“ซาปา”…ดีใจที่ได้มา

“xin chào” หรือ “สวัสดี” เมืองที่เราจะไปเทียวกันในวันนี้คือ “ซาปา” เมืองเล็ก ๆ เมืองนึงที่อยู่ทางเหนือของประเทศเวียดนาม เมืองที่มีจุดเด่นคือ นาข้าวขั้นบันได ที่ เปลี่ยนเขาทั้งลูกให้เป็นนาข้าว เป็นวิวที่ขึ้นชื่อ ที่ทำให้ใคร ๆ ก็ดั้นด้นมาเที่ยวกันที่นี่

รีวิวนี้ผมจะพาไปเที่ยวเวียดนามกันอีกสักครั้ง ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมได้มาเที่ยวที่ประเทศนี้ (ครั้งที่แล้วได้ไป โฮจิมินห์) คราวนี้เราขึ้นมาทางเหนือ ไปเที่ยว “ซาปา” เมืองที่หลาย ๆ คนได้เคยมาแล้วประทับใจ จนเอาไปบอกต่อ ๆ กัน เป็นเมืองที่เค้าบอกว่า เวลาที่นี่มันเดินช้า…

Take Off

เราเดินทางกันด้วยสายการบิน “นกแอร์” ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ตลอดทั้งรายการ ทั้งในเรื่องการเดินทาง, ที่พัก, อาหารและแม้กระทั่ง มอเตอร์ไซค์ในการสำรวจเส้นทางในซาปายามเช้า

ก่อนเดินทาง เราต้องมาเตรียมขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองกันตั้งแต่เช้ามืด (จะไปต่างประเทศ แนะนำว่าให้เผื่อเวลาก่อนบินอย่างต่ำ 2 ชม. นะครับ เผื่อต้องเสียเวลาที่ ตม. นาน) การเดินทางไปซาปา เราจะนั่งเครื่องไปลงที่สนามบิน Noi Bai International Airport สนามบินแห่งชาติประจำกรุงฮานอย นกแอร์มีไฟล์ทเดินทางไปฮานอย วันละ 2 เที่ยวบิน และกลับจากฮานอย วันละ 2 เที่ยวบินเช่นกัน ซึ่งดูจากเวลาแล้วถือว่าดีมาก เพราะเราสามารถบินไปถึงฮานอยในตอนเช้า ออกจากสนามบิน ก็เที่ยวได้เลย และบินกลับในไฟล์ทดึก ซึ่งทำให้เราสามารถเที่ยวได้ทั้งวันก่อนที่จะมาขึ้นเครื่องกลับในตอนค่ำ

nokair-hanoi-flight

แสงแรกยามเช้า บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปฮานอย

 

อาหารว่างบนเครื่องมาแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม อยู่ในแพ็คเกจลวดลายเป็นรูปนกเงือก เห็นแบบนี้มีที่มาที่ไปนะ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายสินค้า นกแอร์จะนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก เพื่ออนุรักษ์นกเงือกไทย เรียกว่า นอกจากจะได้ของน่ารัก ๆ แล้ว ยังได้บุญอีกด้วยนะ

Nok Kanom

แพ็คเกจน่ารัก “นกขนม”

 


พอไปถึงหลังจากรับกระเป๋าแล้ว สิ่งแรกที่ต้องไปทำคือ แลกเงินครับ เวียดนามใช้สกุลเงิน “ดอง” (VND) ค่าเงินก็ประมาณ 15-16 บาท ต่อ 10,000 VND (ถือเงินล้านกันเลยทีเดียว) ที่รับแลกก็ไม่ต้องไปหาที่ไหน ภายในสนามบินนี่แหล่ะจะเอาเงินไทยแลกก็ได้ แต่ทางที่ดีใช้เงินดอลล่าสหรัฐสะดวกกว่าครับ

VND - Vietnam dong

วิธีการง่าย ๆ ก็จะเอาเท่าไหร่ กดเครื่องคิดเลขบอกเลย

 

sapa_trips-002

แลกไปประมาณ 60 เหรียญ ได้กลับมาเป็นล้านกันเลยทีเดียว

 

