ครั้งหนึ่งบน Roys Peak กับความจริงที่ซ่อนอยู่

ครั้งหนึ่งบน Roys Peak กับความจริงที่ซ่อนอยู่ - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

คุณเคยเป็นแบบนี้มั้ย…

ได้เห็นรูปบางรูป แล้วตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ตั้งคำถามกับตัวเองว่า  “ที่ไหน (ตรู๊ด ๆ)…โคตรสวยเลย”

แล้วก็นั่งหาข้อมูล ว่าอยู่ที่ไหน จะไปได้ยังไง…นี่แหล่ะ ความรู้สึกที่เราได้เห็นภาพ Roys Peak จุดชมวิวที่สวยที่สุดใน Wanaka เมืองเล็ก ๆ ที่เกาะใต้ ประเทศ New Zealand แต่ในความสวยงามที่เห็นนั้น ก็มีหลายอย่างที่เราไม่รู้มาก่อน และในข้อมูลที่หาเจอก็ไม่ได้บอกไว้ ส่วนจะมีอะไรนั้น ตามมาทางนี้เลย…

Love at first sight…Roys Peak

Roys Peak เป็นยอดเขานึงในหลาย ๆ ที่ของ Mt. Aspiring เมือง Wanaka อยู่ที่เกาะใต้ของประเทศ New Zealand ตอนแรกเราก็ไม่รู้จักหรอกว่ามันคือที่ไหน จนเริ่มมีทริปที่จะไป Road trips ที่ New Zealand กับน้อง ๆ ก็เลยหาข้อมูลดูว่า มีที่เที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง เพราะเรารู้แค่ประเทศนี้มันน่าเที่ยว เพราะธรรมชาติสวย ประกอบกับเห็นเพื่อน ๆ เคยไปแล้วประทับใจ อยากจะไปให้ได้

พอไล่หาข้อมูลดูไปเรื่อย ๆ ก็ไปสะดุดกับวิวนึงใน Instagram ที่มันทำให้เรารู้สึกได้ถึงคำว่า “Awesome” / “Amazing” / “Wonderful” อะไรก็แล้วแต่ที่มันความหมายประมาณนี้ เรารู้สึกว่ามันสวยอย่างบอกไม่ถูก เห็นแล้วอยากไปให้ได้

ภาพ Roys Peak ใน IG ของช่างภาพชาวนิวซีแลนด์- จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ภาพ Roys Peak ใน IG ของ Rach Stewart ช่างภาพชาวนิวซีแลนด์ IG : @rachstewartnz

เท่านั้นแหล่ะ ส่งรูปในกรุ๊ป ถามกันว่าเอาไงดี ไปกันมั้ย ? มันต้องเดินขึ้นเขากันนะ….ไหวกันหรือเปล่า ? (ถามตัวเองเนี่ยแหล่ะ ว่าไหวมั้ย)

น้อง ๆ ที่ร่วมทริปบอกมาเป็นคำเดียวกันเลยว่า “ไป”

หลังจากนั้นก็เร่ิมหาข้อมูลกันเลยว่า มันอยู่ตรงไหน เดินทางยังไง ต้องเดินขึ้นเขาไกลมั้ย ก็เลยได้ข้อมูลมาว่า

Roys Peak Tracking เนี่ย มีระดับความสูงจากจุดเริ่มต้นเดิน ประมาณ 1,200 เมตร (แต่จุดชมวิวที่เราอยากไป จะอยู่ที่ระดับ 1,000 เมตร) กับระยะทางประมาณ 16 กิโลแบบไปกลับ ก็เที่ยวละ 8 กิโล โดยค่อย ๆ ไล่ระดับไป ก็คิดอยู่ว่า “ก็พอไหวนะ”

ระดับความสูงของ Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ภาพกราฟระดับความสูงจากเว็บ http://www.doc.govt.nz

แล้วพอเข้าไปอ่านข้อมูลจากเว็บของหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของ New Zealand (Website ข้อมูลของ Roys Peak Tracking) ก็บอกมาว่า “Easy : Walking track” ภาพความรู้สึกเหมือนเดินชิว ๆ มาเลยครับ คือดูจากแผนที่ กับระยะทาง ประกอบกับเวลาที่เค้าบอกไว้ว่า “ไปกลับประมาณ 5-6 ชม.” ก็คิดได้ว่า “อ่อ มันแค่ไกลแหล่ะ” ดูแล้วสบายน่า…

หน้าข้อมูลภาพรวมของ Roys Peak ที่หน่วยงานแสดงไว้ - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หน้าข้อมูลภาพรวมของ Roys Peak Tracking ที่หน่วยงานแสดงไว้….เน้นที่วงสีเหลืองให้เลย

ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ที่จะได้ไปเห็นวิวมุมนี้ ระหว่างนั่งวางแพลนไป ก็กำหนดวันไป ตอนแรกกะไว้ว่าจะขึ้นที่นี่เสร็จ แล้วตอนช่วงบ่ายที่ลงมาก็จะออกไปนอนที่เมืองอื่นกันต่อเลย…

เหมือนยังทำบุญมาเยอะ โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนทางไกล ที่อยู่ที่นิวซีแลนด์ ที่พอเราส่งแพลนให้ดูและพูดถึง Track นี้ ก็ได้คำตอบว่า “เวลาที่วางแพลนไว้น้อยไป…..อย่างต่ำ ๆ ขาขึ้นใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชม. แน่ ๆ” ซึ่งแพลนของเรา เราตั้งใจจะขึ้นไปถ่ายรูปแสงเช้าด้านบน ซึ่งที่นิวซีแลนด์เนี่ย พระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 6 โมงเช้า โผล่พ้นขอบฟ้า ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เราต้องเดินขึ้นกันตั้งแต่ ตี 2 !!!

