Yummy in Tokyo – พิกัดร้านของอร่อยที่ “โตเกียว”

​Yummy in Tokyo - พิกัดร้านอร่อยใน "โตเกียว"

ทริปนี้กินอะไรดี ?  เป็นคำถามแรก ๆ เวลาที่เราทำแพลนเที่ยว เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการวางพิกัดที่เที่ยวเลย…

ทริปนี้เป็นทริป “โตเกียว” แบบสั้น ๆ 4 วัน 3 คืน แต่ถึงเวลาจะไม่มาก แต่เราก็ไปตามชิมของอร่อย ๆ มาได้หลายร้านอยู่เหมือนกัน…ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า ว่ามีร้านอะไรบ้าง

ร้านอาหารที่เราได้ไปลองทานมาในครั้งนี้ มีทั้งร้านดังที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน และหลายร้านที่เราได้ลองหาข้อมูล เปรียบเทียบกับเว็บที่ชาวญี่ปุ่นใช้เป็นไกด์และให้คะแนนรีวิว (Tabelog เว็บที่คล้าย ๆ กับ Wongnai บ้านเรา แต่ละเอียดกว่าเยอะ) มีทั้งร้านที่เป็นร้านอาหาร และบางร้านก็เป็นร้านของหวาน ให้ลองเลือกดูกัน

Kitsuneya (Tsukiji) – ข้าวหน้าเนื้อสูตรเก่าแก่ ที่สืบทอดมากว่า 70 ปี

Kitsuneya ข้าวหน้าเนื้อสูตรเก่าแก่ - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หลาย ๆ คนมาตลาดปลา ทสึคิจิ มาเพื่อกินปลาดิบสด ๆ อร่อย ๆ แต่ท่ามกลางร้านที่ขายอาหารทะเลหลากหลายร้าน มีร้านขายข้าวหน้าเนื้อ ตั้งอยู่ร้านนึง ที่เป็นที่นิยมของทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว

หน้าร้าน ข้าวหน้าเนื้อ Kitsuneya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ทางด้านหน้าร้านจะมีโต๊ะอยู่ประมาณ 3-4 ตัว ซึ่งพอสั่งข้าวเสร็จเรียบร้อย ก็จะยกมาวางที่โต๊ะเพื่อยืนกินตรงนี้

โต๊ะแบบยืนกินที่อยู่ตรงหน้าร้าน Kitsuneya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

มองเข้าไปด้านในร้าน จะมีหม้อตุ๋นเนื้อที่มองดูแล้ว คิดถึงความเข้มข้นของซุปเนื้อ ที่มีกลิ่นโชยมาแตะจมูกอยู่เป็นระยะ ในขณะที่รอสั่ง พอมีออร์เดอร์พ่อครัวก็จะตักซุปเนื้อกับเนื้อตุ๋นมาราดบนข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ

หม้อตุ๋นเนื้อ ร้าน Kitsuneya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ข้าวหน้าเนื้อจะมีให้เลือก 2 ราคา ชุดละ 750 เยน และ 850 เยน ในตอนแรกเราไม่รู้ว่า แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งที่ร้านนี้มีผมกินคนเดียว (คุณแฟนขอจองอีกร้านนึงไว้) ผมเลยเลือกแบบชุดแรกมา ได้มาเป็นข้าวหน้าเนื้อตุ๋นแบบที่เป็นเนื้อล้วน ๆ แบบเปื่อยนุ่ม กับน้ำชาเย็น ๆ หนึ่งแก้ว ในราคา 750 เยน

อีกแบบจะเป็นข้าวหน้าเครื่องในเนื้อ หรือที่เรียกว่า โฮรุมง จะเป็นเครื่องในต้ม ในส่วนของปอดและลำไส้ ในราคาชุดละ 850 เยน

ข้าวหน้าเนื้อ เซ็ท 750 เยนร้าน Kitsuneya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ข้าวหน้าเนื้อ เซ็ท 750 เยนร้าน Kitsuneya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สำหรับร้านนี้แล้ว เราคิดว่า สำหรับคนที่ชอบเนื้อ ต้องลองมาจัดดูสักครั้งนึง เพราะราคาไม่แพงและอร่อย ร้านหาง่ายสังเกตได้ไม่ยาก

Kitsuneya ホルモン煮込み きつねや

Location  : Tsukiji Fish Market
เวลาเปิด-ปิด : 6:30 – 13:30 (ปิด วันอาทิตย์)
Website : https://tabelog.com/en/tokyo/A1313/A131301/13007656/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/ga5QzQBu5mZ8rXWY6


Sushikuni (Tsukiji) – ข้าวหน้าไข่หอยเม่นระดับ Premium

Sushi Kuni ร้านข้าวหน้าไข่หอยเม่น - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ในตลาดปลาทสึคิจิ มีร้านขายอาหารทะเลอยู่มากมาย แต่ร้านที่เราจะแนะนำในครั้งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องข้าวหน้าไข่หอยเม่น ได้รับการจัดอันดับใน Tabelog ด้วยคะแนน 3.69 (นับว่าสูงทีเดียว) ตัวร้านดูภายนอกก็เหมือนร้านค้าทั่วไป เก่าแก่ตามสภาพ แตกต่างตรงที่จะมีคนยืนเข้าคิวอยู่เสมอ ร้านจะมีเวลาเปิดปิด 2 ช่วง เป็นช่วงกลางวัน และช่วงเย็น

