ขอบอกเลยว่าอยากกลับมาอีกทีจริง ๆ

 

“บรรยากาศลานสกีในฤดูหนาว”

Biwako Vallery

Biwako Vallery

Biwako Vallery

 

ที่นี่ถือเป็นอีกจุดนึงในการชมซากุระเพราะจะได้เห็นซากุระปลูกเป็นชั้น ๆ ไล่ขึ้นมาตามทางเดินรถ พร้อมกับวิวของทะเลสาบ Biwa

Biwako Vallery

ที่ Biwako Vallery นี้ ในหน้าร้อนก็เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นที่จะมาพักผ่อนกัน เพราะอากาศด้านบนจะเย็นกว่าด้านล่าง ทำให้เป็นการมาพักร้อนกันในอากาศที่เย็นกำลังสบาย และเป็นอีกจุดนึงที่จะมาชมดอกไม้ไฟ ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี

“บรรยากาศของ Biwako Valley ในหน้าร้อน”

Biwako Vallery

Biwako Vallery

Biwako Vallery

Biwako Vallery

Biwako Vallery

Biwako Vallery

 

สุดท้ายแล้วถือว่าเป็นโชคดีของผมมาก เพราะช่วงที่ผมมามันพ้นช่วงซากุระไปแล้ว ก็ยังดีที่ยังเหลือพันธุ์บานช้าให้ได้พบเห็นที่นี่ครับ แต่ก็เกือบจะร่วงแล้วเพราะเริ่มแตกใบอ่อน แล้วพอประมาณด้วยสายตา ที่นี่น่าจะเป็นจุดชมซากรุะที่สวยไม่ใช่เล่น เผลอ ๆ จะเห็นเป็นอุโมงค์ซากุระเลยทีเดียว

Biwako Vallery

 

Biwako Valley

เวลาเปิด-ปิด : 9:30 am. – 5:00 pm. (เสาร์ – อาทิตย์ : 9:00 am. – 5:00 pm.)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/bjkLSV5aCuL2 (จุดที่เริ่มต้นขึ้นกระเช้า)
เว็บไซต์ : http://www.biwako-valley.com/
Facebook : Biwako valley Fan page

 


Warms Organic Cafe

หลังจากที่เราได้ไปชมวิวสวย ๆ ที่ Biwako Valley แล้ว เราก็ไปทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารริมทะเลสาบบิวะ ที่เมือง Otsu จริง ๆ ของขึ้นชื่อของเมืองนี้มีหลายอย่าง แต่วันนี้เราจะพามากินอะไรที่มันดู Healthy กันสักนิด ร้าน Warms เป็นร้านอาหารที่เจ้าของการันตีว่าเลือกคัดสรรอาหารแบบ Organic ที่เป็นของท้องถิ่น มาทำเป็นเมนูให้เราได้ทาน

Warms Organic Cafe

Warms Organic Cafe

Warms Organic Cafe

 

ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 20 ที่นั่งน่าจะได้ ตั้งอยู่ตรงริมทะเลสาบบิวะ ตัวอาคารออกแบบ Modern style ในบริเวณเดียวกันนี้ก็เห็นมีร้านตั้งอยู่หลายร้านครับ แต่ไม่มีเวลาสำรวจว่ามีร้านอะไรบ้าง

Warms Organic Cafe

Warms Organic Cafe

 

ดูจากแขกของร้านแล้ว มีแต่สาว ๆ ที่เน้นสุขภาพมาก (ผู้ชายสายเนื้ออย่างเราหลงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย) ตัวร้านดูธรรมดา ไม่ได้หรูหรา แต่เป็นแบบเรียบง่าย minimalist แต่วิวที่เห็นหน้าร้านนี่ นั่งได้เพลิน ๆ เลย…

Warms Organic Cafe

 

แล้วก็ได้เวลาที่อาหารของเรามาเสิร์ฟแล้ว เป็นชุดผักทอดราดแกงกะหรี่ เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้อง ผักสด และซุปน้ำมะเขือเทศ… (ความรู้สึกของสายเนื้ออย่างผม มองบนเลย…)

Warms Organic Cafe

Warms Organic Cafe

 

แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นแหล่ะ ความคิดเปลี่ยนเลย มันเข้ากันมาก ๆ ข้าวกล้องหุงกับข้าวญี่ปุ่นแล้วอร่อยมาก ยิ่งกินคู่กับผักทอด จิ้มกับแกงกะหรี่ที่ปรุงมาแบบเข้มข้น มันเข้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ กินไปแล้วฝืดคอก็ซดซุปน้ำมะเขือเทศแล้วก็รู้สึกดี ผลสรุปว่าหมดจ้า เกลี้ยงเลย ไม่อยากเชื่อว่าคนกินผักสดยากอย่างผมจะกินได้เกลี้ยงขนาดนี้

Warms Organic Cafe

 

แต่อุตส่าห์ได้มาถึงทั้งที จะกินแค่เมนูเดียวก็ดูธรรมดาไป ก็เลยขอสั่งเพิ่มอีกสักเมนูนึง เป็นข้าวห่อไข่ข้นใส่ไก่ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดี รสชาติกลมกล่ม สรุปว่ามื้อนี้อิ่มเกินคาด ตบท้ายด้วยไอศกรีมเบอรี่ อีกถ้วย ถือว่ามื้อนี้ผ่านจ้า…..

Warms Organic Cafe

Warms Organic Cafe

 

Warms Organic Cafe

เวลาเปิด-ปิด : 9:30 am. – 5:00 pm. (เสาร์ – อาทิตย์ : 9:00 am. – 5:00 pm.)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/rqgF9AeNfhp
เว็บไซต์ : http://nagisanoterrace.jp/warms/
Facebook : Warms Fan page

 


Lake Biwa Otsu Prince Hotel

โปรแกรมต่อจากนี้ เราจะไปล่องเรือกัน แต่เรามีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนเวลาที่เรือจะมารับ ก็เลยไปชมโรงแรมที่เรียกว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองนี้กันก่อน อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เราจะต้องลงเรือเลย “Lake Biwa Otsu Prince Hotel”

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

 

เป็นโรงแรมที่อยู่ในจุดที่วิวสวยมาก ทุกห้องสามารถชมวิวทะเลสาบได้ทุกห้อง เนื่องจากเวลามีไม่มากนัก ก็เลยจะขอพาชมแบบเร็ว ๆ แล้วกันนะ อันดับแรก ขอพาไปดูห้องกันก่อน ห้องนี้จริง ๆ เป็นห้อง Newly Renovated Lake Floor Twin ซึ่งเป็นห้องขนาดเริ่มต้นของที่นี่ มีขนาด 36 ตรม. ถือเป็นห้องที่ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับมาตรฐานห้องของญี่ปุ่นโดยทั่วไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อคืน (ราคาอาจจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงที่พัก)

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

 

อีกห้องเรียกว่า Newly Renovated Japanese Modern เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งพักได้ถึง 4 คน เป็นห้องที่กว้างมาก ขนาดของห้องเท่ากับ 59.5 ตรม. โดยประมาณ โดยปรกติจะมีเตียง ให้ 2 เตียง แต่สามาถเสริมเตียงได้อย่างสบาย ๆ

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

 

สิ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน เพราะนอกจากไลน์อาหารที่มีให้เลือกเยอะแล้ว ก็คือวิวของที่นี่ การทานอาหารไปพร้อมชมวิวทะเลสาบ Biwa ถือเป็นคอนเซ็ปของที่นี่เลย

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

 

ข้อดีอีกอย่างนึงของโรงแรมนี้ที่ผมสังเกตเห็นได้คือ ที่นี่จะสามารถมองเห็นเมืองจากมุมสูง ได้โดยรอบ จะเรียกว่าเป็น Sky View Observatory ก็ว่าได้

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

ของที่ขึ้นชื่อของโรงแรมนี้อีกอย่างคือขนมหวานครับ สามารถนั่งทานชา กาแฟ ได้ที่ล็อบบี้ของที่นี่ได้ ของหวานที่นี่ทำได้รสชาติดีทีเดียวเลย ไม่หวานเลี่ยน กินกับชาร้อนแล้วเข้ากันมาก

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

 

Lake Biwa Otsu Prince Hotel

แผนที่ : https://goo.gl/maps/NWzp4hZQ1Ms
เว็บไซต์ : http://www.princehotels.co.jp/otsu/
Facebook : https://www.facebook.com/otsuprincehotel/

 