สิ่งที่จะต้องทำอีกอย่างคือการหาซื้อซิมเพื่อใช้ Internet ที่นี่ก็สะดวกมากมาย มีให้เลือกหลายเครือข่าย แพ็คเกจก็ไม่แตกต่างกันนักในแต่ละค่าย แต่แนะนำว่าให้ใช้ของ Viettel ครับ สัญญาณค่อนข้างครอบคลุมทุกพื้นที่ ลองไปดูได้ตามเคาเตอร์ที่สนามบินนี่แหล่ะ สนนราคาอยู่ที่ 50,000 VND ได้เน็ตมา 7GB ใช้กันไปยาว ๆ ความเร็วก็ใช้ได้ไหลลื่นกันเลย ใช้ได้ประมาณ 95% ตลอดเส้นทางการเดินทางเลย เข้าไปในป่าในเขาก็ยังได้ เอากับเค้าสิ ถ้าจำไม่ผิด สามารถใช้ได้ 3 เดือน แต่ถ้าเลยก็สามารถเอาไปเติมเงินได้

sapa_trips-004

เคาเตอร์ขายซิมสำหรับนักท่องเที่ยว บางที่แลกเงินได้ด้วย

รูปร่างหน้าตาซิม ที่แอบสงสัยว่า ทำไมไม่ทำเป็นภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติอ่านได้

รูปร่างหน้าตาซิม ที่แอบสงสัยว่า ทำไมไม่ทำเป็นภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติอ่านได้

 


วิธีการเดินทางไปซาปา มีหลายทาง นั่งรถไฟไปยังได้ แต่ต้องมีเวลาชิลพอ เพราะออกเดินทางกลางคืน ถึงซาปาเช้า แต่ครั้งนี้เราเดินทางด้วยรถบัส ใช้เวลาประมาณ 5 ชม…..จริง ๆ ก็ไม่ได้ไกลมากนะ ถนนก็ดี แต่รถที่นี่เค้าจำกัดความเร็วจ้า วิ่งได้ไม่เกิน 60 km/h (นี่คือความเร็วในทางด่วนนะจ้ะ) วิ่งกันยาว ๆ ไป ระหว่างทางก็มีแวะพักตามจุดพักรถบ้าง

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เราใช้บริการทัวร์นำเที่ยวที่มีไกด์ชาวไทยนะครับ แต่สำหรับใครที่อยากเดินทางด้วยรถบัส สามารถเข้าไปดูรอบรถ และทำการจองได้ที่เว็บไซต์นี้นะครับ http://sapaexpress.com/en

sapa_map-01

แผนที่การเดินทางไปซาปา

 

วิวระหว่างทางไปซาปา จะเห็นได้ว่าเป็น ภูเขาซะส่วนใหญ่ แต่เค้าก็พยายามทำการเกษตรบนเขา ที่เห็นในรูปคือภูเขามันสำปะหลังทั้งลูกครับ

sapa_trips-006

sapa_trips-005

 

คนเวียดนามนิยมสร้างบ้านเป็นทรงสูง ไม่เน้นสร้างบ้านแบบพื้นที่กว้าง ๆ เห็นตึกบางตึกดูหรูมาก แต่ก็สร้างในพื้นที่ไม่กว้าง แต่เน้นสูง ดูแล้วเป็นกล่อง ๆ เรียงกันเป็นแผงเลย

sapa_trips-007

 


จุดหมายที่แรกคือร้านที่เราจะแวะไปทานข้าวกลางวันกันก่อนครับ ชื่อร้าน Le Bordeaux ที่เมือง Lao Cai เป็นเมืองที่ถ้าเราเดินทางมาทางรถไฟ ก็จะต้องมาต่อรถเพื่อเข้าไป Sapa ที่นี่แหล่ะครับ อาหารจะเน้นเป็น อาหารพื้นบ้าน (แทบจะทุกมื้อที่จะเห็นไก่ต้ม ผัดผักบุ้ง) อย่างผัดผักบุ้งที่เห็นจะเป็นผัดผักบุ้งที่ใช้น้ำในการผัด ถ้าจะใส่น้ำมันก็น้อยมาก รสชาติดีผิดคาดนะ

sapa_trips-010  sapa_trips-011

 

หลังจากที่เราทานข้าวกลางวันกันเสร็จแล้ว ก็ขอออกไปดูข้างนอกหน่อยว่า เมืองเค้าเป็นยังไง ก็อย่างที่รู้กันครับว่า ในเวียดนามนี้ รถมอเตอร์ไซค์เยอะมาก ขี่กันให้ว่อนเลย แต่ความเร็วเค้าไม่เยอะเหมือนบ้านเรานะครับ ในเมืองเค้าจำกัดความเร็วเหมือนกัน วิ่งได้แค่ 40 km/h เท่านั้น มากกว่านี้โดนจับ

sapa_trips-014

 