หน้าร้าน Sushikuni - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เวลาเปิด - ปิด ร้าน Sushikuni - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมื่อถึงคิวของเรา พนักงานก็จะพาเข้ามาด้านในร้าน ตัวร้านเป็นร้านเล็ก ๆ ครับ มีที่นั่งไม่มาก โต๊ะสำหรับ 4 คนนั่งก็มีอยู่แค่ประมาณ 4 ชุดเท่านั้น นอกนั้นเป็นที่นั่งแบบบาร์ประมาณ 10 ที่

บรรยากาศภายในร้าน Sushikuni - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

และแล้วก็ถึงเวลาที่อาหารมาเสิร์ฟ ข้าวหน้าไข่หอยเม่น แบบเต็ม ๆ ชาม เมนูสุดโปรดของคุณแฟนที่หมายมั่นปั้นมือจะมากินให้ได้ ไข่หอยเม่นแบบจัดเต็มมาก มาแบบสด ๆ  โป๊ะราดหน้าข้าวมาแบบพูน ๆ แบบมองไม่เห็นข้าวเลย

ข้าวหน้าไข่หอยเม่น ร้าน Sushikuni - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ส่วนผมที่หนักหน่วงมาจากร้านข้าวหน้าเนือแล้วก็เลยขอสั่งเมนูง่าย ๆ อย่างโอโทโร่ซาชิมิ ซึ่งก็สดอร่อยมาก รู้เลยว่าที่นี่ใช้ของคุณภาพดีมาก ๆ ไม่ได้อร่อยแค่ไข่หอยเม่นอย่างเดียว

Sashimi ที่ร้าน Sushikuni - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สำหรับใครที่อยากกินปลาดิบแบบสด ๆ และไข่หอยเม่นแบบอร่อย ๆ ก็ขอแนะนำที่นี่เลย ถึงแม้ราคาโดยรวมจะสูงไปสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า เพราะถ้าเทียบว่าถ้ากินที่ไทยแล้ว ในคุณภาพระดับนี้ ราคาจะสูงว่านี้ 2-3 เท่าได้

Sushikuni 鮨国

Location  : Tsukiji Fish Market
เวลาเปิด-ปิด :
รอบเช้า 10:00 – 15:00 (Last order 14:30)
รอบบ่าย 17:00 – 21:00 (Last order 20:30)
Website : https://tabelog.com/en/tokyo/A1313/A131301/13108127 | https://ameblo.jp/sushikuni/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/Wg7nEzYyrnRRgkc49


 

Midori Sushi (Akasaka) – ร้าน Sushi เจ้าดัง แต่ไม่ต้องรอนานเหมือนสาขาอื่น

ร้าน Midori Sushi สาขา Akasaka - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ร้านซูชิ Midori เป็นร้านซูชิร้านดังที่เป็นที่พูดถึงกันมาก ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย หลาย ๆ คนดั้นด้นจะมากินกันถึงกับยอมรอคิวกันยาว ๆ สาขาที่นิยมกันจะเป็นสาขา Shibuya แต่สาขาที่เราจะไปกินกันอยู่ที่ Akasaka สาขาที่ไม่ค่อยคุ้นชื่อกันเลย (เราเองก็เหมือนกัน)

ร้านอยู่บริเวณชั้น 2 ของ อาคาร Akasaka Biz Tower โดยเราออกจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ชั้นใต้ดิน ก็เดินขึ้นมาด้านบนได้เลย ร้านหาไม่ยากครับ มีคิวอยู่เล็กน้อย พร้อมตู้  Kios ให้เรากดคิว วิธีการก็ไม่ยากมีคู่มือให้อ่าน และให้เราเลือกว่า จะนั่งแบบโต๊ะหรือเคาน์เตอร์ หรือได้ทั้งคู่ (เราเลือกอย่างหลัง ยังไงก็ได้ อยากกินแล้ว)

บริเวณหน้าร้าน Midori Sushi สาขา Akasaka - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

บริเวณหน้าร้าน Midori Sushi สาขา Akasaka - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เราใช้เวลารอคิวไม่นานครับ ประมาณ​ 20 นาทีนิด ๆ (เรามาช่วงกลางวันพอดี) ได้ที่นั่งแบบหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งเราจะสามารถสั่งเมนูที่เราต้องการได้กับเชฟโดยตรงได้เลย (ไม่ต้องห่วงครับ จิ้มเมนูแล้วบอกได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง)

สำหรับเราที่ชอบกินซูชิ แต่ไม่ได้ชอบทุกอย่าง ก็เลยขอเลือกเป็นคำ ๆ แทนจะทานเป็นเซ็ทจะดีกว่า (เราต้องไปลองอีกหลายร้าน เดี๋ยวจะอิ่มเกิน)

เชฟกำลังปรุงซูชิที่ร้าน Midori Sushi - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมนูร้าน Midori Sushi - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เราสั่งมาอยู่ไม่กี่อย่าง แต่เป็นครั้งแรกที่เราทั้งคู่กิน ข้าวหน้าปลาไหล ที่เราเลี่ยงมาตลอด ก็เพราะว่า เคยไปกินแล้วไม่ประทับใจ แต่ที่นี่ดูน่าสนใจ หลังจากที่เชฟเสิร์ฟมาให้ ผมของเรียกว่า “ปลาไหลห่อข้าว” แทนแล้วกันนะครับ

ส่วนเมนูที่เราสั่งเมนูอื่นคือ ซูชิกุ้งใหญ่ (กุ้งโบตั๋น), ซูชิหน้าหอยแครงญี่ปุ่น, ซูชิหน้าไข่หอยเม่นแบบธรรมดา กับแบบ Premium ที่เราสั่งมา ทั้ง 2 แบบคืออยากจะลองความแตกต่างครับว่า ต่างกันยังไง โดยรวมแล้ว แบบ Premium จะนุ่มละมุน กลิ่นไม่แรง กินง่ายกว่าแบบธรรมดาครับ แต่แบบธรรมดาก็ไม่ถึงกับแย่นะ แต่ความรู้สึก สดใหม่ จะไม่เท่ากับแบบ Premium