แล้วที่ข้อมูลในเว็บที่บอกมาหล่ะ….มันคืออะไร

เค้าน่าจะวัดจากระดับของฝรั่งที่ชอบปีนเขา และเป็นเวลาที่พอไปถึง ก็ใช้เวลาอยู่ไม่นานก็เดินลงแน่ ๆ

เอาไงกันดี…แต่ละคนก็ไม่ใช่ คนที่ออกกำลังเป็นประจำ เราจะไหวกันมั้ย ?

สุดท้าย “เหตุผล…ก็แพ้อารมณ์และความอยาก” ทุกคนตัดสินใจไป เพราะเห็นเหมือนกัน ว่าอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ สักครั้ง ให้เวลากับเมืองนี้เพิ่มอีก 1 คืน และเริ่มออกกำลังให้ร่างกายฟิตทันที่จะไปเดินขึ้นจุดชมวิวกัน


ก้าวแรกสู่ Roys Peak

ก่อนจะไปเดินขึ้น Roys Peak กัน มาดูกันก่อนว่าเราเตรียมตัวกันยังไงบ้าง

  • เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย : เราเลือกเสื้อผ้าที่เอาไว้ใช้ป้องกันความหนาวเย็นในระดับนึง เพราะไม่รู้สภาพด้านบนว่าตอนกลางคืนจะเย็นแค่ไหน มีลมพัดแรงมั้ย ถ้ารู้สึกร้อน เรายังถอดชั้นนอกเก็บได้
  • ไฟฉาย : เพราะเราต้องเดินตอนกลางคืน ถึงแม้ทางเดินจะดูไม่ยาก แต่ไฟฉายก็จำเป็น จะเป็นแบบคาดหัว หรือแบบไฟฉายทั่วไปก็ได้ แต่ถ้าคาดหัวก็จะสะดวกหน่อย
  • อุปกรณ์ถ่ายรูป กล้อง/ เลนส์ / ขาตั้ง : เพราะทริปนี้เราตั้งใจจะขึ้นไปเก็บภาพ Roys Peak ในตอนเช้า
  • น้ำดื่ม : เราพกขึ้นไป ขนาด 500 ml. คนละขวด
  • น้ำดื่มเกลือแร่ : อันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่นอกจากจะแก้กระหายน้ำแล้ว ยังทำให้รู้สึกมีแรงขึ้นตอนเดิน
  • อาหาร : เราแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นแซนด์วิชแบบง่าย ๆ พร้อมที่จะกินได้ทันทีที่ต้องการ กับอีกชุด เป็นอาหารที่เราจะเอาขึ้นไปกินบนนั้น ซึ่งเราเลือกเป็น มาม่าถ้วย ที่เอามาจากไทย
  • น้ำร้อน : เพราะเราตั้งใจว่าจะไปต้มมาม่า หรือกาแฟกินกันด้านบน เราเลยพกน้ำร้อนขึ้นไป โดยใส่กระติกเก็บความร้อน ซึ่งได้ลองทดลองด้วยการเอาน้ำร้อนต้มแล้วใส่กระบอกทิ้งไว้ประมาณ 4-5 ชม. แล้วมาวัดอุณหภูมิอีกที (ตอนที่ใส่น้ำร้อนตอนแรก อุณหภูมิประมาณ 70-80 องศา หลังจากเปิดวัดอีกที อุณหภูมิดลดลงไปเหลือประมาณ 50-60 องศา ซึ่งก็พอจะต้มได้ แต่เส้นอาจจะแข็งนิดนึง)

วันที่ 18 / 04 / 2019 เวลา 02:30 น. โดยประมาณ คือเวลาในการออกเดินทางจากที่พักใน Wanaka ตามระยะทางจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจะถึงจุดจอดรถ แต่เราขับช้าลงหน่อย เพราะไม่อยากขับเหยียบกระต่ายป่าระหว่างทาง ที่วิ่งข้ามไปข้ามมา และผลุบหลบเข้าข้างทางเวลามีรถวิ่งมา ถ้าเราขับเร็ว ก็มีสิทธิ์เหยียบได้ง่าย ๆ

ในที่สุดเราก็ได้เริ่มเดินขึ้นกันตอน 02:45 น. มาถึงเป็นคันแรกเลย ในตอนนั้น พระจันทร์ยังส่องแสงให้ได้เห็นทางได้ราง ๆ จำได้ว่าในวันนั้นกว่าพระจันทร์จะตกก็เกือบถึงเช้าเลย เป็นข้อดีอีกอย่างนึงที่เราเลือกเดินขึ้นกันวันนี้