ส่วนร้านค้าข้างทางก็คล้าย ๆ บ้านเรา อยากจะขายน้ำขายของอะไร ก็ตั้งขายมันหน้าบ้านนี่แหล่ะ เก้าอี้พร้อม

sapa_trips-015

 

และด้วยความที่เป็นประเทศที่อยู่ติดกับเมืองจีน ของใช้หลาย ๆ อย่างก็นำเข้ามาจากจีน ไม่เว้นแม้แต่มอเตอร์ไซค์ (อยากได้แบบนี้สักคัน)

sapa_trips-016

 


จากนั้นเราก็เดินทางต่อกันจ้า ระยะทางไม่ไกลแล้ว แต่ใช้เวลานานนิดนึง เพราะเส้นทางเป็นเส้นทางเรียบไหล่เขาเลย คนที่นี่ขับรถกันได้น่าหวาดเสียวพอตัว เรียกว่า รถบรรทุกสวนทางกันบนถนนที่ไม่ได้กว้างมาก ยอมรับในฝืมือคนขับจริง ๆ (แอบถ่ายติดตอนสวนกันมารูปนึง) วิวระหว่างทาง ดูไปแล้วเหมือนไม่ใช่อยู่เวียดนามเลยนะบางวิวนี่เหมือนนั่งรถอยู่ในยุโรป (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไป เคยเห็นแต่ในหนัง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. จาก Lao Cai ครับ

sapa_trips-017 sapa_trips-018 sapa_trips-019

 


Arrive to SAPA

ที่พักของเราคืนนี้ เราพักที่ Sapa Legent Hotel & Spa ครับ เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ทะเลสาบเลย เรียกว่า เปิดประตูตรงระเบียงมองไปก็เห็นทะเลสาบแล้ว

sapa_trips-020 sapa_trips-022

 

พอเราเก็บของเรียบร้อย ก็ไปเดินในเมืองกันหล่ะครับ เราตั้งใจว่าวันนี้ จะไปหาที่ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกสวย ๆ กัน ตอนเดินก็ระวังรถกันด้วยนะ เพราะทางเข้าก็ไม่ได้กว้างอะไรมาก เดินกันบนถนนสะดวกกว่า แต่อย่างที่รู้ว่ารถที่นี่วิ่งไม่เร็ว ถ้ายังไงได้ยินเสียงบีบแตรก็หลบเข้าข้างทางก่อนแล้วกัน เค้าไม่ได้บีบว่าเรานะ เค้าแค่เตือนว่า “เค้าขี่รถมาแล้ว ระวังด้วย”

sapa_trips-024

 

Sapa Lake (Ho Sa Pa) ทะเลสาบแห่งเดียว ใจกลางเมืองซาปา เป็นเหมือนสวนสาธารณะของคนในเมืองนี้ มีทางเดินรอบทะเลสาบ แถมมีเรือเป็ดให้ถีบด้วย (แต่ก็ไม่เห็นมีคนถีบนะ) แต่เห็นมีคนมาพักผ่อนหย่อนใจกัน sapa_trips-023

 

จะเห็นของกินเล่นอยู่ระหว่างทางโดยทั่วไปเลยครับ “เกาลัด” แต่ผมไม่ได้ลองนะ ไม่เห็นราคาครับว่าขายกันราคาเท่าไหร่ แต่อยากได้เท่าไหร่ ก็ตักชั่งกันตรงนั้นเลย

sapa_trips-025

 


จุดแรกที่เราไปเก็บภาพ ที่แรก ซึ่งเป็นทางผ่านที่จะไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตก เป็นโบสถ์เล็ก ๆ ใกล้ ๆ กับลานประจำเมือง ชื่อโบสถ์ Nhà thờ Sapa (Notre Dame Cathedral)

sapa_trips-026

 

บริเวณรอบ ๆ ก็จะเป็นแหล่งขายของ ของชาวเขา แล้วใกล้ ๆ กันก็จะเป็นย่านขายเสื้อกันหนาว และของแนว Backpack ที่ขึ้นชื่อของซาปา ธรรมดาแล้วในย่านนี้จะครึกครื้นมากในวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่วันธรรดาก็ไม่ถึงกับน้อยไป พวกเราตกลงกันไว้ว่า จะมาเดินกันอีกทีตอนดึก ๆ ครับ

sapa_trips-027 sapa_trips-028

 