ข้าวหน้าปลาไหล ร้าน Midori Sushi - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ซูชิหน้าต่าง ๆ ที่ร้าน Midori Sushi - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

อีกเมนูนึงที่อยากจะแนะนำให้สั่งคือ Otoro ครับ รสสัมผัสคือเนื้อแน่น หอมมัน ดูภายนอกแล้วเหมือนเนื้อวัวที่มีลายมันแทรก แต่มันคือเนื้อปลา

Otoro Sushi ที่ Midori Sushi - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

โดยรวมแล้ว ร้าน Midori Sushi เป็นร้านที่คุ้มค่าในการไปลองครับ ราคาเทียบกับคุณภาพแล้วไม่แพง ไม่แปลกใจเลยที่หลาย ๆ คนมาทานแล้วแนะนำต่อ แต่ในตอนนี้ดีที่มีหลายสาขาแล้ว ในโตเกียวก็มีตั้ง 6 สาขา นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาที่เดินทางมาสะดวก และไม่ต้องรอนานครับ

Sushi No Midori 美登利 赤坂総本店

Location  : Akasaka , 2th floor Akasaka Biz Tower
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 22:00
Website : https://www.sushinomidori.co.jp/eng/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/D6nEtthB8dMcwNAC7


 

Isomaru Suisan (Ueno) – ร้านปิ้งย่างอาหารทะเลสด ๆ ที่มีไฮไลท์ที่มันปูย่าง

Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ร้านนี้มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น (ยกเว้น Hokkaido) เป็นร้านประจำเมื่อเรามาญี่ปุ่น ติดใจตั้งแต่ทริปแรก จนถึงตอนนี้ จริง ๆ แล้วร้านนี้ที่โตเกียวมีหลายสาขา แต่สาขาที่เราไปกินกันคือที่สาขา Ueno ในย่านตลาด Ameyoko (สะดวกสาขานี้ เพราะเดินข้ามจากโรงแรมมานิดเดียว)

หน้าร้าน Isomaru Suisan Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ด้านในร้านตกแต่งเป็นแบบญี่ปุ่นสไตล์โบราณ ซึ่งร้านประเภทนี้จะเรียกว่า “อิซากายะ” ก็ได้ คือเป็นเหมือนร้านดื่มกินของญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้วเมนูของที่นี่นอกจากของทะเลปิ้งย่างแล้ว อาหารญี่ปุ่นทั่วไปก็มีให้เลือก (แต่เราว่าปิ้งย่างนี่แหล่ะเด็ด)

ข้อดีอีกอย่างของร้านนี้คือ “เปิด 24 ชม.” จะมากินตอนไหนก็ได้ (เรามากินเป็นมื้อเช้า ที่ยังมีคนที่กินกันตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าอยู่เลย)

ด้านในร้าน Isomaru Suisan Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ประเดิมก่อนที่จานอื่น ๆ จะตามมา จะเรียกว่า “Starter set” ก็ได้ ซึ่งชุดนี้ก็ไม่ได้ฟรีนะ ราคาอยู่ที่ 400 เยน โดยเค้าจะจัดมาให้ก่อนเราจะสั่งอาหารเลย แต่ถ้าเราไม่เอา จะเก็บท้องไว้กินของที่เราอยากทาน ก็บอกเค้าได้ว่าไม่เอา

ชุดเริ่มต้นของร้าน Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมนูที่เราแนะนำเลยคือ “มันปูย่าง” หรือ Kani miso เมนูที่เราติดใจ ดูภายนอกดูสีเทา ๆ ไม่น่ากิน แต่พอย่างไฟร้อน ๆ ค่อย ๆ เคี่ยวให้เดือด มันจะหอมกรุ่น เราจัดมากันคนละ 2 ฝาเลย ราคาก็อยู่ที่ฝาละ 499 เยน (589 เยน ราคารวม VAT)

มันปูย่าง ร้าน Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ก่อนหน้านี้เรากินมันปูแบบธรรมดา คือแค่เอาตะเกียบคีบใส่ปากก็อร่อยแล้ว แต่เราเคยเห็นคนญี่ปุ่นสั่งเจ้านี่ “มันฝรั่งทอด” มาจิ้มมันปู เห็นแล้วก็น่าสนใจ ก็เลยลองสั่งบ้าง……เด็ดแฮะ มันปูกลายเป็นดิปซอส ใช้จิ้มกับมันฝรั่งทอดได้อร่อยมาก เรียกว่ากินเพลินจนหมดจานไม่รู้ตัวเลย

มันฝรั่งทอด ร้าน Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมนูย่างที่เราแนะนำอีกอย่างก็คือ “หอยเชลล์” แบบตัวใหญ่ ๆ ขนาดฝ่ามือ เซิร์ฟแบบสด ๆ แบบเพิ่งจับขึ้นมาจากบ่อพักเลย ก่อนหน้านี้ เราจะให้เราย่างทั้งตัวแบบฝายังปิดอยู่ แล้วพอย่างไปเรื่อย ๆ ฝาจะค่อย ๆ เปิดขึ้นมาเอง จนหลุดแล้วให้เราตัดฝาเอง (แอบจิตตกหน่อย ๆ ย่างกันแบบยังไม่ตายดีเลย)