ที่จอดรถด้านล่างก่อนขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ถึงจะมีแสงจันทร์ส่องแสงให้พอเห็นแสงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังค่นข้างมืดอยู่ดี ยังดีอยู่ที่นิวซีแลนด์นี้ไม่ต้องกลัวสัตว์อันตรายอย่างพวกงู สัตว์ที่เราเจอโดยทั่วไปในระยะแรกจะเป็นกระต่ายป่า ที่เราได้ยินแต่เสียง แต่ไม่เห็นตัว เห็นหลังไว ๆ ตอนวิ่งหนี

ทางเดินในระยะแรกในการเดินขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ไฟฉายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเดินขึ้น แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องมีทุกคนก็ได้ ทางเดินไม่ได้ดูยาก เป็นทางเดินแบบซิกแซกไปตามความชันของเขาไปเรื่อย ๆ

สภาพทางเดินในระยะแรกของการขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จะเจอฝูงแกะอยู่กันตามไหล่เขา อยู่กันเป็นฝูงเลย พบเห็นโดยทั่วไปเป็นระยะ เท่าที่รู้มา แกะพวกนี้มีเจ้าของนะครับ แต่ไม่แน่ใจว่าเค้าดูแลกันยังไง ถึงเลี้ยงปล่อยได้ขนาดนี้ แต่ก็ดูไม่ได้เชื่องกับคนนะ พอได้ยินเสียงคนก็หลบเข้าไหล่ทางตลอด และไม่ต้องห่วง ระหว่างทางเดินไปจะเจอขี้แกะตลอดทาง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสกปรกหรอกนะ

ส่วนแสงไฟที่เห็นไกล ๆ นั่นคือเมือง Wanaka ที่แม้แต่ตอนกลางคืนก็ยังมีแสงไฟให้เห็น

ฝูงแกะอยู่กันเป็นหมู่ตามไหล่ทางบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ถ้าถามว่าด้านบนหนาวมั้ย..?

ในช่วงที่เราไปถือว่าอากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเย็นอยู่แล้ว ยิ่งตอนที่เราขึ้นเป็นตอนกลางคืน อากาศก็ยิ่งลดลงไปอีก เราเจอน้ำค้างแข็งกันบนยอดหญ้าข้างทาง แต่ที่เห็นชัด ๆ ก็จะเป็นที่อยู่ในดอกอะไรสักอย่างที่โตอยู่บนนั้น แต่สิ่งที่เรากังวลที่สุดจะเป็นเรื่องของกระแสลมมากกว่า ชุดที่ใส่ก็เลยเผื่อเอาไว้ในกรณีเจอลมพัด เพราะเท่าที่สำรวจสภาพแวดล้อมก่อนไป ด้านบนไม่มีที่หลบเลย เป็นที่โล่ง ๆ ตลอดทาง ในตอนเดินก็เย็น ๆ ดีอยู่ แต่เห็นแบบนี้ เหงื่อออกข้างในเลยแหล่ะ

น้ำค้างแข็ง ที่เกาะอยู่ในใจกลางต้นไม้บน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ผู้ร่วมทริป ขณะขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ลักษณะทางเดินจะเป็นลักษณะทางซิกแซก ค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นมา สั้นบ้างยาวบ้าง เดินขึ้นมาได้สักระยะจะเจอกับสะพานข้ามรั้วจุดแรก เข้าใจว่าเป็นรั้วกั้นสัตว์ กั้นน้องแกะ ไม่ให้ออกไปไหน และจากจุดนี้ เดินขึ้นไปอีกนิดจะเจอต้นสนเดี่ยว ๆ อยู่ต้นนึง มีโต๊ะให้นั่งพักทานอาหารกันได้ เดินมาถึงตรงนี้ เราขึ้นมาได้ระยะทางประมาณ 2 กิโลแล้ว

รั้วที่จุดแรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

จุดพักบริเวณต้นสนเดี่ยวบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

ดูแล้วเหมือนจะเดินสบาย ๆ ท่ามกลางความเย็นในตอนกลางคืนนะ แต่จริง ๆ แล้วพวกเราเหนื่อยกันมาก ตอนแรกก็ว่าจะแวะพักตรงต้นสนเหมือนกัน แต่เราใช้เวลามาเกือบ 1.5 ชม. กันแล้ว กลัวจะไม่ทันแสงเช้าที่เราตั้งใจกันไว้ ในความมืดเราดูไม่ออกว่า ทางเดินมันชันขนาดไหน สู้เราเดินไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พักดีกว่า เราเดินจากรั้วจุดแรกใช้เวลาไม่กี่นาทีเราก็เดินถึงรั้วจุดที่ 2

พักเหนื่อยบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

จุดแนวรั้วที่ 2 บน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

หลังจากนั้นเราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกันอย่างเดียว และแล้วพระจันทร์ก็ตกไปแล้ว สภาพแวดล้อมรอบข้างเริ่มมืดลงเห็นได้อย่างชัดเจน จนถึงตอนนี้เป็นเวลาประมาณตี 5 แล้วมีเวลาอีกประมาณ 1 ชม. นิด ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ความหวังว่าจะขึ้นให้ถึงจุดชมวิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเริ่มเลือนลาง แต่ก็ยังดีที่ยังมีน้องแกะเป็นเพื่อนร่วมทางไปตลอด…แกะพวกนี้ก็เก่งนะ เดินยวบ ๆ ไต่เนินลงไปหลบคนสบาย ๆ เลย

ระหว่างนี้เราเริ่มมองเห็นแสงไฟจากด้านล่าง เริ่มมีคนเดินขึ้นมาจากด้านล่างบ้างแล้ว จนสุดท้าย หลาย ๆ คณะก็ค่อย ๆ เดินแซงพวกเราไป

แกะที่เราสามารถเจอได้ตลอดทางบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

นักท่องเที่ยวเริ่มเดินขึ้น Roys Peak ในตอนเช้า - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

ในขณะที่เราหยุดพัก เมื่อมองไปทางเมือง Wanaka เราเห็นกลุ่มดาวอยู่ทางด้านซ้าย ดูแล้วก็คุ้นตา ก็เลยลองถ่ายออกมาดู….