ที่ ๆ เราจะมานั่งรอเก็บภาพพระอาทิตย์ตกกันตอนเย็นนี้ คือที่ร้าน Cafe in The Clouds เป็นร้านกาแฟที่วิวดีมาก ๆ เดินลงมาตามถนน ที่บอกไว้เมื่อกี้ ลงมาตามทางเรื่อย ๆ เป็นร้านที่มี 2 ชั้น ชั้นบนเปิดโล่ง (แปะแผนที่ไว้ให้เรียบร้อย)

sapa_trips-033

 

พอเดินขึ้นมา สั่งกาแฟเสร็จ ยังไม่ทันจะได้นั่งดีเลย พระอาทิตย์ก็กำลังจะลับเหลี่ยมภูเขาพอดี ถือว่าโชคดีมา ทั้งหมอก ทั้งเมฆ ได้จังหวะลงตัวสุด ๆ รัวกันไม่ยั้งเลย วิวตรงนี้แหล่ะครับ ที่ได้จากบนร้านกาแฟร้านนี้

sapa_trips-029

 

บ้านหลังนี้ วิวดีมาก คิดว่า ถ้าไม่เป็นโรงแรม ก็คงจะเป็นร้านอาหาร ตอนนี้ร้านวิวดี ๆ เริ่มมีสร้างขึ้นค่อนข้างเร็วเลยครับ อันนี้จากประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่มาบ่อย ๆ

sapa_trips-030

 

เมฆก่อตัวเร็วมาก ตอนแรกก็ยังมีแสงลอดออกมาดีอยู่หรอก แต่สักพักเดียว ก็เหมือนโดนเมฆกลืนหายเข้าไปเลย แต่บรรยากาศแบบนี้มันก็ดีไม่ใช่น้อย เข้าใจเลยว่าทำไมใคร ๆ ถึงชอบที่จะมาที่นี่กัน

sapa_trips-031

 

กวาดสายตาไปเรื่อย ๆ ก็ไปสะดุดกับเงาของภูเขาที่เป็นสิ่งก่อสร้างอยู่บนยอดเขาตรงนั้น ถามจากพี่ ๆ ก็ได้ข้อสรุปว่า ตรงนั้นคือ ฟานซิปัน ยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม ที่ตามโปรแกรมเราจะต้องไปเยือนในวันพรุ่งนี้

sapa_trips-032

 


พอได้เวลา เราก็กลับมาที่โรงแรมเพื่อจะไปรวมตัวกันไปทานข้าวเย็นกัน ก็มาขอเก็บภาพตรงริมทะเลสาบสักแป็บนึง เพราะเคยเห็นอยู่ว่า พอตกเย็น เค้าจะเปิดไปที่ริมแม่น้ำกัน ได้บรรยากาศที่แปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง

sapa_trips-035

 

มื้อเย็นนี้เราไปทานกันที่ร้าน Sapa Restaurant Red Dao House เมนูเด่นคือ ชาบูปลาแซลมอน ปลาแซลมอนที่นี่มีฟาร์มเลี้ยงอยู่ในซาปานี่แหล่ะครับ มีทำกันเป็นบ่อเลี้ยงขนาดใหญ่เลย แต่ดูแล้วน่าจะแตกต่างกับสายพันธุ์ที่เราเห็นการตามร้านอาหารทั่วไป ตัวจะออกสั้น ๆ หน่อย แต่สีเนื้อนี่ใช่เลย sapa_trips-036 sapa_trips-037

 

ก่อนกลับโรงแรมเราก็แวะเดินเที่ยวย่านช้อปปิ้งของเมืองนี้ ที่มีเสื้อผ้า อุปกรณ์ Backpack ขายกันให้เพียบ มีของแบรนด์งาน Mirror เกรด AAA ให้เลือกกันได้ตามความพอใจ ในบางมุมก็จะเห็นขาวเขามาขายเสื้อผ้าพื้นเมืองด้วย ลายสวย ๆ ราคาไม่แพง ต่อรองได้ แล้วแต่ความชอบ

 