แต่คราวนี้พอสั่งมา ก็ตัดฝาให้ย่างได้ง่าย ๆ เลย ถือว่าสะดวกมาก พอย่างได้ที่ ก็เอากรรไกรที่เค้ามาให้ตัดแบ่งได้เลย ตัวนึงได้ประมาณ 4 คำ ก่อนหน้านี้เราตอนเอาน้ำจิ้มซีฟู๊ดมากินด้วย เพราะจิ้มโชยุอย่างเดียว มันเค็มไป แต่ตอนนี้เค้ามีน้ำจิ้มให้เลือกแล้ว ถึงแม้จะไม่มีซีฟู๊ดแบบบ้านเรา แต่ก็พอใช้ได้อยู่นะ แต่ถ้าลองกินดี ๆ แบบไม่ต้องจิ้มอะไร รสชาติจะออกหวานนิด ๆ เพราะของมันสดจริง ๆ

ราคาของเจ้าหอยเชลล์นี้ อยู่ที่ 2 ตัว 699 เยน (755 เยน ราคารวม VAT)

หอยเชลล์สด ๆ ร้าน Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ธรรมดาเรามากินกัน ก็จะกินแค่ 2 อย่างบนที่บอกมาแหล่ะ เพราะลองอย่างอื่นแล้ว รู้สึกเฉย ๆ คราวนี้เราของลองหอยตลับดูบ้าง หอยตลับบ้านเค้าดูตัวใหญ่ ดูแล้วน่าจะดี แต่สรุปแล้ว เราว่า สั่งหอยเชลล์กินแล้วฟินกว่าเยอะแหล่ะนะ ราคาก็แพงกว่าหอยเชลล์ด้วย ตกตัวละ 599 เยน (647 เยน ราคารวม VAT)

หอยตลับ ร้าน Isomaru Suisan - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

โดยรวมแล้ว ร้านนี้ก็ยังเป็นร้านที่อยู่ในลิสต์เราเสมอ เวลาที่เราไปที่ญี่ปุ่น เพราะหากินง่าย และเปิด 24 ชม. จะไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าช่วงเวลาพีค ๆ อย่างช่วงหัวค่ำ บางร้านอาจจะมีโต๊ะรองรับไม่พอ เพราะคนญี่ปุ่นก็ชอบที่จะไปกินร้านนี้ นั่งกิน นั่งคุย สนุกสนานเฮฮา จนบางทีก็เมาจนหมดสภาพก็มี (เราเจอด้วย เรียกว่า เมาหัวราน้ำเลย)

อาหารอื่นยังพอหากินได้ไม่ยาก แต่มันปูย่าง ยังไงเราก็ยอมรับว่าที่นี่เป็น ที่ 1 ในใจเสมอ

Isomaru Suisan 磯丸水産 上野6丁目店

Location  : Ueno , ใกล้ ๆ ตลาด Ameyoko
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชม.
Website : https://restaurants-guide.tokyo/restaurants/detail/201/ | https://www.sfpdining.jp/brand/isomaru/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/LAA2mEqiX8kTbrDV6


 

Gyukatsu Motomura Ueno (Ueno) – เนื้อวากิวชุปแป้งทอดที่ย่างบนแผ่นหินร้อน

ร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ร้านนี้เป็นร้านที่นิยมของคนญี่ปุ่นอยู่พอสมควร มีอยู่หลายสาขากระจายอยู่ทั่วโตเกียว แต่ร้านที่เราพามา เป็นร้านสาขา Ueno ตัวร้านเป็นร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ในแถว ๆ ย่าน Ameyoko หน้าร้านเป็นประตูเล็ก ๆ กับป้ายที่บอกถึงเมนูอาหาร ตัวร้านจะต้องขึ้นบันไดไปบนชั้น 2

หน้าร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอขึ้นไปด้านบน ก็จะเจอคุณป้าในชุดแม่ครัว ยิ้มแย้มมาต้อนรับเรา ในร้านเป็นที่นั่งแบบ เคาน์เตอร์บาร์อย่างเดียว ประมาณ 10 ที่เท่านั้น (ใครมากันเยอะ แนะนำว่าให้ซอยเป็นกลุ่มเล็ก ๆ นะครับ) โดยในแต่ละที่จะมีเตาหินที่เอาไว้ย่างเนื้อเป็นของตัวเอง

บริเวณภายในร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

บริเวณภายในร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมนูในร้านมีอยู่แค่ 4 เมนู เท่านั้น คือ

  • ชุดเนื้อวากิวชุปแป้งทอด ขนาด 130g (เนื้อ 1 ชิ้น) / 1,300 เยน
  • ชุดเนื้อวากิวชุปแป้งทอด ขนาด 130g + มันบด (ถ้วยสีเหลือง ๆ มุมบนซ้ายมือ เอาไว้ราดกับข้าว หรือจะจิ้มกินก็ได้) / 1,400 เยน
  • ชุดเนื้อวากิวชุปแป้งทอด ขนาด 260g (เนื้อ 2 ชิ้น) / 2,100 เยน
  • ชุดเนื้อวากิวชุปแป้งทอด ขนาด 260g + มันบด / 2,200 เยน

อ่อ เป็นราคารวม VAT แล้วนะครับ สำหรับใครที่หิว ๆ คุณจัดแบบ 2 ชิ้นได้เลย และถ้าข้าวหมด ก็ขอเติมฟรีได้ (ถ้าจำไม่ผิดคือ 1 ครั้งนี่แหล่ะ)

เมนูชุดเนื้อวากิวชุดแป้งทอด ร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เนื้อที่เราได้มา จะเรียกว่ายัง “ดิบ” อยู่ก็ได้ เพราะด้านในยังเป็นเนื้อแดง ๆ อยู่เลย วิธีการก็คือ คุณป้าจะมาจุดเตาให้เรา พร้อมเหยาะน้ำมันเล็กน้อย ให้พอลื่น ๆ แล้วเราก็คีบเนื้อไปย่างบนเตาหิน ใช้เวลาไม่นานครับ แป็บนึงก็สุก กลับ 2 ด้าน ให้สุกกำลังดี ก็ใช้ได้แล้ว