“ทางช้างเผือก”… เราเองไม่ได้ดูมาก่อนด้วยว่า ทางช้างเผือกอยู่ตรงไหน เราก็เลยเอากล้องวางกดกับก้อนหินแถวนั้น พยายามทำให้กล้องนิ่งที่สุด กลายเป็นว่า เป็นการถ่ายทางช้างเผือกได้ครั้งแรกในการมาที่นิวซีแลนด์ครั้งนี้

ทางช้างเผือกในขณะขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels


When the sunrise is come..

และแล้วแสงอาทิตย์จากริมขอบฟ้า ก็เริ่มส่องแสงให้เราเห็นจากทางด้านหลังของเมือง เราไปไม่ถึงจุดชมวิวของ Roys Peak ได้ทันเวลา อันนี้ไม่โทษใคร เพราะความไม่พร้อมของพวกเราเอง หลาย ๆ คนที่เดินแซงเราไป ก็น่าจะได้ไปถึงตามเวลา สำหรับนักกีฬาวิ่งมาราธอน หรือคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้

แสงอาทิตย์แรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

เราเดินต่อกันมา จนมาถึงป้าย “The Stack Conservation Area” มาหาข้อมูลทีหลังเลยรู้ว่า ตรงนี้เป็นเขตอนุรักษ์ ห้ามล่าสัตว์ป่า เพราะเป็นเขตมีเลียงผา กับกวางแดง อาศัยอยู่ เป็นอาณาเขตที่กว้างครอบคลุม Mt. Aspring เลย (ข้อมูลเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของบริเวณนี้) และตรงนี้ก็เป็นจุดที่จะเจอรั้วกั้นรั้วที่ 3 ตอนนี้ก็เป็น เวลา 6:32 น. เราเดินกันมาเป็นเวลาทั้งหมด 4 ชม. แล้ว ฟ้าเริ่มสว่างขึ้นจนเกือบไม่ต้องใช้ไฟฉายกันแล้ว

ป้าย The Stack Conservation Area บน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

รั้วที่ 3 เป็นรั้วสุดท้ายก่อนขึ้นถึง Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

ท้องฟ้าเริ่มส่องให้เห็นทางเดินบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

ท้องฟ้าเริ่มส่องให้เห็นทางเดินบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

ในที่สุด แสงที่ริมขอบฟ้า ก็เปลี่ยนจากแสงสีขาวเป็นแสงสีทอง นั่นหมายความว่า ใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจว่า จะขอหยุดพักชมแสงแรกกันที่ตรงนี้ ประกอบกับพอเริ่มเห็นเส้นทาง ทำให้รู้ว่า ที่บนนี้ มีมุมให้เราถ่ายรูปสวย ๆ กันเยอะมาก ตัวผมเองก็ขอหยุดพักกินแซนด์วิชที่ทำขึ้นมา เพราะท้องเริ่มหิว แต่กัดไปได้ไม่กี่คำ ก็รู้สึกว่าไม่ไหว กระหายน้ำมากกว่า…

แสงอาทิตย์แรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

แสงอาทิตย์แรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

เวลา 7:18 น. พระอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาด้านหลังตัวเมือง Wanaka เป็นแสงอาทิตย์แรก ที่เราได้เจอบนนี้ ตอนที่เราเดินมาตอนกลางคืน เราก็ไม่รู้หรอกว่า วิวด้านล่างเป็นยังไง แต่พอเราได้เห็น มันมีความสวยงามที่ลงตัวมาก ด้านซ้ายเป็นทิวเขาสลับกันเป็นชั้น ๆ ด้านขวาเป็นวิวเมือง ที่ตอนนี้ก็ยังเปิดไฟอยู่เป็นประกาย และนำในทะเลสาบที่สงบนิ่งราบเรียบเหมือนกระจก เริ่มมีไอน้ำเล็กน้อย เพราะอากาศอุ่นขึ้น เป็นเหมือนการทักทักทายว่า “เช้าวันใหม่มาแล้ว”

แสงอาทิตย์แรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

แสงอาทิตย์แรกบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

เรารอจนถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกันเสร็จ ก็เดินต่อดูจากระยะทางใน Google Map แล้ว ก็เหลือระยะทางอีกไม่มาก (แต่ทำไมมันยังดูอีกไกลซะเหลือเกิน)

 

มองขึ้นไปด้านบน ก็เห็นกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ อยู่บนยอดเขา เราก็มั่นใจเลยว่า ตรงนั้นแหล่ะ ที่เค้าถ่ายรูปกัน แต่ดูความสูงแล้วทำไมมันยังเหลืออีกไกลจัง จะถึงกี่โมงเนี่ย