MICHIGAN CRUISE – Cruise of Biwako

แล้วก็มาถึงไฮไลท์ของทริปอีกอย่างนึงครับ เราจะได้ไปล่องเรือกัน มีชื่อว่า เรือสำราญมิชิแกน ซึ่งท่าเรือที่ขึ้นก็ไม่ได้อยู่ไกลเลย เดินจากโรงแรมไปนิดเดียวเอง

ก็ถือเป็นโชคดีที่ ระหว่างทาง ที่นี่มีแปลงที่เค้าปลูกต้นชิบะซากุระพอดี จัดไว้สวยมาก เป็นมุมในการพักผ่อนของคนที่นี่เลย

Michigan Cruise

 

เรือ Michigan Cruise เป็นเรือกลไฟแบบสมัยก่อนในอเมริกา ที่มีใบพัดอยู่ท้ายเรือ ในสมัยก่อนใช้ถ่านหินเป็นพลังงานในการขับเคลื่อน แต่ตอนนี้ก็ใช้น้ำมันแทนแล้ว แต่ยังใช้กลไกใบพัดในการแล่นเหมือนเดิม

Michigan Cruise

 

ในส่วนของเส้นทางการเดินเรือในทะเลสาบ Biwa นี้มีหลายเส้นทางครับ อยู่ที่เวลาในการล่องเรือ รายละเอียดหลัก ๆ สามารถดูได้จากลิงค์นี้เลยครับ https://www.biwakokisen.co.jp/th/michigan.html ดีมาก ๆ เลย มีข้อมูลเป็นภาษาไทยด้วย

Michigan Cruise

Michigan Cruise

Michigan Cruise

 

เรือ Michigan Cruise มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยให้บริการล่องเรือพร้อมกับรับประทานอาหารบนเรือได้ มีทั้งแบบเป็นคอร์ส หรือบุฟเฟ่ต์ หรือจะเป็นคาเฟ่ต์ก็มี

Michigan Cruise

Michigan Cruise

Michigan Cruise

ห้อง Royal Deck ที่ชั้น 3 เป็นโซนพิเศษ ที่สามารถใช้เป็นพิธีจัดงานแต่งงานได้เหมือนกัน

 

Michigan Cruise

หน้าตาของใบพัดที่เป็นของดั้งเดิมที่ยังใช้เดินเรืออยู่ทุกวันนี้

 

ทางด้านบนสุดจะเป็นชั้นดาดฟ้า ถ้าเป็นหน้าหนาว ตรงนี้น่าจะหนาวจะทนไม่ไหวแน่ เพราะขนาดช่วงนี้ยังเย็น ๆ เลย สำหรับใครที่อยากเป็นกัปตันสักครั้งนึง ก็แอคท่าถ่ายรูปได้ มีชุดให้พร้อม

Michigan Cruise

Michigan Cruise

Michigan Cruise

นกนางนวลตัวนี้ บินตามเรือพักใหญ่ ๆ สงสัยคงจะเคยมีคนให้อาหาร…แต่เสียใจ โดนหลอกให้เป็นนายแบบฟรีไปนะงานนี้

 

จริง ๆ แล้วเรือจะใช้เวลาล่องประมาณ 60 นาทีเป็นอย่างต่ำครับ แต่สำหรับเราแล้ว เค้ารวบรัดให้ใช้เวลาไม่ถึงรอบ  เพราะเราต้องไปต่อ ก็ได้ขึ้นมาชิลกันไม่นานครับ เสียดายที่ไม่ได้ลองมานั่งจิบเครื่องดื่มเบา ๆ ชมวิวทะเลสาบให้ครบรอบ

MICHIGAN CRUISE – Cruise of Biwako

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 am. – 6:30 pm. (ติดต่อสอบถามการจองตั๋วผ่านเว็บไซต์)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/zFWm5qqZzNG2
เว็บไซต์ : https://www.biwakokisen.co.jp/th/
Facebook : https://www.facebook.com/biwakokisen.japan/

 


English Garden by Biwako Otsukan Hotel

เราขึ้นเรือที่ตรงท่าเทียบเรือของโรงแรมเก่าแก่ของที่นี่ Biwako Otsukan Hotel  ซึ่งโรงแรมแรกที่ในสมัยก่อนถือว่าเป็นอันดับ 1 ของเมือง Otsu เลย ในทุกวันนี้ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ แต่จะมีส่วนที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองนี้ให้ได้ชมกัน เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อม ๆ เลยทีเดียว