Sapa Explorer

เรานัดกันตอนเช้าเพื่อจะไปรับรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อจะขีไปสำรวจวิว นาข้าวรอบ ๆ ซาปากัน ร้านเช่ารถอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตรงร้าน Cafe in the Clouds ตรงที่เราชมพระอาทิตย์ตกกันเลยครับ เส้นทางที่เราจะไปกันในเช้านี้ เป็นเส้นทางที่จะไปที่หมู่บ้านตาฟาน  (Tavan) โดยเราจะแวะไปตามจุดชมวิวระหว่างทางเรื่อย ๆ

map-sapatrack

ถนนในเวียดนาม เค้าจะขับกันคนละด้านต่างจากบ้านเรานะครับ เพราะฉะนั้นระมัดระวังด้วย

ต้องยอมรับอย่างนึงว่าพื้นที่ในซาปานี่มันเหมาะกับช่างภาพสาย Landscape จริง ๆ หุบเขา มีหลายมุมให้เลือกถ่าย อย่างในรูปเป็นจุดที่เราแวะถ่ายจุดแรก ๆ เมืองด้านขวานั้นคือตัวเมืองซาปาที่เราอยู่ ด้านล่างเป็นนาขั้นบันไดที่เพิ่งจะเก็บเกี่ยวไป

sapa_trips-044

 

ความน่าทึ่งของนาขั้นบันไดที่นี่คือ การใช้พื้นที่ที่เป็นไหล่เขาในการทำนา แล้วก็ไม่ใช่นิดหน่อย เขาบางลูก เป็นนาขั้นบันไดทั้งเขาเลยทีเดียว ไหนจะบ้านของชาวบ้านที่ปลูกสร้างอาศัยอยู่ ตามเชิงเขาอีก

sapa_trips-043

sapa_trips-045

sapa_trips-046

 


แอบเสียดายที่เรามาช้าไปหน่อย เค้าเก็บเกี่ยวไปก่อนแล้ว เท่าที่เห็นด้วยสายตา เพิ่งจะผ่านไปไม่นานด้วย อย่างรูปนี้เป็นนาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ผืนสุดท้าย ที่เราพบเจอ ลองคิดดูเล่น ๆ ว่า ถ้ายังเป็นนาสีทองกันเต็มไปหมด จะสวยขนาดไหน

sapa_trips-048

 

แต่ถึงแม้จะไม่มีนาสีเขียว หรือสีทอง แต่วิวที่ได้ ก็ดูสวยงามแปลกตาไม่ใช่น้อย การมาซาปาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริง ๆ

sapa_trips-049

sapa_trips-047

 

สภาพบ้านเรือนของชาวบ้านที่ทำนาอยู่ ก็อยู่กันแบบกระจัดกระจายไปตามภูมิประเทศ มีอยู่เกาะกลุ่มกันบ้างในบางบริเวณ แต่ในจุดที่เป็นเนินเขา ไม่สูงมาก ก็แทบจะเป็นพื้นที่ ที่ใช้ทำนาขั้นบันไดทั้งหมด

sapa_trips-050

 


ยิ่งมาดูภาพแบบมุมกว้าง ๆ แล้ว ยิ่งรู้สึกได้ถึงความกว้างใหญ่ของผืนนาขั้นบันไดของที่นี่จริง ๆ ถ้าสังเกตดี ๆ มุมล่างแถว ๆ ตรงกลาง ตรงนั้นคือน้ำตก แต่ช่วงนี้ใกล้หน้าหนาวแล้ว น้ำตกเลยแห้งไปบ้าง

sapa_trips-051

sapa_trips-052

 

ในบางมุม เราสามารถลงไป ถ่ายรูปเท่ ๆ ได้ในมุมที่ไม่สวยไม่แพ้ใครเหมือนกัน

sapa_trips-053

 

ธรรมดาแล้ว ช่วงนี้ฟ้าก็จะไม่ค่อยจะใสอยู่แล้ว ยิ่งมีคนเผาซังข้าว ควันไฟยิ่งฟุ้งแบบแยกไม่ออกว่า หมอกหรือควันเลย (เพลงพี่เบิร์ดมา…)

sapa_trips-057

 

เราแวะพักกินข้าวเช้ากันก่อนที่หมู่บ้าน ม้งดำ เพราะเราออกกันแต่เช้า ยังไม่ได้มีอะไรรองท้องกันเลย จัดกาแฟไปชุดนึง กับเฝออีกสักชาม แกล้มวิวไปด้วย มันแจ่มมาก