แต่อีกใจก็คิดว่า เอาหน่ะ ไม่ต้องคิดมาก เดิน ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็ถึง ทางเดินช่วงนี้ดีขึ้นหน่อย ความชันไม่มาก เดินทำเวลาได้ดีขึ้น พอสักพัก เราก็เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเดินลงกันแล้ว….(โอ๊ย!! อาย ขึ้นก็ก่อนเค้า นี่เค้ายังลงมาก่อนเราอีก โดนน็อครอบซะแล้ว)

นักท่องเที่ยวถ่ายรูปบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

นักท่องเที่ยวเริ่มเดินลงจาก Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels


ในที่สุด เราก็มาถึงแล้ว !!…Roys Peak

หลังจากจุดที่เราเดินสวนกับนักท่องเที่ยวที่เดินลง Roys Peak 2 คนนั้น เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกัน เท่าที่เดินกันไหว พักเริ่มน้อยลง แรงฮึดเริ่มมา เพราะเป้าหมายมันใกล้เข้ามาทุกที แล้วพอเดินขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงเนินด้านบน ก็เจอกับป้ายที่บอกว่า เส้นทางกับวิวข้างหน้า ที่เราเคยเห็นในภาพ….

“เรามาถึงแล้ว !! Roys Peak….”

ในใจของเราตะโกนลั่น “มาถึงแล้วโว๊ย !!!….” แต่เราก็ไม่ได้ตะโกนออกมา กลัวจะเสียจริตคนไทย กลัวคนอื่นฟังออก ได้เก็บความดีใจเอาไว้ข้างใน แล้วก็ร้องออกมาเบา ๆ ว่า “เย้..”

มาถึงแล้ว Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

มาถึงแล้ว Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

อยากจะตะโกนออกไปว่า “ถึงแล้วโว้ยยยย..!!”

ภาพ Roys Peak ที่เห็นหลาย ๆ รูปใน Instagram ก่อนหน้านี้ มันซ้อนทับกับภาพตรงหน้า มันสวยงาม ลงตัว และสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ถ้าตรงนี้เรานั่งรถขึ้นมาได้ ก็คงจะได้เป็นแค่วิวสวย ๆ วิวนึง แต่พอมันขึ้นมาด้วยแรงของตัวเอง ด้วย 2 ขาของเราเอง มันก็รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

เราไม่สามารถเทียบความรู้สึกที่ขึ้นมาถึงจุดชมวิว Roys Peak กับการปีนฟูจิของเราได้ (รีวิวการปีนภูเขาไฟฟูจิของเรา) ครั้งนี้เราดีใจที่ได้มาเห็นมาถ่ายภาพวิวที่เราอยากมาที่สุดใน New Zealand Road trips ในครั้งนี้ ใช้คำว่า “Mission Accomplished”

Roys Peak view point - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

 

และสิ่งแรกที่เราทำ หลังจากขึ้นมาถึงแล้วก็คือ…..“ต้มมาม่า”

ก็มันทั้งเหนื่อย ทั้งหิวนี่ คณะเราก็เอามาม่าถ้วยที่เตรียมขึ้นมา พร้อมกับน้ำร้อนที่ใส่ในกระติกเก็บอุณหภูมิ เทน้ำร้อนมาเติม ถือเป็นการกินมาม่าที่อร่อยที่สุดในชีวิตของเราครั้งนึง เล่นเอานักท่องเที่ยวแถวนั้น มองตามกันเป็นแถวเลย

กินมาม่า ที่ Roys Peak view point - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

คณะเดินเขาขึ้น Roys Peak กับมาม่าของพวกเค้า - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ระหว่างที่เรานั่งกินมาม่ากัน ก็ดูนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ถ่ายรูปกันไป คนก็เริ่มขึ้นมากันพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังดี ยังเข้าคิวถ่ายกันเรียบร้อย พอเรากินกันเสร็จก็จัดกันเป็น 2 กลุ่ม ผลัดกันถ่าย ผลัดกันไปเป็นแบบ แต่สำหรับใครที่มาเดี่ยว ๆ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ให้นักท่องเที่ยวแถวนั้นถ่ายให้ก็ได้ (เรายังถ่ายให้ฝรั่งอีกตั้งหลายคน บางคนอยากได้รูปคู่เค้าก็ฝากให้เราถ่ายให้)

เอาจริง ๆ มุมที่ถ่ายมันก็มีได้หลายมุมอยู่นะ เพราะทัศนียภาพมันสวยทุกมุมจริง ๆ เบี่ยงกล้องมาอีกด้านนึงก็ได้อีกวิวนึงแล้ว ทางเดินไปตรงจุดถ่ายรูป เดินไม่ยากครับ กว้างพอสมควร แต่ก็ไม่ควรประมาท บางจุดก็แคบลงมานิดหน่อย ที่น่าหวาดเสียวคือ พอมองลงไปด้านข้าง มันเป็นทางลาดเอียงแบบระนาบลงไปเลย

ระหว่างทางเดินไปถ่ายรูปตรงจุดชมวิว Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