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

 

ตรงจุดนี้ จะมีสวนที่จัดแบบสวนอังกฤษ มีพันธุ์ดอกไม้หลากหลายชนิด ให้เดินชมได้สวย ๆ ช่วงที่ได้ไปเข้าชม เห็นว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้นที่กำลังปรับภูมิทัศน์ และปลูกต้นไม้เพิ่ม ถึงแม้จะมีไม่เยอะมาก ก็ถือว่าสวยใช้ได้ทีเดียว เหมาะที่จะมาถ่ายรูปคู่กับดอกไม้สวย ๆ ของสวนนี้ English Garden by Biwako Otsukan Hotel

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

มีหลายคนเลยที่พาน้องหมา มาถ่ายรูปเท่ ๆ ที่สวนนี้

 

English Garden by Biwako Otsukan Hotel

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 am. – 10:00 pm. (เปิดให้เข้าได้ช้าสุด 7:30 pm.)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/67vzfv4KJaq
เว็บไซต์ : http://www.biwako-otsukan.jp/englishgarden.html
Facebook : https://www.facebook.com/biwakootsukan.japan

 

แล้วเราก็มาถึงจุดสุดท้ายของทริปแล้วครับ ที่สถานีรถไฟ JR Otsu ที่เค้าปรับปรุงใหม่ เป็นเหมือนศูนย์กลางความสะดวกของเมืองเลย มีทั้งร้านกาแฟ Starbuck หรือศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวของ Otsu

Otsu Station

 

Otsu travel service center ของที่นี่ ให้บริการสอบถามข้อมูล รวมไปถึงให้บริการนักท่องเที่ยวอีกหลาย ๆ อย่างเลยทีเดียว มีจักรยานให้เช่าด้วยนะ

 

ที่ด้านบนของที่นี่เป็นที่พักแบบ Hostel และคาเฟ่ต์ลอฟท์ มีชื่อว่า “Calendar” เป็นที่พักแบบแคปซูล แบ่งเป็นชายหญิง สนนราคาก็ไม่แพงประมาณคนละ 1,500 เยน ต่อคืน ราคาขึ้นอยู่กับช่วงที่พัก ซึ่งที่สถานีนี้แหล่ะครับ ที่สามารถเดินทางไปเกียวโตโดยใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง นักท่องเที่ยวหลายคน ก็อาศัยที่นี่เป็นที่พัก ที่จะไปเที่ยวเกียวโตได้เหมือนกัน เพราะราคาที่พักไม่แพง ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลที่นักท่องเที่ยวทั้งคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติมาเที่ยวกัน เพราะความที่มันใกล้ และราคาไม่แพงนี่แหล่ะ เลยเป็นอีกตัวเลือกนึงที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ

Otsu Station

Otsu Station

Otsu Station

 


บทสรุป

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟกลับมาที่โอซาก้า เพื่อจัดการธุระทุกอย่าง และเดินทางกลับในไฟล์ทดึกเพื่อเดินทางกลับไทยกันหล่ะครับ ถือเป็นการปิดทริปที่ รู้สึกดีเหมือนกัน ที่ได้มาเยือนเมืองนี้ เมือง Otsu ที่ใกล้เกียวโตแค่นิดเดียว เป็นเมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก แต่มีหลาย ๆ อย่างให้ได้มาสัมผัส ยิ่งมาค้นหาข้อมูลทีหลัง ยิ่งรู้สึกประทับใจ เพราะที่เมืองนี้ มีอะไรอีกหลายอย่างให้ได้เที่ยวกัน รู้เลยว่าที่ไปมาครั้งนี้ เราไปสัมผัสแค่เสี้ยวเดียวจริง ๆ คิดว่าถ้าได้มาทริปใบไม้แดงที่คันไซ น่าจะต้องกลับมาเยือนที่เมืองนี้อีกแน่นอนครับ…ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ครับ

สุดท้ายนี้จะไม่บอกก็คงไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องดี ๆ สำหรับคนที่ซื้อพาสของ JR West เพราะนอกจากคุณจะได้พาสในราคาพิเศษแล้ว ทาง JR West เค้าก็ยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเส้นทางของ JR West อีกด้วย อย่าลืมขอมาด้วยหล่ะ

JR West Pass Benefit

 

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

4 + 4 =