เนื้อวากิวทอดย่างบนเตาหิน ร้าน Gyukatsu Motomura Ueno - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

สำหรับร้านนี้ เป็นอีกร้านที่อยากจะให้มาลองกัน คุ้มค่า คุ้มราคามาก แต่แนะนำให้มาตั้งแต่ช่วงร้านเปิด คือประมาณ 11.00 เพราะตอนที่เราทานเสร็จ แถวยาวลงมาถึงด้านล่างเลย และอย่างที่บอกว่า ร้านนี้มีสาขาทั่วโตเกียว (ดูในเว็บที่เราอ้างอิงได้) ไม่ต้องห่วงว่าจะไปกินลำบาก

Gyukatsu Motomura Ueno 牛かつもと村 上野店

Location  : Ueno , ใกล้ ๆ ตลาด Ameyoko
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 23:00 (Last order 22:00)
Website : https://www.gyukatsu-motomura.com/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/7QvgVeu2n4btwSfp6


 

Akakara Ueno Ameyoko (Ueno) – ร้านหม้อไฟสไตล์เกาหลี กับธีมร้านสุดชิค

ร้าน Akakara - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ท่ามกลางร้านค้ามากมาย ที่ตั้งอยู่ในตลาด Ameyoko มีร้านนึงที่แทรกตัวอยู่เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ดูภายนอกแล้วก็ดูไม่ออกว่าเป็นร้านอะไร อยู่ติดกับร้าน Isomaru Suisan ร้านปิ้งย่างเจ้าดัง ร้านนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Akakara”

หน้าร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอก้าวเข้าไป ก็จะเจอทางเดิน ซึ่งตัวร้านจะอยู่ที่ชั้นใต้ดิน  ทางเดินที่ดูมืด ๆ หน่อย ๆ ดูบรรยกาศก็ดูน่ากลัวนิด ๆ….แต่ก็มีสไตล์ในตัว ตกแต่งสไตล์ออกแนว Heavy หน่อย ๆ

แล้วคิดยังไงถึงไปกินร้านนี้ ? บอกเลยก็ได้ว่า เพราะมีรุ่นพี่ที่อยู่โตเกียว พาไป (ไม่มีคนพาไป ก็คงไม่รู้จัก)

ทางเดินลงไปชั้นใต้ดินร้าน ร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอถึงด้านล่าง บรรยากาศช่างต่างกับด้านบน ร้านเป็นธีมที่ดูเก๋มาก เหมือนที่นัดพบสังสรรค์ของหมู่เพื่อนฝูง มีความชอบวัสดุตกแต่งเป็นการส่วนตัว

บรรยากาศด้านในร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

จริง ๆ แล้ว ร้าน Akakara ร้านนี้ จะเป็นร้านที่มีเนื้อย่างด้วย แต่ที่สาขา Ueno, Ameyoko นี้ อยู่ที่ชั้นใต้ดิน เลยมีแต่ส่วนที่เป็นหม้อไฟ ซึ่งก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเท่าไหร่

อย่างที่บอกในตอนต้น ว่าร้านนี้เป็นเหมือนร้านที่นั่งดริงค์ มาคุยกันกับหมู่เพื่อนฝูง อาหารส่วนใหญ่ก็เหมือนจะเป็นแนว ๆ กับแกล้มไปในตัว เริ่มแรกจะมีของกินเล่นมาให้ก่อนหนึ่งจาน “กระหล่ำปลีผัดน้ำมันงา” เป็นกระหล่ำปลีธรรมดา ๆ เลย แล้วก็ผัดน้ำมันงามาพอชุ่ม ๆ ไม่ถึงกับให้ผักเหี่ยว เห็นแบบนี้ ซักหมดไม่รู้ตัวเหมือนกันนะ เหมือนเป็นของแกล้มระหว่างรอเมนูที่สั่งมา

กระหล่ำปลีผัดน้ำมันงา ร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมนูที่เราสั่งมาก็จะเป็นแนวกับแกล้ม อย่างพวก เนื้อทอด, หมูทอด แต่ที่ชอบและสั่งมา 2 จานก็จะเป็นไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ทอดได้ดีมาก ทอดมาแบบแห้ง ๆ พอควร และโรยด้วยพริกและเครื่องเทศ

เมนูอื่น ๆ ในร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

และแล้วเมนูหลักที่เราสั่งก็มา “หม้อไฟทะเลสไตล์เกาหลี” โดยที่เมนูนี้ก็สั่งไม่ยาก เพราะเค้าจะมีหม้อไฟให้เลือกเป็นเซ็ท ๆ แล้วอยากจะ Topping อะไรก็สั่งเพิ่มเข้าไป เหมือนเราต้องเลือกชุดแรกก่อนว่าจะเป็นอะไร ซึ่งพวกเราก็เลือกเป็น หม้อไฟทะเล ดูแล้วน่าจะเข้ากันดี โดยหม้อจะมาแบบอุ่นมาแล้ว แต่ไม่ถึงกับเดือดจัด แล้วมาตั้งบนเตาที่อยู่บนโต๊ะ พอเดือดได้ที่ ก็จะมีพนักงานมาตักแบ่งให้เป็นชามเล็ก ๆ

หม้อไฟทะเลสไตล์เกาหลี ร้าน Akakara Nabe - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ถือเป็นร้านที่มีธีมของร้านที่ดูน่าสนใจ และเมนูก็เป็นเมนูที่สั่งได้ไม่ยาก เหมาะจะเป็นมื้อที่อยากจะมาเฮฮากับเพื่อน ๆ ยิ่งหน้าหนาว อากาศเย็น ๆ มานั่งล้อมวงทาน หม้อไฟร้อน ๆ มันก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย

Akakara Ueno Ameyoko 赤から上野アメ横店

Location  : Ueno , ตลาด Ameyoko อยู่ติดกับร้าน Isomaru Suisan
เวลาเปิด-ปิด : 12:00 – 23:30 (Last order 23:00)
Website : http://www.akakara.jp/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/5xj7vsai7g4dGuqN7


 

Bouya (Ueno) – เนื้อปิ้งย่าง Wagyu A5 แบบยืนกิน

ร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ร้านเนื้อย่าง A5 เป็นร้านที่ใครได้มาที่ญี่ปุ่น ก็อยากจะมาลองกันสักครั้ง ร้านนี้ อยู่ในย่าน Ueno เป็นร้านที่อยู่ใกล้โรงแรมที่เราพัก และเปิดดึกพอสมควร เราเล็งเอาไว้ตั้งแต่วันที่มาแรก ๆ แล้ว และจากการหาข้อมูลในเว็บ Tabelog ก็ได้คะแนนอยู่ในระดับที่ดีทีเดียวเลย

ตัวร้านมี 2 ชั้น โดยที่ชั้นล่างจะเป็นแบบยืนกินและแบบโต๊ะแบบนั่งได้ 2 คน รับได้ 18 ที่ ส่วนด้านบนเป็นแบบโต๊ะนั่งได้ 4 ที่ รองรับได้ 30 คน

หน้าร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ตอนที่เรามาถึง ก็มีลูกค้าค่อนข้างเยอะ และเราก็ไม่ได้จองโต๊ะมาก่อนด้วย เลยทำให้เราไม่ได้โต๊ะด้านบน เพราะลูกค้านั่งเต็ม ก็เลยได้เป็นที่แบบยืนกิน (ก็ดีนะ ไม่เคยได้ลองกินแบบนี้เลย) เคาน์เตอร์แบบยืนกิน จะมีเตาย่างเล็ก ๆ เป็นเตาแก๊สให้ย่างได้แบบทีนึงไม่เยอะมาก 1 ที่ 1 เตา

ด้านในร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ที่นั่งแบบยืนกินในร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมนูเนื้อของร้านนี้จะเป็นแบบเซ็ท โดยจะมีคำแนะนำเอาไว้ว่าเหมาะจะทานกี่คน ในแต่ละเซ็ท มีให้เลือกหลายเรท ของเราเลือกเป็นแบบชุด 6,980 เยน เป็นเนื้อแบบ Premium

เมนูเนื้อของร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สักพักนึงชุดเนื้อที่เราสั่งก็มาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า ดูจากมันที่แทรกลายในเนื้อก็รู้สึกหิวแล้ว มีเนื้อมาให้เรา 3 แบบ ซึ่งแบบที่เราคิดว่าโอเคที่สุด จะเป็นเนื้อในแบบตรงกลาง (ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้อส่วนไหนเหมือนกัน) แต่มันให้ความรู้สึก นุ่มกำลังดี ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย และกลิ่นดี จนสุดท้าย เราก็เลยสั่งเพิ่มมาเฉพาะส่วนนึ้อีก 1 จาน

ชุดเนื้อ Premium ของร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ชุดเนื้อ Premium ของร้าน Bouya - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สำหรับเราแล้ว คุณภาพเนื้อของที่นี่ ถือว่าดีมาก อาจจะดูว่าจ่ายมากกว่าไปกินบุฟเฟ่ต์ แต่ถ้าเทียบคุณภาพแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามาก สำหรับใครที่อยากลองทานเนื้อวากิว A5 ร้านนี้ตอบโจทย์คุณได้ไม่ยาก มันให้ความแตกต่างกับเนื้อย่างทั่ว ๆ ไปจริง ๆ

Bōya 焼肉 房家 上野六丁目店

Location  : Ueno , ใกล้ ๆ โรงแรม Sardonyx
เวลาเปิด-ปิด :
จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 15:00 / 17:00 – 23:30
เสาร์ – อาทิตย์ 11:00 – 23:30
Website : https://www.bou-ya.com/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/xcXt4jkx5n7k9BuAA


Luke’s Lobster (Shibuya) – ขนมปังโรลไส้กุ้งล็อบสเตอร์ร้านดังจาก New York

ร้าน Luke’s Lobster - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ร้านนี้เป็นร้าน ขนมปังโรลที่สอดใส้กุ้งล็อบสเตอร์แบบล้นทะลัก ในช่วงแรกที่เปิดที่สาขา Harajuku คนต่อคิวกันยาวมาก แต่ในตอนนี้ มีหลายสาขาให้เลือกชิม โดยไม่ต้องไปรอต่อคิวที่สาขาหลักแล้ว สาขาที่เรามาทาน เป็นเหมือนสาขาเล็ก ๆ อยู่ในศูนย์การค้า Shibuya Stream มีโต๊ะให้นั่งอยู่ประมาณ 2-3 โต๊ะ

ร้าน Luke’s Lobster - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมนูในร้านก็มีให้เลือกไม่มากครับ ง่ายต่อการสั่ง ที่จะนอกเหนือตัวโรลกุ้งลอบสเตอร์ปรกติ ก็จะมีที่ขายเป็นเซ็ทพร้อมเครื่องดื่ม ซึ่งจะเลือกเครื่องดื่มได้ 1 อย่างจากที่เค้ามีให้ ไม่รวมเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล แต่ที่เราสั่งจะมี option เพิ่มด้วยคือเป็นซุป (ในตอนแรกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นซุปอะไร)