วิวบนจุดชมวิว Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

มุมที่ใคร ๆ ก็มาถ่าย ถ้าเอาตามตรง ที่นี่จะมีมุมแบบนี้ 2 ยอด อีกยอดนึงต้องเดินไปจากตรงนี้ ลักษณะเหมือนปีนเขาช้างเผือก (เห็นไกล ๆ จากมุมนี้) มีความลำบากยากกว่าพอสมควร แต่หลาย ๆ คนก็เดินไป แต่เราขอดื่มด่ำกับมุมที่เราตามหาตรงนี้ก็พอ

นักท่องเที่ยวที่มาตรงนี้ ค่อนข้างน่ารักทุกคนครับ รู้จักเข้าคิวกันเรียบร้อย ผลัดกันถ่ายรูปกัน เอาที่สบายใจแล้วค่อยเดินออก

ภาพที่ทุกคนอยากได้เมื่อมาถึง Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales ภาพที่ทุกคนอยากได้เมื่อมาถึง Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

อ่อ….สำหรับที่นี่ อนุญาตให้ใช้โดรนได้นะครับ อยู่นอกเขตสนามบิน แล้วก็ไม่ได้อยู่ในเขต No fly zone ก็จะได้มุมสวยไปอีกแบบนึง

เราผลัดกันถ่ายกันทีละคู่ ใช้เลนส์เทเล ถ่ายจากมุมด้านบนบ้าง ลงไปด้านล่างบ้าง แอคติ้งกันให้สบายใจเลย เว้นจังหวะให้นักท่องเที่ยวคนอื่น ได้ถ่ายด้วย

เราใช้เวลาตรงจุดนี้เกือบ 2 ชม. ซึ่งถ้าใครอยากจะขึ้นไปจุด Summit ของที่ Roys Peak จริง ๆ ก็เดินขึ้นไปอีกประมาณ 400 เมตรครับ ไม่แน่ใจเรื่องใช้เวลา แต่จากที่เคยอ่านมา เห็นว่าด้านบนลมแรง และมุมก็ไม่ได้สวยมาก ตรงนี้สวยสุดแล้ว ทุกคนก็ตกลงกันว่าไม่ขึ้นครับ เก็บแรงไว้เดินลงดีกว่า

ภาพในมุมต่าง ๆ บน Roys Peak- จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales


Time to Go Back

เป็นเวลากว่า 2 ชม. ที่เราอยู่กันที่จุดนี้  9:30 น. เราก็เริ่มที่จะเดินลงกันแล้ว ก็ต้องเตรียมใจกันนิดนึง เพราะมันคือระยะทางทั้งหมดที่เราเดินมา เมื่อมองลงไปข้างล่าง เราก็จะเห็นจุดที่เราจอดรถ เป็นจุดเล็ก ๆ แต่ก็พอสังเกตได้อยู่ วันนี้ฟ้าเปิดเคลียร์ใสมาก มองเห็นน้ำในทะเลสาบ Wanaka เป็นสีฟ้าใส แน่นอนว่า แดดก็แรงตามไปด้วย

จากบนจุดชมวิวบน Roys Peak เมื่อมองไปที่จุดจอดรถ - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ทะเลสาบ Wanak เมือมองจากบน Roys Peak เมื่อมองไปที่จุดจอดรถ - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

และแน่นอนครับ เมื่อเราขนขึ้นมากินได้ ก็ต้องขนกลับลงไปได้ เราจะไม่ทิ้งอะไรเอาไว้นอกจากรอยเท้า…

ขนขยะกลับลงไปจาก Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ตอนขาขึ้นมาเรายังมองเห็นทางไม่ค่อยจะชัดนัก ในขากลับก็เพิ่งจะได้เห็นว่า สภาพแวดล้อมระหว่างทางเป็นยังไง ข้างทางจะเป็นทุ่งหญ้าสีเหลือง เป็นพุ่ม ๆ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น เหมือนทุ่งหญ้าสีทองแต่แทนที่จะอยู่ที่ราบด้านล่าง แต่อยู่บนเขา

ส่วนระดับความสูงของทางเดิน จะค่อย ๆ ทำระดับขึ้นไปเป็นขั้น ๆ จะเป็นทางเดินซิกแซกขึ้นเขา รวม ๆ แล้วก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เพราะเป็นระยะทางเดินที่ยาวใช่เล่น จะมีบางจุดเท่านั้นที่มีมุมที่พอจะนั่งพักได้

สภาพทางเดินขึ้นไปบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

สภาพทางเดินขึ้นไปบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

นักกีฬาวิ่งเทรลขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

และในขณะที่เราคิดถึงระดับความสูงของทางเดิน ก็หันไปเป็นบางคนที่วิ่งเทรลขึ้นมา……สุดยอด ไปเลยครับ ยกนิ้วให้เลย

 

ในจุดแวะพักหลาย ๆ จุดบน Roys Peak….. ที่จุดนี้ ขอนับว่าเป็นจุดแวะพักที่สวยที่สุดในเส้นทางนี้ มีความลงตัวในทุกสัดส่วน เราเองก็อยากได้รูปตรงนี้เหมือนกัน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติคู่นี้ ท่าทางจะนั่งกันอีกยาว ก็เลยได้แต่เก็บภาพเอาไว้บอกต่อแทน ส่วนเราก็เดินลงไปกันต่อ เพราะถึงตอนนี้ก็ใช้เวลากันค่อนข้างมากแล้ว