 


หลังจากนั้นเราก็ไปกันต่อครับ ระหว่างทางที่จะขี่รถไปถึงหมู่บ้านตาฟาน เราได้แวะถ่ายรูปกันที่รีสอร์ท “Eco Palms House” เป็นอีกที่ ที่วิวดีมาก มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะอยู่ แถมมีบ้านพักแบบกระท่อมริมเขาด้วย

Eco Palms House

Eco Palms House

Eco Palms House

 


บางทีก็แอบสงสัยครับว่าบ้านที่เราเห็นคือเค้าอยู่กันจริง ๆ หรือเอาไว้ใช้แค่ตอนที่เก็บเกี่ยว เพราะบ้านบางหลังดูแล้วเกิดคำถามว่า “อยู่กันได้เหรอ” แต่ชาวบ้านที่นี่เค้าอยู่กันแบบนี้จริง ๆ ครับ ชีวิตเรียบง่ายนะ อยู่กันง่าย ๆ

Sapa Farmer

 

เราเห็นนาขั้นบันไดกันเยอะ ๆ แบบนี้ แต่วิธีเก็บเกี่ยวของเค้าก็ยังเป็นแบบเดิม ๆ นะครับ คือการใช้เคียวเกี่ยวเอา แล้วก็รวบรวมเพื่อมัดข้าวเอาไว้ไปนวดข้าวกันอีกที หลังจากที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเค้าก็จะเผาซังข้าวกันเลยSapa Farmer

Sapa Farmer

 


มุ่งหน้าสู่….ฟานซิปัน

โปรแกรมในช่วงบ่ายของวันนี้คือไปนั่งกระเช้า ไปสู่ยอดเขาฟานซิปันครับ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม สูง 3,143 เมตร สูงที่สุดในอินโดจีน กระเช้าที่เราขึ้นเป็นกระเช้าขนาดใหญ่ สามารถนั่งได้พร้อมกันเกือบ 20 เลยทีเดียว และเป็นกระเช้าแบบ 3 เส้น คือมันจะช่วยให้ไม่มีสะดุด ในบรรดาที่เคยนั่งมาไม่ว่าจะเป็นที่ฮ่องกง ที่ลังกาวี หรือที่ญี่ปุ่น ที่นี่นิ่มสุดแล้วครับ

Fansipan

Fansipan

 

มองลงไปด้านล่าง มันสูงมาก มีน้ำตกระหว่างทางด้วย แต่ที่สังเกตได้อีกอย่างคือ ต้นไม้เค้าขึ้นครึ้มมาก และเป็นไม้ใหญ่เสียด้วย ถึงเค้าจะถางเขาเป็นนาขั้นบันได แต่ก็ยังมีบริเวณอีกมากที่เป็นป่าสมบูรณ์อยู่

sapa_trips-068

 

ก่อนจะถึงสถานีปลายทาง เห็นหมอกขนาดนี้ก็ใจเสียกันหล่ะครับ สงสัยไม่เห็นอะไรกันแน่เลย ผมเองไม่เท่าไหร่ เพราะขาดันมาเดี๊ยงระหว่างทางเมื่อเช้า ทำให้วันนี้ยังไงก็คงไม่ได้ไปด้วยแน่ แต่เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันนี่ซิ จะทำยังไงกัน

Fansipan

Fansipan

 


พอเราขึ้นมาจากสถานีจะเป็นซุ้มประตู เป็นทางเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงยอดฟานซิปานครับ ผมยืนส่งผู้ร่วมทริปได้แค่ตรงนี้ เจ็บใจตัวเองจริง ๆ ที่ดันมาเจ็บระหว่างทางแบบนี้

Fansipan Fansipan

 

ระหว่างรอเพื่อน ๆ ก็ลงไปรอที่ด้านล่างครับ มีเป็นโซนนั่งจิบกาแฟ ร้านอาหาร และร้านของที่ระลึกตรงนี้เลย

Fansipan

Fansipan

 

และนี่คือภาพด้านบนที่เพื่อนได้เก็บภาพมาฝาก ยิ่งเห็นยิ่งเสียดาย เพราะภาพแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ เพื่อนผมหลายคนที่เคยมาที่นี่แล้วเห็นแต่หมอกขาวโพลน และรู้มาจากทีมที่ไปว่า ฟ้าเปิดอยู่แค่แป็บเดียวเหมือนกัน รูปนี้ต้องยกนิ้วให้ตากล้องเลยครับ Photo by Forzanu