เครื่องดื่มที่ให้เลือกในเซ็ทร้าน Luke’s Lobster - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

พอสั่งออเดอร์เสร็จเรียบร้อย พนักงานก็เข้าไปที่หลังเคาน์เตอร์ แล้วก็จัดการเอาเนื้อกุ้งลอบสเตอร์มาอุ่นกับขนมปังแบบง่าย ๆ แต่ใส่ใจรายละเอียด และด้วยความที่เรามาหลังเวลาช่วงกลางวันที่เป็นช่วงพีคของร้าน ทำให้เราไม่ต้องรอคิวอะไรมากมาย

ขั้นตอนการทำขนมปังโรลกุ้งลอบสเตอร์ ร้าน Luke’s Lobster - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สักพักนึงพนักงานก็เรียกให้เราไปรับออเดอร์ที่สั่งไว้ ก็จะมี โรลกุ้งลอบสเตอร์ ที่ได้เนื้อกุ้งแบบล้นทะลัก ส่วนเครื่องดื่มก็สั่งเป็นโค้กครับ (ตอนไปอย่างอ้าว โค้กเย็น ๆ นี่แหล่ะตอบโจทย์ที่สุด) และซุปที่เราสั่งไป ซึ่งมารู้อีกทีว่ามันคือซุปมันกุ้ง….เด็ดมาก เอาขนมปังจิ้มซุปมันกุ้งร้อน ๆ แล้วมันนัวดีแท้ ในซุปก็มีเนื้อกุ้งอยู่ด้วย

เซ็ทโรลกุ้งลอบสเตอร์ + ซุปมันกุ้งร้าน Luke’s Lobster - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

สำหรับเมนูนี้ เป็นเมนูที่เรียกว่า ไม่ต้องคิดมากในการจะทานครับ เป็นเมนูระหว่างวันแบบง่าย ๆ ที่เราสามารถมาแวะกิน ก่อนไปเดินเที่ยวต่อ แบบไม่ต้องเป็นมื้อใหญ่นัก (เตรียมเนื้อที่ท้องเอาไว้จัดมื้อเต็ม ๆ ดีกว่า) สำหรับใครที่ชอบเนื้อลอบสเตอร์แน่น ๆ แบบจุใจ แนะนำให้ไปลองครับ ชุดนี้จะเรียกว่า สำหรับ 1 คน ก็อิ่มพอควรเลย ขนาดเรา 2 คนกิน ก็ยังเรียกว่าหนักท้องเหมือนกัน และอย่างที่บอกเอาไว้ว่า ตอนนี้มีหลายสาขาแล้ว สามารถ search หาได้ไม่ยากครับ บางสาขาอาจจะอยู่ใกล้ที่พักของคุณกว่าสาขานี้ก็ได้

Luke’s Lobster ルークスロブスター

Location  : Shibuya , ทางเดินเชื่อมเข้าศูนย์การค้า Shibuya Stream
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 21:00
Website : http://lukeslobster.jp/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/oMYpWWo65ePeVbf39


 

Fruit Parlor KAJITSuen (Shinjuku) – ร้านสุดยอดของหวานและผลไม้

ร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องผลไม้และของหวาน ทำให้ทริปนี้ เราอยากได้ร้านของหวานมาไว้ในลิสต์สักร้านนึง…ร้านนี้เป็นร้านที่เราไปเจอในซี่รี่ย์ญี่ปุ่นเรื่อง “Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman” ที่ได้ดูใน Netflix ทำให้เราอยากมาตามรอย

ตัวร้านดูไม่ยาก ดูจากป้ายร้านก็ดูออกเลยว่าเป็นร้านของหวาน ที่สาขาชินจูกุ พิกัดหาได้ง่ายมาก เพราะเดินจากสถานีรถไฟชินจูกุมาไม่ไกลเลย

หน้าร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

หน้าร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ตัวร้านอยู่ในชั้นใต้ดิน เดินลงบันไดไปด้านล่าง จะเจอกับเคาน์เตอร์จ่ายเงินกับซุ้มผลไม้สด ๆ ที่แช่เย็นเอาไว้ สำหรับลูกค้าที่อยากได้ผลไม้กลับไปทานที่บ้าน

ภายในร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ผลไม้และของหวานของร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เมื่อบอกจำนวนที่นั่งที่ต้องการแล้ว พนักงานก็จะพาเข้าไปที่โต๊ะ พร้อมกับเอาเมนูมาให้ (ขอเป็นภาษาอังกฤษได้ครับ) เมนูมีให้เลือกหลายอย่าง มีทั้งที่เป็นอาหารและเครื่องดื่ม แต่ที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือของหวาน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นของหวานที่มีส่วนผสมของผลไม้ด้วย

เราตั้งใจจะไปทานของหวานเพื่อดับร้อน เติมความสดชื่น เราก็สั่งมา 2 อย่าง มีพาเฟ่ต์สตอเบอรี่กับ ผลไม้รวมกับไอศกรีมครีมสด

ตัวพาเฟ่ต์สตอเบอรี่เรียกได้ว่า ใครเป็น “strawberry lover” ต้องชอบ เพราะคุณจะได้สตอเบอรี่แบบเย็น ๆ หวานนิด ๆ เปรี้ยวหน่อย ๆ กรุบกรอบ แบบเต็ม ๆ ถ้วย โปะมาบนถ้วยจนแทบมองไม่เห็นวิปปิ้งครีมด้านล่าง