มุมนั่งพักระหว่างทางบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

และด้วยความที่ทางเดินบน Roys Peak นี้เป็นทางเดินแบบซิกแซก ไต่ระดับขึ้นไป ทำให้เราสามารถได้รูปจากมุมสูงได้ง่าย ๆ ได้วิวทะเลสาบและเมือง Wanaka เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม

มันทำให้นึกถึงตอนที่เราเคยปีนฟูจิ “อย่ามัวแต่คิดถึงจุดหมาย จนละเลยความสวยงามของวิวระหว่างทาง”

มุมทางเดินบน Roys Peak กับทะเลสาบ Wanaka - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ทะเลสาบ Wanaka แบบ Panorama - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

มุมทางเดินบน Roys Peak กับทะเลสาบ Wanaka - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เดินลงมาสักพัก ก็จะเจอเจ้าป้าย The Stack Conservation Area จุดเดียวกันกับรั้วที่ 3 มองไปทางด้านล่างก็จะเห็น วิวของทะเลสาบ Wanaka กับหุบเขาอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง พอดูจากแผนที่จะเป็นภูเขาชื่อว่า Alta และภูเขา Burke

ถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 10:30 น. แล้ว ถ้านับเวลาก็ประมาณ 1 ชม. ที่เดินลงมา ก็ดูไม่นานนะ ทางเดินลงน่าจะง่ายกว่าตอนขึ้น…..ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราคิดผิด

ป้าย The Stack Conversation Area บน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravels

Mount Alta & Mount Burke จากบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ในบรรดารูปถ่ายทั้งหมด ผมชอบรูปนี้เป็นพิเศษ เพราะมันทำให้เปรียบเทียบได้อย่างชัดเจน ระหว่างมนุษย์ตัวเล็ก ๆ กับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ยอดด้านบนนั้น ไม่ใช่ยอดของจุดชมวิวที่เราไปขึ้นมานะ แต่เป็นอีกยอดนึงที่จะเดินไปได้จากจุดชมวิว ที่ดูแล้วก็ลำบากใช่เล่นเลย

ทางเดินบน Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ระหว่างทางลง เราก็ได้สวนกับนักท่องเที่ยวหลายร้อยคน บางคนก็มาแบบเตรียมพร้อมกันเลย บางคนก็มาแบบสบาย ๆ (ประมาณเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะก็มี…..เพราะพวกนี้แหล่ะ ที่ทำให้เราคาดการณ์ผิดในการมาขึ้น Roys Peak)

สภาพทางเดิน เหมือนจะเดินแบบสบาย ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันมีความชันมาเกี่ยวข้องด้วย ระดับความชันมีมากพอสมควรเลย และระยะทางก็เป็นทางชันต่อเนื่องแบบยาว ๆ อีกด้วย และเป็นทางเดินโล่ง ๆ ไม่มีที่ให้หลบแดดกันเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวกำลังขึ้น Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ทางลงจาก Roys Peak มีความชันพอสมควร - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

หลังจากนั้นพวกเราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกันแบบไม่คิดว่าเมื่อไหร่จะถึง (หอบกันไปตาม ๆ กัน) สักพักใหญ่ ๆ เราก็เห็นจุดสังเกตอีกที่นึง ที่เราจำได้ว่า มันอยู่ใกล้ ๆ รั้วแรก “ต้นสนเดี่ยว” ซึ่งที่ตรงนี้จะมีโต๊ะให้นั่งพักได้ด้วย พวกเราตั้งใจกันว่า จะเดินไปนั่งพักกันตรงนั้น

แต่พอไปถึง ก็มองหน้ากัน แล้วคุยกันว่าจะพักหรือไม่พักดี แล้วก็ได้ข้อตกลงกันว่า ไม่พักดีกว่า เพราะจากจุดนี้มันก็ไม่ไกลที่เราจอดรถแล้ว พักตรงนี้ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเดินต่อ ไปพักทีเดียวตอนกลับเข้าที่พักดีกว่า

Selfies ท่ามกลางความเหนื่อย - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ต้นสนเดี่ยว บริเวณก่อนถึงรั้วแรก - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

almost done at Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

และนี่ก็เป็นวิวสุดท้ายที่เราถ่าย ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินเพื่อจะกลับไปที่รถของเรา ซึ่งก็ไม่นานจริง ๆ เหมือนพอเรารู้ว่ามันใกล้จุดหมายแล้ว มันก็มีแรงฮึดเพิ่มขึ้นมา จนในที่สุดพวกเราก็เดินกลับมาที่จอดรถได้ ในเวลาประมาณ 12:45 น. สรุปเวลาทั้งหมดในการขึ้น Roys Peak ครั้งนี้ประมาณ 10 ชม. โดยประมาณ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้เดินทางถ่ายรูปแบบเรา น่าจะใช้เวลาน้อยกว่าพอสมควรเลย

 

บทสรุปจาก Roys Peak

การเดินขึ้น Roys Peak ครั้งนี้ ได้ทุกอารมณ์จริง ๆ ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย ทั้งความประทับใจ เรื่องที่หาข้อมูลแล้วบอกว่าเป็นเทรลที่เดินง่าย แต่ในความเป็นจริงมันทำเอาเราเหนื่อยใช้ได้เลยก็คือเรื่องนึงในความจริงที่ซ่อนอยู่บน Roys Peak