Fansipan

 


เดินทางสู่ อีตี้…

เราออกจากที่ฟานซิปานประมาณบ่าย 3 โมง โดยนั่งรถตู้ไปที่หมู่บ้านอีตี้ (Y’ Ty village) หมู่บ้านนึงที่อยู่ทางเหนือซาปาไปอีก หมู่บ้านนี้ไม่ค่อยได้เห็นคนไทยพูดถึงกันเท่าไหร่ แต่ในบรรดา backpacker ต่างชาติ จะพูดถึงกัน หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากประเทศจีนแค่ 8 กิโลเมตร มันใกล้มาก ๆ เรียกว่าตะเข็บชายแดนก็ว่าได้

 

ระหว่างทางไม่ได้เก็บภาพอะไรครับ เพราะเพลียกันมาตั้งแต่เช้า งีบได้ก็งีบหล่ะ ไหนจะโค้งที่ไม่ธรรมดาเลย จริง ๆ วิวข้างทางก็สวยครับ แต่เราไม่มีเวลาจอดแวะเก็บภาพ เพราะต้องไปให้ทันก่อนจะค่ำ

Y' Ty

 

มื้อแรกที่อีตี้…เมื่อเรามาถึงก็ค่ำแล้วครับ ยิ่งอยู่ชนบทยิ่งมืดเร็ว มาถึงก็ทานอาหารค่ำกันเลย อาหารก็เป็นอาหารพื้นบ้านครับ แบบง่าย ๆ แต่มีจานพิเศษ มาด้วย จานด้านล่างนี่แหล่ะครับ เค้าบอกว่าเป็น “เนื้อควาย” ที่เวียดนามนี่เค้าเลี้ยงควายไว้ใช้ทำนาครับ แล้วควายก็ไม่ได้มีไว้ฆ่าหรอกฮะ แต่ด้วยอากาศที่หนาว ควายมันก็เลยตายได้ คนที่นี่เค้าก็กินกันเป็นปรกตินะ ผมก็ลอง ๆ ชิมดู ยอมรับว่าเนื้อเหนียวกว่าเนื้อวัว แต่รสชาติก็ดีครับไม่คาวนะ

Y' Ty

 

ก่อนจะเข้านอนกัน พวกเราก็ตั้งใจกันว่าจะออกไปถ่ายทางช้างเผือกกันสักที เพราะดูแล้วที่นี่เวลากลางคืนจะเห็นดาวชัดมาก แสงไฟกวนตามบ้าน ไม่ค่อยจะมี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ถ่ายภาพทางช้างเผือกครับ ตื่นเต้นมาก ตอนที่ถ่ายได้ครั้งแรก ดีใจมาก

Milky way at Y' Ty

 


ในตอนเช้าเราตื่นออกมาเตรียมตัวไปกันแต่เช้า ไกด์ท้องถิ่นก็พาเราไปตรงจุดนาขั้นบันไดที่เป็นจุดชมวิวของที่นี่ อย่างที่บอกครับแอบเสียดายที่เค้าเก็บเกี่ยวกันหมดแล้ว ไม่งั้นมันจะสวยมาก ถ้าได้มาตอนที่เค้ากำลังเตรียมจะดำนาก็จะสวยไปอีกแบบเพราะจะเห็นเป็นเงาสะท้อนน้ำในแปลงนาข้าว กับแสงพระอาทิตย์สีทอง

Y' Ty

Y' Ty

Y' Ty

 

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า น้องควาย ถือเป็นสัตว์ประจำถิ่นของที่นี่ และควายที่นี่ก็ปีนคันนาเก่งชะมัด เดินกินหญ้า กินฟางข้าวกันอิสระเลย

sapa_trips-081

sapa_trips-082

 


หลังจากที่เราทานมื้อเช้ากันเรียบร้อย ก็เก็บของขึ้นรถครับ เราจะแวะกันที่หมู่บ้านดิน ที่อยู่ในละแวกนี้ก่อนกลับไปขึ้นรถบัสที่ซาปา หมู่บ้านที่นี่ใช้ดินเหนียวในการสร้างบ้าน ประมาณด้วยสายตา ประมาณ 90% ของที่นี่เป็นบ้านแบบนี้หมด บางหลังก็ 2 ชั้น ชีวิตอยู่กันเรียบง่าย เลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าว สีข้าวไว้กินเอง แต่เห็นแบบนี้ ก็มีดาวเทียมไว้รับชมข่าวสารนะครับ