พาเฟ่ต์สตอเบอรี่ ร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ส่วนผลไม้รวมกับไอศกรีมครีมสด ก็จะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ที่มีไอศกรีมโยเกิร์ตกับครีมสดที่กินแล้วรู้สึกสดชื่นมาก ๆ ที่รู้สึกดีสุด ๆ คือผลไม้ มีความสดสะอาด และอร่อย ตกแต่งจานมาได้สวยงาม น่ากินมาก

ผลไม้รวมกับไอศกรีมครีมสด ร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ผลไม้รวมกับไอศกรีมครีมสด ร้าน Fruit Parlor KAJITSuen - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

และสำหรับใครที่ติดใจ อยากซื้อกลับบ้าน ก็สามารถช้อปปิ้งตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้าได้เลย ทั้งองุ่น, เมลอน หรือลูกพีชสด ๆ ก็มี แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่าที่เราเจอในตลาดทั่วไป ก็เข้าใจว่ารับประกันได้ว่าดี เพราะเป็นวัตถุดิบเดียวกันกับที่มาทำของหวานให้เรา

Fruit Parlor KAJITSuen 果実園リーベル 新宿店

Location  : Shinjuku, ใกล้ทางออกที่ 2 สถานีชินจูกุ
เวลาเปิด-ปิด : 7:30 – 23:00 (Last order – 22:30)
Website : http://kajitsuen.jp/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/98vQBY7kmP5gVcd96


Suzukien Asakusa (Asakusa) – ไปทานไอศกรีมชาเขียวที่เข้มข้นที่สุดในโลกกัน

ร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ชาเขียว ก็คือหนึ่งในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น มาให้ถึงญี่ปุ่น ก็คงต้องมาจัดชาเขียว แต่ร้านที่เราจะกินร้านนี้ เค้าเคลมมาว่า “มีไอศกรีมชาเขียวที่เข้มข้นที่สุดในโลก”

ร้านนี้หาไม่ยากครับ ตั้งอยู่ทางด้านหลังวัดเซนโซจิ (วัดโคมแดง) วัดดังของย่านอาซากุสะ เดินทะลุจากด้านหลังวัด ข้ามถนนมาก็เจอแล้ว ร้านนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะมีคนตั้งแถวรอตั้งแต่ใกล้ ๆ เวลาเปิดร้านเลย

หน้าร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ด้านในร้านจะมีตู้แช่ไอศกรีมให้เลือกกันตั้งแต่แรก และมีผลิตภัณฑ์ชาเขียวให้เลือกอีกหลายรายการ พอเราสั่งไอศกรีมเรียบร้อย ก็จะมีมุมด้านในที่ให้เราได้ยืนชิมไอศกรีม ทุกคนก็เดินไปยืนกินกันอย่างสงบเสงี่ยม

ภายในร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

ภายในร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

ไอศกรีมชาเขียวที่ว่าเข้มที่สุดในโลก จะอยู่ในระดับที่ 7 ซึ่งราคาก็แตกต่างจากระดับอื่นด้วย แนะนำว่าให้สั่งแบบ 2 ลูก ที่ความเข้มข้นต่างกัน จะได้ราคาที่ถูกกว่า สั่งแค่ลูกเดียว ซึ่งถ้าดูจากสีของความเข้มข้นของไอศกรีมแล้ว ก็จะดูได้ชัดเจนว่า มันเข้มข้นกว่าเห็น ๆ และก็ที่ร้านนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ไอศกรีมชาเขียวให้ชิมอย่างเดียวนะ รสชาติอื่นก็มีอยู่ (แต่ที่เห็นขายดีก็มีแต่ชาเขียวนี่แหล่ะ)

เมนูไอศกรีมชาเขียว ร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

เมนูชาเขียวที่เข้มข้นระดับที่ 7 ร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

เราได้ลองไอศกรีมชาเขียวอยู่ 2 ระดับ คือระดับ 3 กับระดับ 7 ซึ่งระดับ 7 ที่เค้าว่าเข้มข้นที่สุด มันก็เข้มข้นจริง ๆ แหล่ะ คือได้กลิ่นชาเขียวหอมเตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าปากเลย แต่ไม่ขมจนรับไม่ได้นะครับ มันเข้มข้น แต่หอม มันแตกต่างกับระดับอื่นคือระดับของนมที่ใช้ อย่างระดับ 3 นี่คือรู้สึกได้ถึงนมที่มากกว่าเยอะ

ไอศกรีมชาเขียว ร้าน Suzukien Asakusa - จูงมือกันเที่ยว CoupleTravelTales

 

แต่สุดท้ายเราก็ได้ข้อสรุปว่า ระดับที่เราชอบที่สุดคือระดับที่ 4 ที่เราสั่งมาลองอีกรอบนึง มันมีความนัวและสมดุลที่สุดระหว่างชาเขียวกับนม ร้านนี้ถือเป็นร้านชาเขียวที่ใครรักชอบชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ ต้องไปลอง

Suzukien Asakusa 壽々喜園

Location  : Asakusa, ด้านหลังวัดเซนโซจิ
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 17:00
Website : http://www.tocha.co.jp/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/vbRhM5VovEPYwJGZ6


บทสรุป

ในทริปนี้ เราก็ได้ร้านอาหารที่เราตั้งใจไปลองทั้งหมด 10 ร้าน แต่ก็ยังมีร้านที่เราตั้งใจจะไป แต่ก็ไม่ได้ไปอีก เพราะเวลาไม่พอ และไปผิดเวลา ไม่ตรงกับวัน เวลา ที่เปิด ทำให้เราพลาดไป 2-3 ร้าน แต่ก็คิดว่า ร้านที่เราได้ไปลองมานี้ ก็น่าจะเป็นข้อมูลให้ทุกคนพอสมควร

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ และรอติดตามกันในรีวิวต่อไปครับ

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

1 + 9 =


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.