แต่นอกเหนือจากนั้นมันก็มีเรื่องของความสวยงามของวิวระหว่างทางเดินขึ้น ที่เราไม่ค่อยได้เห็นใครถ่ายทอดมาให้เห็นเท่าไหร่ และมิตรภาพของนักท่องเที่ยว ที่หลาย ๆ คนทักทายยิ้มแย้ม บางคนก็ยังให้กำลังใจเราในขาขึ้น บอกเราว่าแค่อีกนิดเดียวเดี๋ยวก็ถึงแล้ว ทำให้มีแรงฮึดเดินกันขึ้นไปได้จนถึงจุดชมวิวด้านบน

ถึงตรงนี้เราก็ได้ขอสรุปเป็นข้อแนะนำสำหรับใครที่อยากไปเดินขึ้น Roys Peak ให้เป็นข้อ ๆ ตามนี้ครับ

  • การเตรียมตัวขึ้น Roys Peak สำหรับคนทั่วไปให้ฝึกเดินแบบสม่ำเสมอ ฝึกกำลังขาท่อนล่างให้ดี เพราะทางเดินเป็นทางลาดชันระยะยาว
  • ทางเดินเป็นลักษณะทางเดินปรกติ เป็นดินแข็ง รองเท้าที่ใช้เป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ ไม่มีเศษหินที่จะกระเด็นใส่รองเท้าเราได้ง่าย ไม่ต้องใช้ตัวหุ้มรองเท้า (Gaiters)
  • ให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนขึ้นว่ามีแนวโน้มจะเจอพายุ หรือฝนหรือเปล่า เพราะด้านบนเป็นพื้นที่โล่ง ถ้าเกิดเจอฝน จะไม่มีที่หลบเลย แม้จะเดินถึงด้านบนแล้ว ก็ไม่มีที่หลบฝน อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินได้ และที่สำคัญ พื้นจะลื่นทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินได้
  • ระยะทางเดินขึ้นเป็นทางแบบซิกแซกระยะยาว ไม่มีที่หลบแดด จะมีก็น้อยมาก ในการเดินขึ้นตอนกลางวันให้เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้ดี เพราะคุณจะไม่มีที่ให้พักหลบร้อนได้สบาย ๆ เลย
  • น้ำดื่มจำเป็นต้องเอาขึ้นไป อย่างต่ำ ๆ ก็ประมาณ 1 ลิตร (2 ขวด 500ml) ให้เผื่อน้ำไว้ใช้ในระยะทางกลับด้วย
  • ในบางจุดจะมีลักษณะเป็นทางลัดแบบตัดโค้ง ให้ประเมินกำลังให้ดี เพราะเส้นทางมันจะเหมือนกันปีนเขา และดินร่วน อาจจะทำให้เสียหลัก ลื่นได้ และเสียกำลังพอสมควร
  • พอถึงจุดชมวิวแล้ว จะมีนักท่องเที่ยวมากน้อย ตามเวลา ถ้าขึ้นถึงได้ในช่วงเช้าเหมือนเรา ก็จะมีน้อยหน่อย แต่ถึงน้อย ก็จะต้องต่อคิวถ่ายกันพอสมควร จึงไม่แปลกใจ ที่เคยเห็นภาพนักท่องเที่ยวเข้าคิวถ่ายกันเป็นแถวยาว เพราะตลอดระยะทางตอนเราลง เราสวนกับนักท่องเที่ยวเยอะมาก
  • ถึงแม้ทางเดินไปถ่ายรูปตรงยอดของจุดชมวิวจะไม่แคบมาก แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะด้านข้างเป็นทางลาดเอียงลงไปด้านล่างแบบที่ไม่มีอะไรกั้นไว้เลย
  • ทางด้านบนมีห้องน้ำสาธารณะ อยู่ตรงจุดชมวิว แต่เป็นลักษณะของส้วมหลุม ถึงแม้จะมีกระดาษชำระให้ แต่บางทีอาจจะหมดได้ ให้เตรียมไปเองด้วย ดีที่สุด
  • เส้นทางนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีกล่องรับบริจาค (Donate) อยู่ตรงลานจอดรถ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่ดูแลรักษาเส้นทางเดิน
  • ถึงจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาเส้นทาง แต่ระหว่างทางไม่มีถังขยะเลย ให้พกถุงขยะขึ้นไปด้วย ไว้ใช้ใส่ขยะของตัวเองลงมา

และนี่ก็เป็นข้อแนะนำคร่าว ๆ ที่ได้จากประสบการณ์ของพวกเรา และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจจะลองขึ้นไปสัมผัสความสวยงามด้านบนนะครับ เป็นเส้นทางที่ไม่ยาก แต่ยอมรับว่าระยะทางยาว และเป็นทางเดินลาดประมาณ 80% ไม่ชันถึงกับต้องปีน แต่ทำเอาเมื่อยขาไประยะนึงเลยเหมือนกัน

Love you Roys Peak - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

สำหรับพวกเราแล้ว Roys Peak เป็นเส้นทางนึงที่สร้างความประทับใจให้กับเรามาก ตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาสได้กลับไป จะไปทำความตั้งใจแรก ในการขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นข้างบนให้ได้อีกครั้ง ขอบคุณทุกคนสำหรับการติดตามมาถึงตรงนี้นะครับ…..Thank you & Good bye

 

 

 

 

 

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

1 + 7 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.