Y' Ty

Y' Ty

 

สัตว์เลี้ยงที่นี่เค้าเลี้ยงกันค่อนข้างปล่อยนะครับ ในหมู่บ้านจะมีบ่อน้ำ อยู่เป็นจุด ๆ ดูแล้วแหล่งน้ำน่าจะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ อย่างน้องเป็ดในรูปก็มายืนละน้ำกันสบายใจเฉิบเลย ตามบ้านก็จะมีคอกหมู เล้าเป็ด อยู่กับบ้านเลย บางบ้านก็ออกแบบไว้ใต้บ้านเลย

Y' Ty

Y' Ty

Y' Ty

 


มุมนึงที่มาแล้วไม่พลาดที่จะมาเก็บภาพคือมุมท้องนาท้ายหมู่บ้าน เป็นภาพมุมกว้าง เห็นท้องนาสลับกับภูเขา มีมุมให้นั่งชิว ๆ ตรงนี้ด้วย ยังมีหลายแปลงทียังไม่ได้เก็บเกี่ยวครับ ข้าวที่นี่ออกรวงสวยเลย เหมาะมากที่เก็บภาพตัวเองกับวิวสวย ๆ แบบนี้

Y' Ty

Y' Ty

Y' Ty

 

จริง ๆ แล้วมีมุมที่ถ่ายที่นี่สวย ๆ เยอะครับ เสียดายครับที่เรามีเวลาที่หมู่บ้านนี้ไม่มาก เพราะเราต้องกลับไปขึ้นรถบัสที่ซาปาให้ทันเวลา กำลังจะเดินกลับกันก็สวนกับเจ้าถิ่นที่นี่ (ดูแล้วจะเป็นสองตัวข้างบนเมื่อกี้)

Y' Ty

 

มองไปด้านหลังก็เจอเด็กที่นี่ยืนอยู่พอดี ดูแล้วไม่ธรรมดาแล้วหล่ะ สายตาเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย

Y' Ty

 

แต่สุดท้าย ก็ผูกมิตรกันได้ จริง ๆ ก็คงอยากให้ถ่ายรูปให้นี่แหล่ะ หลัง ๆ พอยกกล้องขึ้นมา ก็ดึงตัวคงน้องมาเข้าเฟรมด้วยเลย เด็ก ๆ ที่นี่น่ารักดี ยิ่งคนน้องนี่ไว้ผมได้เฟี๊ยวมาก

Y' Ty

 

รู้สึกได้ว่าเราแวะมาใช้เวลาที่นี่น้อยไปหน่อย ถ้ามีเวลาคงจะได้สำรวจที่หมู่บ้านนี้ทั่ว ๆ ยิ่งไปหาข้อมูลใน internet แล้วยิ่งเสียดาย แต่อย่างน้อยก็ยังได้เก็บภาพ หนูน้อยชาวม้งกับเครื่องแต่งกายแบบเต็มยศแบบนี้ ดูแล้วน่ารักจริง ๆ

Y' Ty

 

ทิ้งท้ายรีวิวนี้ด้วยวิวนาขั้นบันได กับทิวเขาสวย ๆ ระหว่างทางกลับไปซาปา ที่มีโอกาสได้จอดเก็บภาพกันเล็กน้อย

Y' Ty

 

ถึงทริปนี้จะไม่ได้ภาพอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ความประทับใจในเรื่องของผู้คน สถานที่ บรรยากาศ ยิ่งภูมิประเทศของที่นี่ ทำให้อยากมาตอนที่มันสวย ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนเคยเจอเลย ตั้งใจว่าปีหน้าถ้ามาได้ก็จะมาอีกทีแน่นอนครับ

สุดท้ายท้ายสุดนี้ หวังว่ารีวิวฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่กำลังคิดว่าจะไปเที่ยวซาปา บอกเลยครับไม่ต้องคิดให้เยอะ ไปได้เลย ถ้าคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ และอยากไปเจอบรรยากาศดี ๆ ค่าครองชีพไม่แพง ในรีวิวหน้าผมจะพาไปเที่ยวฮานอยกัน ฮานอยเที่ยวไม่ยากบอกเลย

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

7 + 6 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.